



ชาวนาในโครงการเพื่อนชวนเพื่อนทำนาอินทรีย์จังหวัดนครสวรรค์ เริ่มเดินหน้าปักดำต้นข้าวพันธุ์หอมนิลนาปรัง หลังผ่านขั้นตอนการคัดเมล็ดพันธุ์อย่างพิถีพิถัน โดยต่อยอดภูมิปัญญาความรู้ให้กับนักเรียนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วม นำกลับไปใช้การปลูกข้าวไม่พึ่งสารเคมี
ที่หมู่ 1 ตำบลหูกวาง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ชาวนาในโครงการเพื่อนชวนเพื่อนทำนาอินทรีย์จังหวัดนครสวรรค์ เกือบ 20 คน ที่เข้าร่วมในโครงการเพื่อนชวนเพื่อนทำนาอินทรีย์ แต่เดือนพฤษภาคม 2557 ต่างรวมตัวกันถอนกล้าข้าวหอมนิล ไปปักดำต่อในแปลงนา บนพื้นที่ 2 ไร่ หลังก่อนหน้านี้ ทุกคนช่วยกันคัดเมล็ดพันธุ์อย่างพิถีพิถัน กระทั้งได้เมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ ก่อนจะนำไปปลูกในแปลงเพาะกล้าขนาดเล็ก ปล่อยให้ต้นข้าวโตโดยไม่ใส่ปุ๋ยทุกชนิด ประมาณ 20-25 วัน จึงสามารถถอนกล้าข้าวไปปักดำต่อในแปลงนาได้
ซึ่งวันนี้ นายวิมลชัย ฉัตรรักษา ครูผู้สอนโรงเรียนวัดหนองตางู อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ นำนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 43 คน มาร่วมศึกษาเรียนรู้ขั้นตอนการปลูกข้าวปลอดสารเคมีด้วย
ครูวิมลชัย กล่าวว่าเด็กนักเรียนในชุมชนส่วนใหญ่จะเรียนรู้วิธีทำนาแบบใช้สารพิษ-สารเคมี จากการสอบถามพบว่านักเรียนหลายคน ครอบครัวมีอาชีพปลูกข้าว แบบใช้ปุ๋ยยูเรีย และ สารกำจัดศัตรูพืช การทำนามีต้นทุนสูง แต่ขายเข้าโรงสีได้ราคาต่ำ เมื่อรู้ว่ากลุ่มชาวนาในโครงการเพื่อนชวนเพื่อนทำนาอินทรีย์จังหวัดนครสวรรค์ จะมาจัดกิจกรรมปลูกข้าวแบบประณีต วันนี้จึงพาเด็กๆมาเรียนรู้ เพื่อให้นำไปต่อยอดใช้ในชีวิตประจำวันในการปรับเปลี่ยนวิธีปลูกข้าวในชุมชน โดยหลังเสร็จกิจกรรมเรียนรู้การปลุกข้าวครั้งนี้ ก็จะนำไปพัฒนาเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาเกษตร
สำหรับโครงการเพื่อนชวนเพื่อนทำนาอินทรีย์ สมัชชาเครือข่ายโรงเรียนชาวนา จังหวัดนครสวรรค์ กลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมพยุหะ โดยมีชาวนาในพื้นที่ตำบลน้ำทรง อำเภอพยุหะคีรี ชาวนาจากอำเภอบรรพต จังหวัดนครสวรรค์ จากตำบลหาดทะนง จังหวัดอุทัยธานี และชาวนาจากตำบลโค้งไผ จังหวัดกำแพงเพชร ต่างเข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้วิธีปลูกข้าวอินทรีย์
เริ่มด้วยการคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์หอมนิล นาปรัง โดยใช้เครื่องกะเทาะเปลือกออก ให้เป็นข้าวกล้อง ก่อนจะแบ่งกันคัดเมล็ดข้าวเพื่อนำไปเป็นพันธุ์ในการปลูกต่อไป การอบรมในครั้งนี้ทุกขั้นตอนการปลูกข้าวจะให้ทุกคนที่เข้ารับการเรียนรู้มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนตลอดระยะเวลากว่า 4 เดือนต่อจากนี้ เริ่มตั้งแต่การคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว จากนั้นจะร่วมกันเตรียมแปลงปลูก เพาะเม็ดพันธุ์ ให้เป็นต้นกล้า และร่วมกันปักดำ ดูแลกระทั่งเก็บเกี่ยวผลผลิต ทุกกระบวนการจะไม่มีการใช้สารเคมี
การมารวมตัวเรียนรู้ของชาวนาครั้งนี้อยู่ภายใต้ ขับเคลื่อนพันธุกรรมพื้นบ้านสู่เมนูอาหารท้องถิ่น ซึ่งโครงการนี้จัดขึ้นโดยเครือข่ายโรงเรียนชาวนาจังหวัดนครสวรรค์ ชาวนากลุ่มนี้จะเดินหน้าพูดคุยแลกเปลี่ยนวิถีการทำนาภายใต้โครงการดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อให้ ชาวนาสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่ต้องรอนโยบายและโครงการของรัฐบาล
เมื่อครบระยะเก็บเกี่ยวทางกลุ่มชาวนาจะแบ่งพันธุ์ข้าวกลับไปปลูกที่บ้านตนเองเพื่อขยายพันธุ์ เมื่อมีปริมาณมากพอก็จะแบ่งจำหน่ายเป็นเมล็ดพันธุ์ให้กับผู้ที่สนใจ ส่วนหนึ่งก็จะนำไปสีให้เป็นข้าวกล้อง ไว้รับประทาน และจำหน่ายผ่าน กลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมพยุหะคีรี และกลุ่มศิลปินรักษ์ผืนป่าตะวันตกที่มีนักอนุรักษ์ทั้งศิลปิน กวี ภาพถ่าย และนักดนตรีแถวหน้าของเมืองไทย เป็นผู้รับซื้อรายใหญ่ไปจำหน่ายเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวของชาวนาในโครงการเพื่อนชวนเพื่อนทำนาอินทรีย์จังหวัดนครสวรรค์ โดยนายประกอบ อินชูพงษ์ ประธานกลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมพยุหะคีรี กล่าวว่า ทางกลุ่มยินดีรับซื้อผลผลิตจากชาวนาในราคาที่สูงกว่าโรงสี เพื่อนำไปแพคถุงจำหน่ายเอง ภายใต้ชื่อกลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมพยุหะคีรี เพราะมั่นใจในผลผลิตของชาวนากลุ่มนี้ ว่ามีคุณภาพ เนื่องจากผ่านขั้นตอน อย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่คัดเมล็ดพันธุ์ กระทั้งเก็บเกี่ยว อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์การปลูกข้าวแบบดั่งเดิม ให้คงอยู่กับครอบครัวของกระดูกสันหลังของชาติต่อไป ดีกว่าปล่อยให้บริษัทเอกชนเข้ามาบริหารจัดการปลูกข้าวแบบอุตสาหกรรม
รายงานและภาพ โดยนายอนนท์ธวัส บุตรอินทร์
ผู้สื่อข่าวชุมชน จ.นครสวรรค์




