“ เราเคยคิดทำงานใหญ่ ต้องการให้ทุนและเศรษกิจชุมชนทั้งระบบอยู่ในมือชาวบ้าน เพราะเห็นหลายๆตำบลทำได้ แต่พอลงมือทำจริงๆมันไม่ง่ายเลย ต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่างประกอบกัน จึงต้องถอยมาตั้งหลักใหม่ เริ่มจากความพร้อมของเราแล้วค่อยๆพัฒนาไป ”
เทพพิทักษ์ วงค์ชัยภาค แกนนำชุมชนแห่งตำบลเขาเขน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เผยความจริงให้ฟัง ในวันที่เขาได้มาร่วมประชุมเรื่องเศรษฐกิจและทุนชุมชนซึ่งจัดโดยขบวนการองค์กรชุมชนภาคใต้หลายวันก่อน โดยที่ตำบลเขาเขนเป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้รับการคัดเลือกให้นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับอีก 14 จังหวัดภาคใต้
การที่เครือข่ายองค์กรชุมชนทั้งประเทศให้ความสนใจทำงานด้านเศรษฐกิจและทุนชุมชนน่าจะมีเหตุผลหลักๆอยู่สองประการคือ ประการแรก เรื่องการสร้างทุนชุมชนในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็น กลุ่มออมทรัพย์ ธนาคารหมู่บ้าน กลุ่มสวัสดิการ รวมทั้งการทำกลุ่มอาชีพหรือวิสาหกิจชุมชน เป็นกิจกรรมชุมชนที่ชาวบ้านมีประสบการณ์และทำมานานกว่า 30 ปี เพียงแต่ยังทำเป็นลักษณะกิจกรรมต่างคนต่างทำ ไม่เคยบูรณาการทุกกลุ่มในตำบลมาให้เกิดการเกื้อหนุนเป็นพลังสำคัญในตำบล
ประการถัดมาชาวบ้านตระหนักเห็นแล้วว่า นับวันทั้งเรื่องเงินทุนและเศรษฐกิจของชุมชนถูกรุกคืบโดยทุนและเศรษฐกิจจากภายนอกชาวบ้านจำนวนมากเป็นหนี้ เนื่องจากการกู้ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งเป็นแหล่งเงินภายนอก ทั้งๆที่เงินของชุมชนในแต่ละตำบลมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ขาดการวางแผนเพื่อนำเงินมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสมาชิกอย่างเต็มที่ ในขณะที่การสร้างงานสร้างอาชีพของคนในตำบลก็ต้องอาศัยแหล่งงานภายนอกชุมชนนั่นแสดงว่า ระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนอ่อนแอตกอยู่หรือขึ้นอยู่กับระบบทุนและเศรษฐกิจจากภายนอก
จากความตระหนักในข้อเท็จจริงจึงเห็นร่วมกันว่าหากชุมชนจะเป็นไทจากระบบทุนนิยมภายนอกได้ จำเป็นต้องสร้างทั้งระบบทุนและเศรษฐกิจของชุมชนให้เข้มแข็ง เป็นระบบที่กำหนด ควบคุมและดำเนินการโดยชุมชนเองให้มากที่สุด เพื่อทำให้ชาวบ้านสามารถพึ่งพาทุนและเศรษฐกิจชุมชนได้และป้องกันไม่ให้ระบบทุนจากภายนอกเข้ามาทำลายหรือเข้ามาแทรกแซงให้น้อยที่สุด
ในการขับเคลื่อนงานของชาวบ้านเพื่อสร้างและเป็นผู้กำหนดเศรษฐกิจและทุนทั้งระบบนั้น จากประสบการณ์งานพัฒนาของหลายๆตำบลประมวลได้ว่าจะต้องดำเนินงานอย่างน้อยสองขั้นตอนคือ ประการแรกจะต้องมีข้อมูลพื้นฐานของตำบลทั้งหมด เช่น ข้อมูลทางกายภาพ ข้อมูลกลุ่มองค์กรชุมชน กลุ่มองค์กรการเงิน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน การประกอบอาชีพ การถือครองที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อนำไปสู่การสังเคราะห์เป็นข้อมูลที่จะนำไปสู่การวางแผนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทุนชุมชนทั้งระบบ
เทพพิทักษ์ เล่าว่า ในครั้งแรกเราอยากเห็นความสำเร็จเราก็ลงมือทำการใหญ่จึงไม่สำเร็จเพราะขาดการวางรากฐานด้านข้อมูล และที่สำคัญเราทำเพราะหวังดียังไม่รู้เลยว่าชาวบ้านเขาจะเอาด้วยหรือไม่ จึงต้องกลับหันหลัง 360 องสา เพื่อจัดทำข้อมูลระดมความเห็นและความต้องการจากชาวบ้าน ซึ่งข้อมูลที่เราได้รับคือเข็มทิศที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จ
จากข้อมูลพบว่าตำบลเขาเขนในอดีต ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรโดยการปลูกพืชเพื่อกิน ระบบเศรษฐกิจของตำบลก็ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่เมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมาเมื่อรัฐส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกปาล์มน้ำมัน อำเภอปลายพระยาทั้งอำเภอก็กลายเป็นพื้นที่เป้าหมายของการส่งเสริมให้ปลูกปาล์ม มีนายทุนต่างชาติเข้ามาเช่าที่ดินปลูกปาล์ม ในขณะที่ชาวบ้านซึ่งปลูกพืชทำนา ทำสวนแบบเดิมก็หันมาปลูกปาล์มน้ำมันกันหมดสิ้น เนื่องจากสามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ จนปัจจุบันกล่าวได้ว่า ประชากรร้อยละ 80 มีอาชีพปลูกปาล์มน้ำมัน เศรษฐกิจส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับปาล์มน้ำมัน เมื่อเป็นเช่นนี้ระบบเศรษฐกิจของเขาเขนจึงค่อยๆหลุดจากมือคนเขาเขนมากขึ้น มีนายทุนเข้ามาลงทุนในธุรกิจอันเกี่ยวกับปาล์มไม่ว่าจะเป็น การปลูก(บางส่วน) ลานเท การค้าปุ๋ย เป็นต้น
ที่สำคัญก็คือชาวบบ้านเริ่มเป็นหนี้เป็นสินเพราะในการปลูกปาล์มต้องลงทุนซื้อปุ๋ย พันธุ์ ค่าจ้างในการทำ ฯลฯ จึงฉุกคิดว่าต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อให้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้เป็นสินให้ได้
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันเพื่อหาหนทางในการเป็นผู้กำหนดเศรษฐกิจและทุนโดยชาวบ้านเอง ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ชาวเขาเขนมีทุนอยู่ในมือจำนวนมาก ประการแรกมีการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์นิคมปลายพระยาจำกัด เพื่อส่งเสริมให้เกิดวิสาหกิจชุมชนของชาวบ้านอยู่แล้ว นอกจากนี้ตำบลเขาเขนยังมีลานเทที่เป็นของเอกชนและลานเทของชุมชนอยู่ทุกหมู่บ้าน มีเงินออมจากกลุ่มออมทรัพย์ทุกหมู่บ้านจำนวนเงิน 18 ล้านบาท มีเงินทุนของสหกรณ์นิคมปลายพระยา 28.7 ล้านบาท และมีเงินกองทุนสวัสดิการตำบลอีก 1.3 ล้านบาท เงินรวมกันประมาณ 60 ล้านบาท นี่น่าจะเป็นทุนสำคัญของคนทั้งตำบลได้หากมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
เทพพิทักษ์เล่าต่อไปว่า พอเราเห็นทุนว่ามีจำนวนมากสิ่งที่พวกเราชาวบ้านร่วมกันคิดต่อไปก็คือ จะทำอย่างไรจึงจะนำทุนดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชาวบ้านโดยที่ไม่ต้องพึ่งทุนจากภายนอก เราก็มาคิดถึงระบบการจัดการ ซึ่งเรื่องนี้ชาวบ้านไม่ค่อยถนัด จึงได้ทำการเพิ่มศักยภาพแกนนำ ศึกษาดูงานให้ความรู้ระบบการบริหารจัดการตลอดจนการใส่ระบบคิดในการทำงานแบบจิตอาสาเพื่อสังคม เรื่องนี้เราให้ความสำคัญมาก
จากนั้นก็ให้ทุกกลุ่มในตำบลมาทำงานร่วมกัน ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบล กรรมการหมู่บ้าน กลุ่มองค์กรทุกกลุ่ม ใช้ชื่อว่า “ สภาเครือข่ายพัฒนาชุมชนตำบลเขาเขน” ให้มีสภาองค์กรชุมชนตำบลเขาเขนเป็นผู้เชื่อมโยงพูดคุยวางแผน จนเกิดแนวทางในการทำงานหลายประการ ประการแรกคือการเชื่อมโยงกองทุนต่างๆทุกกลุ่ม ซึ่งมีเงินรวมกันประมาณ 60 ล้านบาท ให้เกิดการบูรณาการหนุนเสริมคนในชุมชนโดยมีการบริหารของสหกรณ์นิคมปลายพระยาจำกัดเป็นแม่ข่าย
ถัดมาคือการบริหารเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับปาล์มไม่ว่าจะเป็นโรงปุ๋ย ลานเท และอื่นๆ เข้าด้วยกันซึ่งเท่ากับว่าระบบเศรษฐกิจชุมชนเขาเขน ร้อยละ 80% อยู่ภายใต้การบริหารขององค์กรชุมชน
“ ประเด็นนี้สำคัญมากและเป็นจุดเปลี่ยนของคนในตำบล คือเรานำเอาระบบเศรษฐกิจหลักของตำบลมาจัดการเองโดยใช้สหกรณ์นิคมปลายพระยาจำกัด ซึ่งมีสถานะเป็นสหกรณ์เป็นกลไกหลักทำให้ชาวบ้านเกิดความเชื่อถือและทำให้งานลุล่วงไปได้”
นอกจากการจัดการเศรษฐกิจชุมชนอันเกี่ยวกับปาล์มน้ำมันซึ่งเป็นเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของตำบลแล้ว ในตำบลเขาเขนยังมีชาวบ้านส่วนหนึ่งมีอาชีพปลูกปลูกยางพารา ก็ได้ร่วมกับสหกรณ์ยาง จำกัด ส่งเสริมและบริหารการจัดการยางพาราทั้งระบบเช่นเดียวกัน
ประการสุดท้ายก็คือ พอคนทั้งตำบลปลูกปาล์ม แต่ไม่ได้กินปาล์มก็ต้องจัดการเรื่องอาหารการกินประจำวันให้อยู่ในมือของชุมชน ก็ได้มีการคิดถึงเรื่องเหล่านี้ จึงได้บูรณาการทุนชุมชนไปสู่การตั้งร้านค้าชุมชนเกิดขึ้นทุกหมู่บ้าน จัดตั้งธนาคารข้าวสาร โรงงานน้ำดื่มและตั้งปั้มน้ำมันชุมชนขึ้นมาบริการชุมชน
ที่ขาดไม่ได้ก็คือการดูแลความมั่นคงในชีวิตของคนเขาเขน ผ่านทาง “ สวัสดิการ” ซึ่งโดยปกติตำบลเขาเขนมีกองทุนสวัสดิการชุมชน ซึ่งเกิดจากการสมทบของสมาชิก(ชาวบ้าน) และรัฐบาลผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนในอัตรา 365 บาท/คน/ปี ปัจจุบันมีเงินกองทุนประมาณ 1.3 ล้านบาทนำไปจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย เป็นการดูแลด้านสวัสดิการให้ชุมชนโดยชุมชนเอง “เป็นการให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี”
ครั้งพอมีการบูรณาการ ระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนตามแนวทางดังกล่าวข้างต้น ผลกำไรส่วนหนึ่งก็จะนำไปสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชนทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนมีเงินมากพอที่จะนำไปจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย
ทุกวันนี้เขาเขนมีระบบเศรษฐกิจและระบบเงินทุนที่จัดการโดยชาวบ้านเอง โดยมีสหกรณ์นิคมปลายพระยา จำกัด มีสภาเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสภาองค์กรชุมชนตำบลเขาเขนเป็นกลไกลสำคัญในการเชื่อมโยงบริหารจัดการ มีกระบวนการในการยกระดับทางความคิดของแกนนำชุมชนที่เข้าไปทำงานเพื่อรับใช้คนในพื้นที่
การทำงานอย่างเป็นระบบเริ่มต้นจากศักยภาพและความพร้อมของคนในชุมชนโดยมีข้อมูลข้อเท็จจริงและความต้องการของคนในชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อนเช่นนี้ จึงทำให้เขาเขนในวันนี้สามารถก้าวพ้นความทุกข์ยากไปสู่การพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจและทุนชุมชนได้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจให้แก่ชุมชนต่างๆในการสู้กับระบบทุนภายนอกได้อย่างน่าสนใจ






