playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

Patalungกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพญาขัน ปัจจุบันที่ทำการตั้งอยู่ที่ ศาลาหน้าเลนส์ หมู่ที่ 5 ตำบลพญาขัน อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง มีสมาชิกจำนวน 1,250 คน เป็นศูนย์รวมการทำกิจกรรมของคนในชุมชนตำบลพญาขัน

ก่อนที่จะเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพญาขัน เริ่มแรกจัดตั้งเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2542 โดยชมรมผู้สูงอายุบ้านควนถบ หมู่ที่ 4 ตำบลพญาขัน โดยมีนายชิต สมมาตร เป็นประธาน มีจำนวนสมาชิกเมื่อเริ่มก่อตั้ง จำนวน 139 คน มีกองเงินบริจาค จำนวน 35,925 บาท มาจนถึง พ.ศ. 2550 นายจรัล ตาแก้ว กำนันตำบลพญาขัน ได้รับเงินสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนให้จัดตั้ง กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพญาขัน เป็นเงิน 55,000 บาท และรับรองสถานะ วันที่ 14 กันยายน 2552 และได้ให้ชมรมผู้สูงอายุเข้ามาดำเนินการบริหารจัดการ โดยมีนายสกล กาฬสุวรรณ  เป็นประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพญาขัน ดำรงตำแหน่ง ณ ปัจจุบัน  ซึ่งเป็นกลไกนำที่กองทุนมีหลักยึดมั่น และมีกำลังในการเดิน

Pattalung01นายสกล กาฬสุวรรณ กล่าวว่า “ชีวิตหลังเกษียณราชการครู มาทำงานพัฒนา เกิดจากใจรักที่จะพัฒนา และอยากจะทดแทนภาษีประชาชนที่ให้เงินเดือนตอนชีวิตเป็นข้าราชการครู เท่านั้นเอง”

คำกล่าวนี้ เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานพัฒนาของประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพญาขัน พร้อมทีมคณะกรรมการของกองทุน จำนวน 25 คน ที่เป็นข้าราชการที่เกษียณอายุราชการมาทำงานเพื่อชุมชน ซึ่งคณะกรรมการโดยส่วนใหญ่เดิมเป็นสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ เป็นผู้รักการทำกิจกรรม ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยเน้นจากการพัฒนาชุมชนตนเองเป็นสำคัญ และเล็งเห็นความมั่นคงในเรื่องของสวัสดิการของคนในชุมชน โดยเกิดจากการ “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี”

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพญาขัน ให้อะไรกับสมาชิก และสมาชิกให้อะไรกับกองทุน   ถ้าถามเรื่องกองทุนให้อะไรกับสมาชิก ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพญาขัน กล่าวว่า การให้ของกองทุน สิ่งแรกที่เราให้คือให้ความเชื่อมั่น ให้ความมั่นใจกับสมาชิก ก่อให้เกิดการดูแลซึ่งกันและกัน คำตอบคือ เกิดความสุขของสมาชิก สุขทั้งภายในและภายนอก เมื่อคนในครอบครัวมีความสุข ชุมชนก็จะสุขตามไปด้วย เช่น กรณีการป่วยของสมาชิก ถ้าสมาชิกนอนโรงพยาบาล คนเฝ้าที่เป็นสมาชิกย่อมได้รับเงินค่าดูแลคนป่วย แต่ต้องอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน อีกอย่างที่กองทุนทำทุกปีคือการทำบุญให้กับสมาชิกที่ล่วงลับไปแล้ว

สิ่งที่เห็นได้ชัด ที่ประธานบอกว่า ในแต่ละปีสมาชิกมีจำนวนเพิ่มขึ้น คือ การที่กองทุนสวัสดิการให้การดูแลสมาชิกที่เสียชีวิต คือ หรีด 1 พวง เงินช่วยเหลือตามจำนวนปีที่เป็นสมาชิก และการสวดพระอภิธรรม 1 เตียง ทำให้ชาวบ้านเห็นคุณค่าของกองทุนสวัสดิการชุมชนและอยากเข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่ม

สวัสดิการให้มากกว่าสวัสดิการ คือการประสานภาคี การเชื่อมความสัมพันธ์ของคนในชุมชนให้เกิดความรัก ความสามัคคี กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพญาขันได้มีกิจกรรมเชื่อมโยงความสัมพันธ์ 3 ส่วน คือ องค์การบริหารส่วนตำบล - แกนนำ/คณะกรรมการกองทุน ชาวบ้าน โดยได้รับความร่วมมือจากนายกองค์กรบริหารส่วนตำบลมาร่วมทำกิจกรรมทุกครั้งที่มีการจัดกิจกรรมของกองทุน เช่น กิจกรรมการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านของผู้สูงอายุ กิจกรรมการไปศึกษาดูงานนอกสถานที่ กิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระ กิจกรรมการเข้าพรรษา เป็นต้น

ประธานกองทุน เล่าว่า การมีคณะทำงานดีส่งผลให้งานขับเคลื่อน ยิ่งมีคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมพลัง ทำให้กองทุนสวัสดิการมีพลังและพร้อมที่จะเดินหน้า แต่เราก็ต้องเดินหน้าไปพร้อมกับแผนการดำเนินงานหรือยุทธศาสตร์ของกองทุน เพื่อช่วยกันพยุงให้กองทุนมีความแน่นหนักในเรื่องของคุณค่า และศักดิ์ศรี จึงมีนโยบายในการเพิ่มช่องทางให้เด็กรุ่นใหม่มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องสวัสดิการชุมชนโดยให้คณะกรรมจะลงพื้นที่แนะนำให้ความรู้แก่กลุ่มเด็กและเยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมให้มากขึ้น กองทุนจะเพิ่มสมาชิกเด็กและเยาวชนโดยไม่เก็บค่าสมัคร แต่จะเป็นเป็นเงินสมทบรายปีแทน

Pattalung02นางพรรณี สงแสง เลขานุการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพญาขัน เล่าว่า การเข้ามาเป็นคณะกรรมการกองทุนก็เริ่มเข้ามาพร้อมกับประธานกองทุนคนปัจจุบัน โดยเริ่มต้นจากชมรมผู้สูงอายุ และเข้ามาช่วยเหลือชุมชน ซึ่งเป็นงานที่ชอบเพราะพี่น้องในชุมชน ก็เหมือนเป็นลูกหลานของคนในตำบล ในส่วนตัวที่เข้ามาทำงานอยู่ก็หลายปีแล้ว

“มีเรื่องดีคือ เรามีคณะทำงานที่เข้มแข็ง แบ่งงานกันทำ โปร่งใส ซื่อสัตย์ มีความสามัคคี แต่เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจคือทุกคนล้วนแล้วแต่มีอายุที่มากขึ้นทุกๆ วัน แต่ก็ยังโชคดีที่มีคนรุ่นใหม่ที่เป็นลูกหลานของตำบลพญาขันมีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการทำงานส่วนร่วมอยู่มาก

คณะทำงานทุกคนจึงมีความหวังที่จะเดินหน้าพัฒนากองทุนสวัสดิการให้มีความมั่นคง และเป็นสถานที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อนพี่น้องในชุมชนตำบลพญาขัน

Pattalung03นายประทีป เอียดหนู คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพญาขัน ได้เข้ามามีบทบาทในกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพญาขัน เกือบ 2 ปี รู้สึกภาคภูมิใจ เดิมโดยส่วนตัว เป็นคนชอบงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาตำบลให้อยู่ดี มีความสุข สิ่งที่เห็นได้ชัดที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมคือ “เรื่องดีๆ ที่คนในตำบลไม่ทอดทิ้งกัน” ทั้งคณะกรรมการในตำบลที่มีทุนเดิมที่เข้มแข็งคือ มีความรู้ มีวิชา มีความสามารถ และเป็นที่รักของทุกคนในตำบล เพราะเคยเป็นศิษย์อาจารย์กันมาก่อน จึงเกิดจากความรัก ความนับถือในตัวอาจารย์ ทำให้เกิดพลังที่เกิดจากความรักและเชื่อมั่นจากข้างในใจ

กล่าวได้ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพญาขัน เป็นสถานที่ให้การศึกษาในเรื่องของการจัดทำและการบริหารงานกองทุนสวัสดิการชุมชน ได้อย่างเต็มรูปแบบ เสมอเหมือน อาจารย์สอนศิษย์ ให้รู้จักการเรียนรู้ การพัฒนา การช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ที่สำคัญ การทำงานเป็นทีม ของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพญาขัน มีรูปแบบที่น่าสนใจ คือเป็นทีมที่มีใจอาสาในการพัฒนา และก้าวไปสู่ตำบลที่เข้มแข็ง หรือเป็นตำบลที่เป็นรูปธรรมในเรื่องของกองทุนสวัสดิการชุมชน เปรียบเหมือนเป็น “กองบุญ” ของคนในตำบลได้พึ่งพิง

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter