เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2557 ณ ห้องหลังสวน โรงแรมชุมพรแกรนด์พาเลซ อ.เมือง จ.ชุมพรสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) และคณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดชุมพร (คปจ.) ได้เปิด“ประชุมเสริมสร้างความเข้มแข็งหน่วยงาน ภาคีพัฒนา และภาคพลเมือง สู่แผนยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองอย่างยั่งยืน” โดยมีผู้ร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ได้แก่ ท้องถิ่น ท้องที่ สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดชุมพร ทั้ง 59 ตำบล พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีพัฒนา สำนักงานจังหวัดชุมพร สมัชชาสุขภาพจังหวัดชุมพร และเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดชุมพร
นายธวัฒน์ คล้ายรุ่ง สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง ประธานคณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดชุมพร ได้กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงานพร้อมแนะนำสภาพัฒนาการเมือง ว่า “เวทีประชุมเสริมสร้างความเข้มแข็งหน่วยงาน ภาคีพัฒนา และภาคพลเมือง สู่แผนยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองอย่างยั่งยืนจัดขึ้นโดยคณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดชุมพร หรือที่เรียกโดยย่อว่า “คปจ.” ภายใต้งบประมาณสนับสนุนจาก สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า และภาคีร่วมอื่นๆ ที่ดำเนินการร่วมกัน ได้แก่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดชุมพร โดยมีวัตถุประสงค์ว่าด้วยเรื่องการเสริมสร้างศักยภาพความเข้มแข็งของพลเมืองและสิทธิชุมชนในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยประชาชนเกิดความตระหนักในสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำเนินชีวิต มีความสำนึกและรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ตลอดจนเป็นพลเมืองที่มีความตื่นตัว ดังเช่น การต่อต้านการคอรัปชั่นของนักการเมือง การปกป้องทรัพยากรจากการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากนายทุน เป็นต้น ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มีการบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นประสิทธิภาพ มีกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน โดยเป้าหมายผลสัมฤทธิ์รูปธรรมของโครงการ คือการนำไปสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองอย่างยั่งยืน ในความหมายของชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองนั้น หมายถึง การพัฒนาโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งภายใต้วิถีชีวิตภูมิปัญญาและบริบทของคนในชุมชน ซึ่งเป็นฐานรากที่แท้จริงของประเทศ หากชุมชนเข้มแข็งก็จะนำไปสู่ประเทศชาติที่เข้มแข็ง ทางคณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดชุมพรยินดีเป็นผู้ประสานเชื่อมโยงแผนพัฒนาของแต่ละหน่วยงานภาคี ให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ และให้เกิดการมีส่วนร่วมทั้งภาครัฐ หน่วยงาน ท้องถิ่น ท้องที่ องค์กรชุมชน เอกชน และประชาชน
จากนั้น พล.ต.มนัส คงแป้น ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกชุมพร ประธานในที่ประชุมได้กล่าวเปิดงานพร้อมทั้งให้โอวาทแนวทางการดำเนินโครงการที่สอดคล้องกับการพัฒนาภายใต้การบริหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า “จากการที่เคยลงพื้นที่สัมผัสกับท้องถิ่นบ่อยๆ และชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมาการจัดการปัญหาของบ้านเรา คือการไม่รู้ปัญหาอย่างแท้จริง ข้างบนคิด ข้างบนทำ และข้างบนแก้ปัญหามาให้โดยที่เราไม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดตั้งแต่เริ่มต้น กำหนดปัญหา กำหนดวิธีการแก้ปัญหา กำหนดถึงผลกระทบที่ลงมาสู่ชีวิตประจำวันของคนในชุมชน โดยคณะทำงานในเวทีนี้ เราก็มีสิทธิที่จะคิด มีสิทธิกำหนดบทบาทวิถีชีวิตชุมชนโดยสะท้อนปัญหาที่แท้จริง ส่งผ่านไปยังข้างบนให้รับทราบ เพื่อให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดตรงเป้า ถือว่าเวทีนี้เป็นโอกาสอันดีให้มาร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน เพื่อให้เกิดการพัฒนาแก้ปัญหาความเดือดร้อนที่ตรงจุดตรงเป้า
อันดับแรกต้องมีอุดมการณ์ร่วมกันก่อนว่า ต้องการให้บ้านเมืองไปอย่างไร อย่างเช่นมีอุดมการณ์ร่วมกันในการรักษาป่าไม้ แต่ทำไมในปัจจุบันนี้รักษาป่าไม้ไว้ไม่ได้มีทั้งตักดินขาย และลักลอบตัดไม้ เราต้องรู้สึกว่าป่าไม้เป็นของเรา จะเอาไปฝากไว้ที่เจ้าหน้าที่คนเดียวไม่ได้ แต่เจ้าหน้าที่ต้องคอยเป็นพี่เลี้ยงให้เราในการดูแลป่า ในเมื่อป่าไม้มีประโยชน์ก็ต้องช่วยเหลือกันดูแลป่า การจัดการกับปัญหาท้องถิ่นทุกๆ เรื่อง ที่ผ่านมางบประมาณสูญเปล่าไปกับการสั่งมาจากข้างบนเยอะมาก แต่ถ้าเราคิดเอง วางแผนเองอย่างเช่นเวทีในวันนี้ การพัฒนาทั้งหลายงบประมาณที่จะสูญเปล่าก็จะไม่เกิดขึ้นจะได้แก้ปัญหาที่ตรงจุด ตรงกับพื้นที่ ต้องรวมหัวกันคิดและนำเสนอขึ้นไป ขอชื่นชมและดีใจที่เกิดเวทีงานพัฒนาในวันนี้ อยากให้ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง”
นางทิพวรรณ หัวหิน ผู้จัดการสำนักงานภาคใต้ตอนบน ได้แนะนำบทบาทภารกิจ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ว่า สถาบันอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นองค์กรที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งของสังคมจากฐานรากด้วยกันกับประชาสังคมมีการวางแผนเรื่องระบบการบริหารงบประมาณการจัดการ ในทุกวันนี้สถาบันได้มีการกระจายอำนาจลงที่ภาค มี 5 ภาคทั่วประเทศไทย แต่ในปี 2558-2559 จะมีนโยบายการกระจายอำนาจและงบประมาณลงสู่ตัวจังหวัดเลยภารกิจสำคัญของสถาบันได้แก่ 1.ส่งเสริมความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนและเครือข่าย สถาบันไม่สนับสนุนการแก้ปัญหารายบุคคล2.ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและสินเชื่อ เช่น โครงการบ้านมั่นคง สวัสดิการชุมชน และการสนับสนุนแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย (บ้านซ่อม ทรุดโทรม ไม่มีที่อยู่อาศัย) ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้3.ประสานความร่วมมือพหุภาคี เช่น ประชาสังคมในจังหวัด 4.เชื่อมโยงองค์กรเครือข่ายชุมชน มีปฏิบัติการเชื่อมโยงจากตำบล จังหวัด และภาคไปสู่ชาติเพื่อเป้าหมายในแก้ไขปัญหาคนข้างล่างทิศทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งระดับพื้นที่ใช้สภาองค์กรชุมชนตำบล ในการเชื่อมโยงทุกหน่วยงาน เชื่อมโยงงบประมาณทั้งหมด ให้องค์กรชุมชนจัดการกันเอง สถาบันพยายามโยงระดับตำบลให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองภายใต้ประเด็นปัญหาของคนในตำบลนั้นๆ
มาถึงหน่วยงานสำคัญที่กุมแผนทั้งจังหวัด ในเวทีนี้จะมาดูกันว่าจะเอาแผนจากชุมชนคิด ชุมชนทำ แผนจากฐานล่างเข้าไปอยู่ในแผนจังหวัดได้อย่างไรนายสมจิตร เขียนด้วง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชุมพร พูดถึงแผนยุทธศาสตร์จังหวัดชุมพร ในฐานะเป็นหน่วยงานหนึ่งที่รวบรวมแผนจากชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ และหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดชุมพรเพื่อดำเนินการทบทวนแผนพัฒนาจังหวัด (พ.ศ. 2557-2560) ภายใต้วิสัยทัศน์ว่า “ชุมพรน่าอยู่ สู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” มีพันธกิจเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ 6 ประการ คือ 1) สร้างเสริมศักยภาพคน ครอบครัว ชุมชน และสังคมที่มีคุณภาพ 2) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการท่องเที่ยว และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 3) พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของสินค้าเกษตร และเพิ่มผลิตภาพสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและปลอดภัย 4) บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน 5) พัฒนาและส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมือง การปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อยความมั่นคงภายในสังคม และ 6) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการจังหวัดเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนภายใต้หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
เพื่อบรรลุเป้าหมายจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1) การพัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ครอบครัวชุมชนเข้มแข็ง มีความมั่นคงปลอดภัย และเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้โดยการส่งเสริมการจัดการด้านคุณภาพโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพสถาบันครอบครัวและชุมชน เสริมสร้างความมั่นคงด้านอาชีพ สวัสดิการและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2) การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างครบวงจรเพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวโดยการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เชิงนิเวศ เชิงเกษตร ประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาระบบบริหารจัดการกิจกรรมผลิตภัณฑ์และบุคลากรด้านการท่องเที่ยวโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน พัฒนาตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวและการประชาสัมพันธ์
3) การผลิตสินค้าเกษตร เกษตรอุตสาหกรรม และการตลาดเพื่อสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ภาคเกษตรของจังหวัด (GPP ภาคการเกษตร) โดยการส่งเสริมศักยภาพการผลิตการแปรรูปสินค้าเกษตร ส่งเสริมและผลักดันเกษตรอินทรีย์ พัฒนาระบบการตลาดและบริหารจัดการสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ 4) การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติได้รับการอนุรักษ์ และสิ่งแวดล้อมได้รับการดูแลรักษาโดยการเพิ่มศักยภาพ อปท. ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน สงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างสมดุล สนับสนุนพลังงานทดแทน และ 5) ด้านความมั่นคงเพื่อให้พื้นที่ชายแดนได้รับการพัฒนาให้มีความสงบเรียบร้อยมั่นคงและหมู่บ้านปลอดภัยจากยาเสพติดเพิ่มขึ้นโดยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จัดระเบียบพื้นที่ชายแดนให้เกิดความมั่นคง รักษาความสงบเรียบร้อย ความเข้มแข็งและการพัฒนาร่วมกันพื้นที่บริเวณชายแดนไทย บริหารจัดการชายแดนให้มีเอกภาพและประสิทธิภาพ
จากนั้นได้มีการเสนอแนวคิดการใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเครื่องมือจัดการตนเองเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องได้อย่างไร โดยร้อยตรีสุภาพร ปราบรายสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง ประธานกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร) ได้ให้ความเห็นว่า อันดับแรกต้องนำ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนตำบล ไปใช้ในการแก้ปัญหาตำบลตัวเองหาแนวทางเพื่อให้ชุมชนจัดการตนเองให้ได้ก่อน โดยดูได้จากจังหวัดชุมพรต้องมีการบริหารอย่างโปร่งใส ชัดเจน ตรวจสอบได้ ก่อนที่จะไปสู่การเลือกผู้ว่าฯ ซึ่งจะเป็นบันไดในขั้นต่อๆ ไป โดยเริ่มจากชุมชนท้องถิ่นต้องมีความพร้อมทุกเรื่อง ทุกมิติ แล้วส่วนอื่นจะมาเติมเต็ม ชุมชนต้องลุกขึ้นมาแก้ปัญหาด้วยตนเองให้ได้เสียก่อน
นางเบญจา รัตนมณี ผู้ประสานงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดชุมพร พูดถึงข้อเสนอเชิงนโยบาย สมัชชาสุขภาพจังหวัดชุมพร ว่า “นโยบายสาธารณะ นั้น ประชาชนจากฐานล่างจะเป็นผู้กำหนด โดยก่อให้เกิดทิศทางหรือแนวทางที่ชุมชนเห็นร่วมกันแล้ว ชุมชนกำหนดเอง ความเดือดร้อนที่จะนำไปแก้ปัญหานั้น ให้ถือว่าเป็นนโยบายสาธารณะ สำหรับนโยบายสาธารณะสุขภาพ ก็จะเน้นเรื่องสุขภาพเป็นอันดับต้น โดยดูจาก ปัญหาในชุมชน เช่น ไม่มีที่ดินทำกินก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อีกประเด็นที่ให้ความสำคัญคือ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สำหรับสมัชชาสุขภาพเป็นเครื่องมือหรือกระบวนการหนึ่งที่ชาวบ้านทำงานร่วมกับภาครัฐ และประชาสังคมจังหวัด เพื่อให้เกิดข้อเสนอนโยบายสาธารณะ สำหรับการขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพจังหวัดชุมพรเริ่มขับเคลื่อน ตั้งแต่ปี 2549 ประเด็นทำอยู่ในแผนชุมชน ได้แก่ ประเด็นเด็กและเยาวชน ท้องถิ่นกับการจัดการสุขภาพ การจัดการพันธุกรรมพืช นำไปสู่ความมั่นคงทางด้านอาหาร การจัดการขยะโดยการมีส่วนร่วมจากคนในท้องถิ่น ประเด็นสำนึกรักษ์ถิ่น เป็นการสืบสาวเรื่องราวของจังหวัดชุมพรจากปราชญ์ชาวบ้านในท้องที่ต่างๆ ประเด็นคนชายขอบกับสุขภาวะที่ดี โดยประเด็นทั้งหมดจะมีเครือข่ายทุกอำเภอที่นำเสนอขึ้นมาจากท้องถิ่นว่าควรจะนำสู่นโยบายสาธารณะสุขภาพของจังหวัดชุมพรต่อไป
นายสุชาติ บัวสุวรรณ ผู้แทนที่ประชุมระดับชาติสภาองค์กรชุมชน ได้พูดถึงทิศทางการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองว่า “สิ่งที่ชุมชนต้องเรียนรู้คือมี พ.ร.บ.2ฉบับ ที่จะช่วยแก้ปัญหาความเดือนร้อนได้ คือ พ.ร.บ.สภาพัฒนาการเมือง พ.ศ.2551 พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ.2551 เกิดขึ้นพร้อมกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ สร้างความเข้มแข็งให้ภาคพลเมือง ให้เข้าถึงสิทธิต่างๆ จังหวัดชุมพรตั้งแต่ปี 2551 เกิดสภาองค์กรชุมชนตำบลแล้ว 59 สภาเป้าหมายในปีนี้จังหวัดชุมพรต้องเปิดสภาฯ ใหม่ให้ได้ 4 ตำบลโดยมีงบประมาณสำหรับเปิดสภาใหม่3 หมื่นบาท โดยมีปัญหาเร่งด่วนของชุมพรคือเรื่องปัญหาที่ดินทำกิน ตอนนี้มีคำสั่ง ของ คสช.ที่เกี่ยวพันกับเรื่องที่ดินอยู่ 2 ฉบับ อยากให้พี่น้องสำเนาเก็บเอาไว้เพื่อประโยชน์ของพี่น้องเอง อาจจะมีช่องที่จะละเมิดคนจน ทำให้พี่น้องลำบากได้”
จากนั้นในเวทีภาคบ่ายผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดชุมพร ได้มีการแบ่งกลุ่มตามประเด็นงานพัฒนาและความเดือดร้อน เพื่อร่วมจัดทำแผนขอรับการสนับสนุนงบประมาณปี 2557 ขณะเดียวกันหน่วยหน่วยงานพัฒนาร่วมแลกเปลี่ยนการบูรณาการแผนเพื่อเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาจังหวัด นำไปสู่การรับรองโครงการตำบล และแผนยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองจังหวัดชุมพร ต่อไป




