playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 “ตำบลโคกสลุงไม่ใช้พื้นที่ที่ดีที่สุด แต่ชุมชนร่วมกันสร้างแนวทางการพัฒนาจากการทำงานที่ต่อเนื่อง มีสภาองค์กรชุมชนและสวัสดิการชุมชนนับเป็นพื้นที่กลางในการแลกเปลี่ยน และเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ชุมชนย้อนทบทวนกระบวนการทำงานที่ผ่านมาด้วยการพลิกฟื้นวัฒนธรรมชุมชน เพื่อสร้างโอกาส และช่องทางสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ร่วมแก้ปัญหาในชุมชนท้องถิ่น ทำให้เกิดการแก้ปัญหาได้เร็วและตรงจุดให้สมกับคำว่า ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองโดยแท้จริง ”

(นายประทีป อ่อนสลุง  คณะทำงานศูนย์วัฒนธรรมไทยเบิ้ง)

กว่า 15 ปี วิถีไทยเบิ้ง กับสายใยวัฒนธรรม สายสัมพันธ์ชุมชนที่เป็นผลผลิตจากการที่กลุ่มแกนนำและผู้ที่ร่วมขับเคลื่อนงานพัฒนาความยั่งยืนของชุมชนบนฐานวัฒนธรรมส่งเสริมชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนาอย่างแท้จริง มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนเข้ามาช่วยหนุนเสริม ทำให้เกิดการทำงานอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับบริบทของชุมชน และมีแนวโน้มบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

03ตำบลโคกสลุงตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ประกอบด้วย 11  หมู่บ้าน มีจำนวนประชากรราว 11,500 คน 3,045 ครัวเรือน เป็นพื้นที่ชายขอบของภาคกลางเขตติดต่อกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเส้นทางติดต่อกันระหว่างภูมิภาคทั้งสอง ซึ่งมีกลุ่มผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบนี้มาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และมีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนเอง เช่น ภาษา การแต่งกาย การสร้างที่อยู่อาศัย อาหารการกิน และเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ

ความเป็นมาของชุมชน เบิ้ง ตรงกับคำว่า บ้าง ในภาษาไทยภาคกลาง ไทยเบิ้งก็คงจะหมายถึง เป็นไทยอยู่บ้างเหมือนกัน คือส่วนหนึ่งเป็นไทย ส่วนหนึ่งเป็นชนเผ่าอื่น เช่น อาจเป็นลาว หรือเขมร หรือยวน ผสมอยู่ ภาษาชาวไทยเบิ้งมีภาษาพูดคล้ายกับภาษาไทยภาคกลาง แต่มีเสียงเหน่อและนิยมลงท้ายประโยคด้วยคำว่า “เบิ่ง ,ด๊อก ,เหว่ย,เด้อ มีผู้เรียกภาษานี้ว่า ภาษาไทยเบิ้ง”เป็นต้น

04ตำบลโคกสลุงเป็นแหล่งชุมชนที่มีผู้คนอยู่อาศัยรวมกันในลักษณะหมู่บ้านใหญ่ เชื่อกันว่าดินแดนนี้มีอพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามาอาศัยและได้สร้างสมวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายปี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13-14 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งยังคงมีหลักฐานที่บ่งบอกร่องรอยทางโบราณคดีให้เห็นอยู่ เช่น สิ่งก่อสร้างที่วัดโคกสำราญ หมู่ที่ 3 บริเวณที่ถลุงแร่ของบรรพบุรุษ เป็นต้น หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏในเขตตำบลโคกสลุง เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าบริเวณแห่งนี้ ได้มีผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่แต่อดีตกาล จากแหล่งโบราณสถานโบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ วัดโคกระฆัง เสาหงส์ที่วัดโคกสำราณ โบสถ์เก่าที่วัดโคกสำราญ ฐานโยนี บัวกลีบขนุน และก้อนเศษเหล็กที่บริเวณหนองนฤพัฒน์ผจง(หนองใหญ่) ซึ่งบริเวณนี้ จากคำบอกเล่าสันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ถลุงแร่ของชาวบ้านในสมัยก่อนจนเรียกชื่อกันว่า หมู่บ้านโคกสลุง และได้เกิดการเพี้ยนของเสียงกลายเป็นหมู่บ้านโคกสลุง ในปัจจุบัน

ย้อนรอยกระบวนการทำงาน การโยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่ของชุมชนไทยเบิ้งแถบลุ่มแม่น้ำป่าสักที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในลักษณะต่างคนต่างไปนั้น หรือมีการรวมตัวกันบ้างเพียงกลุ่มเล็กๆ ทำให้เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มสูญหายไป จึงเกิดการรวมตัวและพูดคุยกันถึงผลกระทบจากการเข้ามาของเขื่อนป่าสักซึ่งอาจมีผลให้ชุมชนล่มสลายเนื่องจากพื้นที่ทำมาหากินส่วนหนึ่งถูกน้ำท่วม ผู้คนในชุมชนบางส่วนต่างพากันอพยพย้ายถิ่นออกไป รวมทั้งหารือกันว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ชาวโคกสลุงไม่ลืมรากเหง้าและวิถีชีวิตดั้งเดิมของตนเอง ซึ่งเป็นวิถีวัฒนธรรมที่ดีงาม และทำให้คนในชุมชนยังคงรักษาสิ่งดีๆเหล่านี้ไว้ 

06ภายใต้แนวคิดการพัฒนาชุมชนจัดการตนเองบนฐานวัฒนธรรม ซึ่งกลุ่มแกนนำพยายามขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากิจกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองเพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นบนฐานวัฒนธรรม ตามเป้าหมายที่สำคัญ 3 เรื่อง คือ 1) การอนุรักษ์ ฟื้นฟูวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยความมุ่งหมายที่ต้องการจุดประกายให้คนโคกสลุงเห็นคุณค่าของวิถีชีวิตดั้งเดิม พัฒนาไปบนพื้นฐานวัฒนธรรมเพื่อดึงความสนใจจากแนวคิดของกลุ่มแกนนำที่สร้างรูปธรรมมากกว่านามธรรม จึงได้มีการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ไทยเบิ้งเพื่อฟื้นฟูวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น 2) การพัฒนาความเป็นผู้นำเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงาน ความยั่งยืนของการพัฒนาบนฐานวัฒนธรรมต้องมีการพัฒนาคนทำงานควบคู่กันไปด้วยทั้งแกนนำที่เป็นเด็ก เยาวชนกับแกนนำที่มีใจและมีความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพผู้นำควบคู่กับงานอนุรักษ์ ฟื้นฟู 3 ) การสื่อสาร สืบสานและพัฒนาความยั่งยืน ส่งเสริมการเผยแพร่เรื่องราววัฒนธรรม และวิถีไทยเบิ้งโคกสลุงให้เป็นที่รู้จัก ผ่านการออกร้านจัดแสดงกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชื่อมโยงกับเครือข่ายที่จะเป็นกลไกหลักทำให้การพัฒนาเชิงวัฒนธรรมเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟู และสืบสานวัฒนธรรมและวิถีไทยเบิ้งโคกสลุงให้เกิดความยั่งยืน นั่นก็คือ การเชื่อมโยงเข้าไปสู่โรงเรียนต่างๆในชุมชน เป็นต้น

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter