
“เมื่อก่อนเราไม่รู้เลยว่าเราจะพัฒนาไปทางไหนและพัฒนาไปทำไม
แต่พอมีสภาองค์กรชุมชน ทำให้เราเราจะพัฒนาเพื่ออะไร”
รื่นจิต บุญมั่น
ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบลบ้านหาด
ราวปีพุทธศักราช 2512อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี จัดให้มีการคัดเลือกและจัดลำดับตำบลในอำเภอบ้านลาดที่มีอยู่ทั้งสิ้น 18 ตำบล โดยใช้ความอยู่ดีมีสุขของคนในชุมชน ความสามารถของผู้นำในชุมชนที่จะพัฒนาชุมชนทั้งด้านกายภาพและชีวิตของชุมชน การคมนาคม ขนส่ง หรือจะเรียกสั้นๆว่า “การพัฒนาเป็นเกณฑ์” จากมากที่สุดเรียงตามลำดับไปถึงน้อยหรือด้อยที่สุด
ในครั้งนั้นตำบลบ้านหาดถูกจัดลำดับ ไว้ในลำดับที่ 18 นั่นหมายถึงตำบลบ้านหาดเป็นตำบลที่มีการพัฒนา น้อยหรือด้อยที่สุด ถนนหนทางแม้แต่รถจักรยานก็เดินทางลำบาก ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนมีน้อยจนแทบไม่เหลือ น้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอ ไร้ผู้นำและความร่วมมือจากคนในชุมชน สภาพแวดล้อมที่ขาดความสมดุล สาเหตุสำคัญ คือ ถูกกำหนดโดยความคิดจากคนภายนอกว่าหากเข้ามาที่พื้นที่บ้านหาดจะไม่ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ด้วยเหตุผลข้างต้นทำให้คนบ้านหาดต้องบอบซ้ำและจำติดตาติดมาถึงปัจจุบัน
ในเหตุการณ์ครั้งนั้น เป็นเหตุการณ์เรียกได้ว่า จุดต่ำสุดของบ้านหาด จากวันนั้นถึงวันนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในอดีต “บ้านหาด”เกือบไร้ชื่อ แทบกลายเป็นตำบลร้าง เนื่องจากคนบ้านหาดได้รับผลกระทบหลายอย่าง จากภาวะภัยแล้ง น้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอ ที่ดินเพื่อการทำมาหากินก็ไม่เพียงพอ คนในชุมชนย้ายถิ่นไปแสวงหาที่อยู่ที่ทำกิน ทั้งไปตายดาบหน้า ทั้งการบอกเล่าจากญาติ ส่วนใหญ่ย้ายไปอยู่แถว อำเภอปราณบุรี อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
จุดประกาย เริ่มต้นละลำดับของการจัดการตัวเอง
พ.ศ. 2517 ด้วยความรักในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และเรียกคนบานหาดกลับมาเป็นคนบ้านหาดอีกครั้ง แกนนำชุมชนและคนที่มีคนนับห้าถือตาในหมู่บ้าน พระสงฆ์ ครู รวมตัวพูดคุย ร่วมกำหนดวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน พูดคุยกันบ่อยๆ สม่ำเสมอ ทุกเดือน เป็นศูนย์รวมและที่มาของการพูดคุยแก้ไข ทุกข์ สุข ร่วมกันของคนในตำบล และได้กำหนดปัญหาร่วมกันโดยมีเป้าหมายที่จะแก้ไขไปพร้อมๆกันอย่างเป็นระบบ สร้างชื่อเสียงให้คนตำบลบ้านหาด ประกอบด้วย (1.) แก้ไขปัญหาด้านการทำมาหากิน โดยเฉพาะเรื่องการหาน้ำเพื่อการเกษตร (2.) การแก้ไขปัญหาด้านที่ดินทำกินเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ (3.) แก้ไขปัญหาเรื่องความรู้ของคนในตำบล เนื่องจากคนตำบลบ้านหาดในสมัยนั้นถูกกำหนดให้เรียนถึงชั้น ป.4แล้วต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวกำหนดโดยพ่อแม่เอง (4.) การแก้ไขด้านการประกอบอาชีพ เนื่องจากชาวตำบลบ้านหาดมีอาชีพที่จำกัด คือทำนาและทำตาล ไร้ลูกหลานสานต่อ
พ.ศ. 2532 เพชรบุรีหรือปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี เข้ามาร่วมกับชาวบ้าน ทำความเข้าใจเรื่องการรวมกลุ่มในชุมชน โดยใช้วัดเป็นศูนย์กลาง เริ่มมีการรวมกลุ่ม โดยใช้ “เงิน”เป็นเครื่องมือหลักในการทำงานร่วมกัน โดยวิธีการของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
พ.ศ. 2533 สหกรณ์มั่นคง การเงินในตำบลมีเอกภาพ การบริหารจัดการมีระบบระเบียบ เริ่มขยับมุ่งสู่การพัฒนาชุมชนเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยการจัดตั้งชมรม “ชมรมคนรักตำบลบ้านหาด”เพื่อเป็นศูนย์กลางของการวมคนรวมงาน รวมสมองที่จะแก้ไขปัญหาของตำบลบ้านหาด โดยให้คนมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันทุกเดือน แก้ไขปัญหาใน 3 เรื่องหลัก คือ (1) ด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ (2) การรักษาชีวิตและทรัพย์สิน เกิด ตำรวจอาสาชุมชน ตำบลบ้านหาด ออกตรวจตราร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ (3) การช่วยกันดูแลทรัพย์สินและสาธารณประโยชน์ อาทิ ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ไฟฟ้า (จิตรสาธารณะ)เป็นต้น
พ.ศ. 2541 เริ่มกำหนดระเบียบของชุมชนร่วมกัน มีโครงสร้างคณะกรรมการ มีระบบการบริหารจัดการและได้ขอขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์ จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีบทบาทและหน้าที่หลัก เพื่อประชุม ปรึกษา หารือ สร้างกิจกรรมสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมร่วมกัน ต่อต้านยาเสพย์ติด กำหนดกิจกรรม “ลานเยาวชนคนดนตรี เพื่อครอบครัวอบอุ่น” และการพัฒนาด้านอาชีพ โดยการฝึกอบรม ศึกษาดูงาน ตลอดจนการดูแลทุกข์สุขของคนในหมู่บ้านชุมชน ใช้สภาตำบล ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นกรรมการ เพื่อดูแลความสงบสุขของตำบลและประสานงานกับองค์กรต่าง กับหน่วยงานและอำเภอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาชุมชน ในขณะที่กรรมการพัฒนาชุมก็จะส่งพัฒนาการเข้ามาพูดคุยกับกรรมการสภาตำบล นำปัญหาของชุมชนไปดำเนินการเขียนโครงการเพื่อขอการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ
ภายหลังที่มีชมรมคนรักตำบลบ้านหาดทำให้คนมีความรัก สามัคคีกันมากขึ้นมีการรวมกลุ่มและมีการคัดเลือกผู้นำโดยไม่มีการแข่งขัน คือ การคัดเลือกสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ สอบต. ซึ่งใช้เวทีพูดคุยของชมรมคนรักตำบลบ้านหาดคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม ให้เข้ามาเป็นตัวแทนชาวบ้าน
ปัจจุบันชมรมคนรักตำบลบ้านหาดได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการพิจารณาแผนระดับอำเภอ และได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริการส่วนตำบลบ้านหาด ปีละ 20,000 บาท และถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ อบต.อีกด้วย ปัจจุบันตำบลบ้านหาดเกิดรูปธรรมการพัฒนา เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในอดีตชาวบ้านในตำบลบ้านหาด ซึ่งมีทั้งสิ้น 5 หมู่บ้าน ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพ “ทำนา” ก็อาศัยน้ำฝน ปนน้ำคลอง สภาพวิถีชีวิตส่วนใหญ่ ต่างคนต่างอยู่ ขาดความรัก ความสามัคคี คนในหมู่บ้านลูกหลานทะเละกัน ชุมชนไม่ค่อยได้รับการใส่ใจจากหน่วยงานพัฒนา เนื่องจากพื้นที่ตำบลเป็นพื้นที่ชายขอบติดกับอำเภอเมืองเพชรบุรี จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวบ้านเริ่มต้นต้องคิดเรื่องพัฒนาตัวเองสูง โดยแกนนำริเริ่มการทำงานเพื่อชุมชน เริ่มต้นจากการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ประปาหมู่บ้าน ถึงฤดูฝน น้ำประปาในหมู่บ้านจะขุ่น มีกลิ่น แกนนำในหมูบ้านได้เริ่มการประสานนำประปาส่วนภูมิภาค เข้ามาในหมู่บ้านเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันยังไม่ครบทุกหมู่บ้าน บางครัวเรือนยังใช้ประปาหมู่บ้านอยู่
จากปัญหาน้ำ ทำให้ชาวบ้านที่ต้องอาศัยพึ่งพาน้ำต้องพยายามจัดการตัวเอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 และมาเรื่องพัฒนาไฟฟ้าในหมู่บ้าน ปี พ.ศ. 2526 ตำบลบ้านหาด จึงเป็นตำบลที่เริ่มต้น แก้ไขปัญหา ด้านสาธารณูปโภค และขยับมาทำเรื่องการดูแลพัฒนาชุมชน โดยเริ่มที่ ชมรมตำรวจอาสาชุมชนตำบลบ้านหาด เป็นที่แรก เชิญผู้ใหญ่บ้านกำนัน แกนนำ เข้ามาร่วม โดยใช้ชมรมเป็นตัวตั้ง เพราะมองถึงการดูแลกันและกัน เอาอาสาสมัครหมู่บ้านละ 15 คน ชาวบ้าน หน่วยงานหลายส่วนก็เข้ามาสนับสนุนงบประมาณ และสนับสนุนกิจกรรม
กระบวนการริเริ่ม ที่ผ่านมา การจัดกิจกรรมใช้ วัด เป็นสถานที่ในการร่วมคิด ปากต่อปาก คุยกัน ผู้นำชุมชนเริ่มเอาด้วย ก่อเกิด สหกรณ์เครดิตยูเนียน ในช่วง ปี 2532 เน้นการมองเรื่องการรวมเงิน เพื่อแก้ไขปัญหาของตนเอง ต่อมา จากเรื่องเงินเลยมองเรื่องอื่น และขยับมาสู่การเกิด “ชมรมคนรักตำบลบ้านหาด” จากชมรมคนรักตำบลบ้านหาด มีการประชุมประชาคมตำบล โดยมีแกนนำ กลุ่ม องค์กร ในแต่ละหมู่บ้านๆละ 15 คน 4 หมู่บ้าน รวมประชาคมในตำบล 60 คน 13 กลุ่ม มาประชุมปรึกษาหารือการพัฒนาหมู่บ้าน มีการประชุมอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือสองเดือนครั้ง ชมรมจะเป็นศูนย์รวมในการแก้ปัญหาพัฒนาชุมชน เอาปัญหาเข้ามา เรื่องทั่วๆ ไป และมองถึงเรื่องการเมืองของชุมชน เพราะมองเรื่องการเมืองที่เป็นชีวิต ชมรมคนรักตำบลบ้านหาด เป็นศูนย์รวมของชาวตำบลบ้านหาด ผู้นำชุมชน อสม. ตัวแทนกลุ่มองค์กรชุมชน
ข้อดีจากกระบวนการเรียนรู้จาก......สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
ทุกคนมองเห็นประโยชน์ร่วมกัน จากสหกรณ์ เอาสหกรณ์เป็นตัวตั้ง ชาวบ้านก็จะยอมรับง่าย สหกรณ์ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ สวัสดิการ คนเริ่มมองเห็นเรื่องผลประโยชน์ของสหกรณ์ ในปี พ.ศ. 2532 สมาชิกสหกรณ์ครั้งแรก มีจำนวน 40 คน วันตั้งก็มีประมาณ 42 คนใช้วัดเป็นพื้นที่ร่วม เงินทุนครั้งแรก 5,080 บาท ปัจจุบันมีสมาชิกสมทบ จำนวน 1,400 สมาชิกสามัญ จำนวน 2,500 คน มีเงินหมุนเวียน 70 ล้านบาท สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ได้ก่อให้เกิดการจัดสวัสดิการชุมชนเกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ให้ชาวบ้านเกิดการพึ่งพิง จุดเริ่มที่จะกระตุ้นให้เกิดพลังที่จะช่วยตัวเอง ในการประชุม จะมีวาระความเคลื่อนไหวของท้องถิ่น แต่ละหมู่ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร และเชื่อมไปสู่หน่วยงานท้องถิ่น
การก่อเกิดสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านหาด
เริ่มต้นจากกระบวนการมีการนัดประชุมเรื่องสภาองค์กรชุมชน มี แกนนำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตัวแทนจากกลุ่มองค์กรในตำบล เช่น ตัวแทนกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มสหกรณ์เครดิตยูเนียน ทั้ง 5 หมู่บ้าน เข้าร่วมฟังชี้แจงการจดแจ้งจัดตั้งสภาฯ จากแกนนำในระดับจังหวัดเพชรบุรี และ จนท. พอช.. โดยภาพรวม การจดแจ้งจัดตั้งสภาฯเป็นพรบ.ส่งเสริมการจัดตั้งของกลุ่มที่มีกฎหมายรับรอง
จากเวทีครั้งแรก มีการชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล โดยผ่านกลไกของการประชุมสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนียน มีกระบวนการคัดสรรแกนนำกลุ่ม ชุมชน เข้ามา และบางส่วนก็เป็นผู้นำทางการ เช่น ปลัดอบต. ชี้แจงการจัดตั้ง จำนวน 2 ครั้ง กลุ่มที่เข้าใจ แสดงความจำนงค์ในการจดแจ้ง มีจำนวน 8 กลุ่ม จาก 13 กลุ่ม
เริ่มแรกของสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านหาด
แกนนำกลุ่ม องค์กร กำนันผู้ใหญ่บ้าน นึกภาพไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องใหม่ไม่เคยได้ยินมีการประชุมชมรมคนรักตำบลบ้านหาด และ ประชุมกรรมการเตรียมการจดแจ้ง มีเอกสารการจดแจ้งจัดตั้งสภาฯ แจกในที่ประชุม ประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวตามหมู่บ้าน
มีการประชุม อสม.ทุกวันที่ 12 ของเดือน และประชาสัมพันธ์ผ่าน อสม. แกนนำที่เข้าร่วมประชุม จะเป็นตัวแทนของหมู่บ้าน ชาวบ้านจะเลือกผู้นำตามธรรมชาติ ความสามารถ มีการกำหนดอยู่ เน้นที่มีความพร้อมที่จะมาช่วยงาน และคนก็สมัครใจ ส่วนใหญ่เป็นเครือญาติพี่น้อง
หลังจาก รับรู้เรื่องสภาองค์กรชุมชน ก็จะมีการประชุมกรรมการ กลุ่ม องค์กรย่อยแต่ละกลุ่ม จะมีการเชิญผู้นำอบต. ผู้นำท้องถิ่น พอคุยเสร็จก็จะชี้แจงเรื่องสภาพัฒนาการเมือง และสภาองค์กรชุมชน ถึงเวลาแล้วที่ชาวบ้านจะต้องรู้เรื่องสภาองค์กรชุมชน การเมืองภาคพลเมือง อบต.จะเชิญชาวบ้านเข้าไปคุยทุกเดือน จนเริ่มเข้าใจ และมี พอช.เข้ามาคุยให้ข้อมูล ผ่านกลุ่มชมรมต่างๆ
จนกระทั่งนำไปสู่การตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านหาด เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2551 จำนวนผู้แทนชุมชน 22 คน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 4 คน รวมสมาชิก จำนวน 26 คนเป็นการเริ่มเสริมองค์กรเก่า พัฒนาประชาคมหมู่บ้านที่เข้มข้นมากขึ้น เอาปัญหาอุปสรรคของประชาคมตำบล มาเข้าแผนของ อบต./ อบต.จะให้สิทธิแก่ประชาคมตำบลก่อนที่จะทำแผนของ อบต./ ประชาคมตำบล 15 คน จากตัวแทนของหมู่บ้านๆละ 3 คน การกำหนดรูปแบบ มีการประชุมสมาชิกสภาฯ ไปแล้ว จำนวน 5 ครั้งแล้ว หลังการจัดตั้งสภาฯ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีการประชุมให้ข้อมูล ความรู้ การจัดตั้ง การเลือกตั้งคณะกรรมการ เอากฎหมายมาอธิบายให้ชาวบ้านเห็นประโยชน์ร่วมกัน
การดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านหาด เน้นการให้ข้อมูล ให้ความรู้ การพัฒนาต่างๆ สภาองค์กรชุมชน ก็จะเป็นตัวแทนจากกลุ่มที่จะเข้ามาจดแจ้ง เอาตัวแทนของชุมชนที่มีอยู่ การจดแจ้งจะทำให้ชัดเจน เกิดระบบที่เห็นกัน เอารายละเอียดต่างๆ ในการจดแจ้งจัดตั้งไป คุยกับ อบต. เพื่อทำความเข้าใจ โดยมีกิจกรรมของสภาองค์กรชุมชนสำคัญดังนี้ 1) ปรึกษาหารือกับ ประชาคมตำบล ร่วมกัน ได้แก่ สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านหาด ประชาคม และ อบต.เป็นการประชาคม 3 เข้ามาคุยกัน มีตัวแทนมาคุยกัน มองเรื่องกฎหมายที่จะหนุนเสริมกระบวนการ มองเรื่องแนวทางการพัฒนาชุมชน 2) การประชุมสภาองค์กรชุมชน 2 เดือน/ ครั้ง และมีการให้ความรู้และการพัฒนาศักยภาพของแกนนำสภาองค์กรชุมชน
สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านหาดร่วมกับ ประชาคมตำบล ชมรมคนรักตำบลบ้านหาด และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน มีการปรึกษาหารือเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาการพัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต สวัสดิการชุมชน และพัฒนาการเมืองภาคประชาชน ตัวอย่างเช่น จากการประชาคมร่วมกัน ทำให้เกิดการวิเคราะห์สภาพปัญหาของชุมชนพบว่า ยังมีปัญหาเด็ก และเยาวชน เด็กในชุมชนมักจะทะเลาะและตีกันเป็นประจำ จึงมีการร่วมกันจัดกีฬาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ของเด็กเยาวชน เช่น ฟุตบอล วอลเล่ย์บอล เน้นการสร้างรูปธรรมของการแก้ไขปัญหาที่เห็นชัดเจนก่อน
การขยายให้ครอบคลุมทั้งตำบล จากที่กล่าวข้างต้นว่ากากรจัดตั้งสภาองค์กกรชุมชนตำบลบ้านหาดเริ่มจากกลุ่มที่สนใจ และเข้าใจมาร่วมกัน ยังมีหลายกลุ่มในตำบลที่ยังไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสภา แนวทางการขยายของสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านหาด คือ การทำให้ชาวบ้านทุกกลุ่ม องค์กร ในตำบล เข้าใจ ประโยชน์ ขั้นตอน ในการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล และมาสมัครเป็นสมาชิกสภาฯครอบทุกกลุ่ม
วันนี้แม่ว่าตำบลบ้านหาดจะก้าวพ้นลำดับที่ 18 ไปได้ แต่ทุกคนรู้ว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้น และ “ลำดับ” ไม่ใช่เป้าหมายอีกต่อไป แต่ความอยู่ดีมีสุขต่างหากที่ทุกคนจะก้าวไปให้ถึงพร้อมๆ กัน
รายงานโดย กัมปนาท ศรีไพโรจน์
ผู้สื่อข่าวชุมชนจังหวัดนครปฐม




