playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 MG 7621 resizeเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ คณะทำงานป่าชุมชนแม่ร่องขุย อันประกอบด้วย สภาองค์กรชุมชนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พื้นที่ ๔ ตำบล ได้แก่ ตำบลจำป่าหวาย ตำบลแม่กา ตำบลบ้านปิน และตำบลคือเวียง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปกครองจังหวัด เจ้าหน้าป่าไม้ ได้รายงานความก้าวหน้าต่อ นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ถึงผลการดำเนินการในการจัดตั้งป่าชุมชนแม่ร่องขุยpayao06.60614 resize

ป่าชุมชนแม่ร่องขุยตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแม่ร่องขุย และป่าสงวนแม่ต๋ำ ตำบลแม่กา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ที่เอกชนได้เช่าทำประโยชน์ และเมื่อหมดสัญญาแล้วก็ยังคงใช้พื้นที่ดังกล่าวอยู่อย่างต่อเนื่องและยังมีชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งเข้าบุกรุกในพื้นที่ดังกล่าว ต่อมาชุมชน ๔ ตำบลได้รวมพลังขับเคลื่อนเพื่อทวงสิทธิพื้นที่ดังกล่าวเพื่อจัดเป็นป่าชุมชน โดยคณะทำงานได้ผลการดำเนินงานว่าขณะนี้ได้ทำการสำรวจข้อมูลพื้นที่รายแปลงป่าแม่ร่องขุย และการทำประชาคมหมู่บ้านครบถ้วนทั้ง ๔ ตำบลแล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนการลงนามจากนายอำเภอเมือง และนายอำเภอดอกคำใต้ และยื่นขออนุญาตการจัดตั้งป่าชุมชนต่อไป

นอกจากนี้คณะทำงานยังได้กำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อนงานต่อไปโดยขอความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยาเพื่อใช้รถแทรกเตอร์ทำการปรับแนวเขตรอบพื้นที่และปักหมุดหมายเพื่อป้องกันการบุกรุกถือครองในอนาคต โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาได้กล่าวชื่นชมผลการดำเนินงานและได้กำชับถึงความสมบูรณ์ของเอกสารประกอบการขออนุญาตเพื่อความป้องกันความล่าช้าในการดำเนินการ

                       payao07.60614 resize ทางด้านนายอุทัย วิรัตน์เกษม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจำป่าหวาย หนึ่งในคณะทำงานคนสำคัญที่ร่วมทวงสิทธิชุมชนในพื้นที่ป่าแม่ร่องขุย ได้ให้ข้อมูลแก่ผู้สื่อข่าวว่า ในปี ๒๕๒๗ มีกลุ่มนายทุนได้ทำสัญญาเช่าที่ดินป่าเสื่อมโทรมในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่ร่องขุย และป่าสงวนแห่งชาติแม่ต๋ำ จังหวัดพะเยาเพื่อปลูกกระถินยักษ์และยูคาลิปตัสจำนวน ๒,๐๐ ไร่ จากกรมป่าไม้ ตามใบอนูญาตเลขที่ ๑/๒๕๒๗ ลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๒๗ และหมดอายุลงในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๑ ซึ่งกลุ่มนายทุนยื่นขอต่อใบอนุญาตฯ แต่ไม่ได้รับการพิจารณาจากกรมป่าไม้ ไม่ได้รับการพิจารณาเนื่องจากมีมติคณะรัฐมนตรีให้ระงับการพิจารณาการอนุญาตให้ทำการปลูกสร้างสวนป่าไว้ชั่วคราวpayao02.60614 resize

                        ในปี ๒๕๕๑ ได้มีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ตำบลคือเวียงสังเกตเห็นว่ามีกลุ่มนายทุนนำรถแบคโฮและเครื่องจักรกลเข้าปรับพื้นที่สวนป่ากระถินยักษ์ จึงได้รองเรียนต่อกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และ อบต.คือเวียงได้ทำหนังสือขอคำชี้แจงรายละเอียดของการใช้ประโยชน์จากที่ดินป่ากระถินยักษ์ ซึ่งกลุ่มนายทุนได้อ้างสิทธ์ในการครอบครองพื้นที่ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่๑๑ พฤษภาคม ๒๕๔๒ เรื่องการให้ขึ้นทะเบียนราษฎรที่อยู่ในชุมชนในพื้นที่ป่า และในปี ๒๕๕๑ กลุ่มนายทุนยังได้ยื่นร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และผู้อำนวยการสำนักการจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๒ (เชียงราย) ต่อศาลปกครองเชียงใหม่ ด้วยข้อกล่าวหาออกคำสั่งโดยมิชอบและเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมาย ในการพิสูจน์สิทธิ์เรื่องการให้ขึ้นทะเบียนราษฎรที่อยู่ในชุมชนในพื้นที่ป่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่๑๑ พฤษภาคม ๒๕๔๒        ต่อมาในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ศาลปกครองเชียงใหม่ได้พิพากษายกคำร้องของกลุ่มนายทุน เนื่องจากการยื่นคำร้องของกลุ่มนายทุนไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมติคณะรัฐมนตรี

            ในปี ๒๕๕๖ สภาองค์กรชุมชนตำบล ๔ ตำบล ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานป่าไม้ ได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เพื่อแสดงความประสงค์ที่จะใช้พื้นที่แปลงดังกล่าวในการจัดตั้งป่าชุมชน เพื่อเป็นพื้นที่อนุรักษ์และใช้สอยร่วมกันในเป็นสาธารณะ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนในการทำกระบวนการสร้างความเข้าใจ ระหว่างชาวบ้าน ชุมชน ท้องถิ่น และหน่วยงาน และสำรวจข้อมูลพื้นที่รายแปลง ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลรายแปลงล่าสุดเมื่อปี ๒๕๕๖ พบว่าพื้นที่ป่าคงเหลือจำนวน ๑,๔๐๕ ไร่ เนื่องจากมีการออกเอกสารสิทธิ์ สปก.๔-๑๐ ทับซ้อนกับที่ดินบริเวณดังกล่าว นายอุทัย ยังกล่าวว่า ตนเองได้ต่อสู้มาอย่างยาวนานในการปกป้องผืนป่าแม่ร่องขุยแห่งนี้ ให้พ้นจากการยึดครองของนายกลุ่มทุน ซึ่งมาสู่ขั้นตอนสุดท้ายในการขออนุญาตจัดตั้งป่าชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้มีสิทธ์ในการจัดการทรัพยากรในชุมชนให้สามารถดำรงอยู่อย่างยั่งยืน และหากสำเร็จก็จะเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่แสดงให้เห็นพลังของชุมชนในการลุกขึ้นมาจัดการกับปัญหาที่ดินและทรัพยากร โดยความร่วมมือของชุมชน ท้องถิ่น และภาครัฐpayao01.60614 resize

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter