สภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลหนองพ้อ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง มีสมาชิกกลุ่มองค์กรชุมชนที่ร่วมจดแจ้งจัดตั้ง 56 กลุ่ม/องค์กร ซึ่งกลุ่มองค์กรชุมชนเหล่านี้ ได้ทำงานพัฒนามายาวนานกว่าหนึ่งทศวรรษ ทั้งงานการออมทรัพย์ สวัสดิการชุมชน การจัดการดูแลทรัพยากรสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ในกระแสการปฏิรูปประเทศไทย ประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลหนองพ้อ นายวิรุณ สุขนวล กล่าวว่า สภาองค์กรชุมชนมีบทบาทในการส่งเสริมให้คนในตำบลช่วยกันทำความดี ให้เป็นคนดีที่มีจิตสาธารณะ การทำงานของสภาองค์กรชุมชนจะเป็นแนวระนาบกับกลุ่ม/เครือข่ายองค์กรชุมชน ที่ทำงานพัฒนามายาวนาน แต่เมื่อรวมตัวเป็นสภาองค์กรชุมชนตำบล ทำให้การทำงานของกลุ่มองค์กรชุมชน มีสถานะตามกฎหมาย แต่เนื้อหาและความดีอยู่ที่การกระทำมากกว่า
งานสำคัญของสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำหนองพ้อให้ความสำคัญอยู่สามด้านคือ ๑.การพัฒนาคนในองค์กรชุมชนทั้ง 56 องค์กรและคณะกรรมการสภาองค์กรองค์กรชุมชน ให้เข้าใจในบทบาทและภารกิจของกลุ่มองค์กรและสภาองค์กรชุมชน ๒.การส่งเสริมสนับสวัสดิการชุมชนให้มีความเติบโตทั้งด้านสมาชิก และประเภทของสวัสดิการที่มีความหลากหลาย ๓.การดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของชุมชนโดยชุมชน
ที่ผ่านมาในงานพัฒนาสวัสดิการชุมชน ในเทศบาลตำบลหนองพ้อ ถือว่าเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีความก้าวหน้ามาที่สุดกองทุนหนึ่ง โดยมีสมาชิกมากเกิน ๕๐% ของคนในตำบล คือจำนวน ๔,๙๕๒ คน จากประชากรทั้งหมด ๕,๘๑๔ คน มีเงินกองทุนสะสม ๘,๐๐๕,๑๖๕ บาท จัดสวัสดิการชุมชนจำนวน ๑๘ ประเภท คือมากกว่าเรื่อง เกิด แก่ เจ็บตาย โดยในปี ๒๕๕๖ มีการจ่ายสวัสดิการให้กับสมาชิก ๑๐ ประเภทวงเงิน ๑,๔๓๖,๒๐๐ บาท ผู้รับประโยชน์โดยตรง ๕๙๓ ราย งานที่โดดเด่นได้แก่การมีที่ดินเป็นของตนเองเพื่อสร้างบ้านให้คนยากจนในตำบล เรียกว่าบ้านเมตตาเอื้ออาทร ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 6 หลัง
ในงานจัดการทรัพยากรและดูแลสิ่งแวดล้อมของชุมชนในช่วงสองปีที่ผ่านมา ได้ส่งเสริมจัดตั้งธนาคารขยะเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและขยะล้นตำบล ร่วมกับกองทุนสวัสดิการชุมชนและเทศบาลตำบลหนองพ้อ จัดตั้งธนาคารขยะด้วยเงินจากกองทุน ๑๑๕,๐๐๐ บาท จากเดิมมีถังขยะที่เทศบาลจัดให้ ๒๐ ถัง แต่ไม่สามารถรองรับขยะที่มีเป็นจำนวนมากได้ไม่สามารถจัดรถมาเก็บได้บ่อย ส่งผลให้เกิดภาวะขยะเน่าเหม็น เมื่อมีการจัดตั้งธนาคารขยะ มีการรับซื้อขยะโดยขยะทุกประเภทมีราคาที่เป็นมาตรฐาน ทุกครอบครัวนำมาขายได้ รวมทั้งมีการรณรงค์ให้มีการคัดแยก มีผู้ซื้อมารับซื้อถึงที่ก่อให้เกิดรายได้เข้าธนาคารเดือนละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท และแก้ปัญหาขยะสิ่งแวดล้อมเน่าเหม็นในตำบลได้ ปัจจุบันมีสมาชิกธนาคารขยะ 120 คน จาก3 ตำบลใกล้เคียงคือ ตำบลมะกอกเหนือ หมู่ 8 ตำบลควนขนุนหมู่ 2 และตำบลปันแต หมู่ 10 ในปี 56 สามารถจัดการขยะได้เดือนละ 2 ตัน ปัจจุบันขยะในชุมชนลดลง เดือนหนึ่งสามารถจัดการได้ประมาณ 500 กิโลกรัม นอกจากนี้ธนาคารขยะได้ให้สมาชิกยืมเงินได้ไม่เกิน 3,000 บาท/ราย ชำระคืนเป็นขยะจนครบจำนวนเงินที่ยืม
นอกจากนี้มีกิจกรรมการส่งเสริมปลูกผักปลอดสารพิษ เน้นการปลูกกินเองและแบ่งปันกันในชุมชน หากมีเหลือก็ขายไป รวมทั้งการส่งเสริมการเลี้ยงปลาในวังปลาปีละกว่า 100,000 ตัว สำหรับในปีนี้นายวิรุฬ สุขนวล ประธานสภาองค์กรชุมชนกล่าวว่า คนในสังคมทั้งระดับกว้างและในชุมชนมีปัญหามากมาย เมื่อเราจัดการขยะปกติได้ แต่หากขยะสังคมล้นเมืองและไม่ถูกจัดการก็ไม่สามารถแก้ปัญหาสังคม/ชุมชนได้ จึงมีแนวคิดที่จะสร้างพื้นที่กลางให้คนในชุมชน ได้มาทำกิจกรรมดีๆร่วมกัน ภายใต้สัญลักษณ์ “โรงเรียนใต้ต้นไทร” สำหรับกลุ่มเป้าหมายทั้งวัยเด็ก วัยคนทำงานและผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมให้คนทุกคนได้เป็นคนดีของสังคม อย่างน้อยได้ทำกิจกรรมร่วมกันเดือนละครั้ง ด้วยรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย อาทิกิจกรรมทางศาสนา ประเพณีวัฒนธรรมของชุมชน การส่งเสริมศิลปะการวาดภาพให้กับเด็กในชุมชน ปัจจุบันกำลังดำเนินการทางกายภาพติดตั้งเต้นของโรงเรียนใต้ต้นไทร บนความร่วมมือระหว่างสภาองค์กรชุมชนกับโรงเรียนวัดดอนศาลา (ประถมศึกษา) และโรงเรียนนำวิทยา (มัธยมศึกษา) และเทศบาล ซึ่งมีการหารือกับผอ.โรงเรียน ให้เด็กๆได้มีกิจกรรมสร้างสรรค์ภายในชุมชน เป็นการนำพาพวกเขาให้ห่างไกลจากการเสพติดเกม ห่างไกลจากยาเสพติด เพื่อลดละขยะสังคมให้น้อยลง และโรงเรียนใต้ต้นไทรนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนไปด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันการทำงานพัฒนาของชุมชนที่เทศบาลตำบลหนองพ้อ เป็นจุดเรียนรู้และศึกษาดูงานทั้งด้านสวัสดิการชุมชน และการจัดการขยะโดยชุมชน
นายวิรุฬ สุขนวล กล่าวว่า โรงเรียนใต้ต้นไทร จะเปิดเป็นพื้นที่กลางของชุมชนอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กันยายน 2557 ซึ่งปัจจุบันชุมชนได้ร่วมสนับสนุนครูช่างศิลป์ที่ศูนย์เด็กเล็กของชุมชนจำนวน 5 คน โดยช่วยจ่ายค่าตอบแทนครูเดือนละ 300 บาท/คน ซึ่งเทศบาลตำบลหนองพ้อมีบทบาทหลักในการดูแลศูนย์เด็กเล็กอยู่แล้ว
ประธานสภาองค์กรชุมชนกล่าวต่อว่า สภาองค์กรชุมชนและสภาพัฒนาการเมืองจะมีส่วนสำคัญในการปฏิรูปสังคมและประเทศ ในระดับชุมชน ด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคนให้มีคุณธรรม บนพื้นฐานงานพัฒนาที่ดำการอยู่แล้ว ให้รู้ทั้งสิทธิและหน้าที่ที่จะทำประโยชน์ให้กับตนเอง ครอบครัวและชุมชน




