playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก


270857 15เมื่อวันที่
27 สิงหาคม 2557 ขบวนองค์กรชุมชนร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดเวทีสรุปบทเรียนการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน รูปธรรมการจัดการตนเองในระดับฐานล่าง ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2557 ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม  และบริเวณลานดอกปีบชั้น 1 พอช. กรุงเทพฯ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางและแผนปฏิบัติการ การพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนปี 2558  ผู้เข้าร่วมงานกว่า 240 คนจากตัวแทนพื้นที่รูปธรรม 61 พื้นที่ทั่วประเทศ

 

 

          270857 08นายพลากร  วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนสู่การจัดการตนเองจากฐานล่างว่า ในการพัฒนาประเทศนั้นภาคประชาชนนั้นเป็นฐานสำคัญ แม้เศรษฐกิจจะมีความหมายแต่ทุนชุมชนก็มีคุณค่าอย่างทัดเทียมกัน ยิ่งในสภาพชุมชนไทย ทุนชุมชนอันหมายถึง คน กลุ่ม องค์กร ชุมชน ทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ซึ่งเป็นทุนที่มีคุณค่ามหาศาลมากกว่าตัวเงิน

ในการข้ามผ่านวิกฤตเศรษฐกิจที่ทั่วโลกเผชิญของไทยได้ผ่านพ้นมาไม่ว่าจะเป็นวิกฤติฟองสบู่แตก ต้มยำกุ้ง หรือแฮมเบอร์เกอร์ ก็ตาม ไทยได้รับผลกระทบไม่ต่างจากประเทศอื่นๆแต่ความน่าสนใจคือ การฟื้นตัวที่รวดเร็ว เป็นความแตกต่าง ทำให้ค้นพบว่าทุนสำคัญของประเทศนั้นอยู่ที่ชุมชน บางชุมชนมีธนาคารหมู่บ้านที่มีเงินนับสิบล้าน รวมตัวกันเป็นเครือข่ายก็เพิ่มพูนเป็นร้อยล้านบาท หรือดังเช่นที่ครูชบ ยอดแก้วเป็นแกนนำสำคัญในการขยายสวัสดิการชุมชนเต็มพื้นที่จังหวัดสงขลา เกิดปรากฎการณ์การร่วมสมทบโดยเริ่มจากทุนชุมชน ผนวกท้องถิ่นและรัฐเข้ามา ทำให้สวัสดิการชุมชน 5,800 กองทุน เงินกว่า 5-6 พันล้านบาททำให้เห็นระบบทุนของชุมชนที่เข้มแข็ง

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทุนชุมชนมีความหมายอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะมุ่งหน้าในแบบใด ทุนนิยม พึ่งตนเอง พอเพียง หรือบูรณาการ ทุนชุมชนคือต้นทุนที่มีอยู่ แล้วเพิ่มเติมเต็มบนเศรษฐกิจที่เราควบคุม ดูแลได้ อย่างรู้เท่าทัน ยิ่งในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองปัจจุบันด้วย การเคลื่อนงานของชุมชนเป็นที่จับตามองของระดับนโยบายมากยิ่งขึ้น สวัสดิการชุมชนซึ่งชัดเจนได้ว่าไม่ได้เป็นนโยบายประชานิยมเพราะเจ้าของที่แท้จริงคือชุมชน 

ทิศทางจากการร่วมกันถอดบทเรียนในสองสามวันนี้นอกจากเราต้องตระหนักในความสำคัญของเศรษฐกิจและทุนชุมชน ยังมีข้อควรคำนึงเพื่อพัฒนาสู่ทิศทางการพัฒนาในปีต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงกับการเปิดประเทศเข้าสู่ระบบอาเซียน ที่ชุมชนต้องเผชิญการพัฒนาที่รวดเร็วการถอดบทเรียนเพื่อเทียบเคียงให้เห็นภาพอนาคตกับการอยุ่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสม อีกประการคือการผนึกกำลังสู่การร่วมกันปฏิรูปประเทศไทยโดยชุมชน เศรษฐกิจและทุนชุมชนเป็นฐานสำคัญของสภาองค์กรชุมชน และสภาองค์กรชุมชนได้เข้าไปมีบทบาทมากขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ซึ่งสิ่งสำคัญต้นๆคือการร่วมสร้างการตื่นตัวของพี่น้องทั่วประเทศในการลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง อาทิ การร่วมผลักดันกฎหมายสำคัญของภาคประชาชน เช่น กฎหมายที่ดิน 4 ฉบับ พรบ.สวัสดิการชุมชน หรือเศรษฐกิจและทุนชุมชน จะมีประเด็นเพื่อผลักดันเป็นกฎหมาย เราต้องร่วมมือกัน

 

270857 12นายสิน สื่อสวน รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พอช.ได้เสริมเรื่องความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนโดยภาคประชาชนสู่การปฏิรูปว่า “ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” เป็นยุทธศาสตร์ที่ทั้งพอช.และขบวนองค์กรชุมชนร่วมขับเคลื่อนมาแล้วสองปี ทุนที่เป็นตัวเงิน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการขับเคลื่อน สิ่งสำคัญคือการปรับวิธีคิดสู่การเปลี่ยนแปลง ต้องคิดให้เป็นระบบมากขึ้นโดยเริ่มจากตำบล แต่การจะยกระดับต้องเห็นข้อมูลภาพรวมทั้งชุมชนไม่ว่าครัวเรือน การถือครองที่ดิน ผลการผลิต การใช้จ่าย หนี้สิน อันเกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจพื้นฐานจากนั้นต้องร่วมกันคิดต่อว่าจะสร้างความเข้มแข็งเพื่อการจัดการตนเองได้อย่างไรซึ่งเราต้องมาชวนกันคิดให้ก้าวข้ามสุ่การวิเคราะห์พื้นที่สู่การพัฒนาเศรษฐกิจทุนชุมชน

อีกทั้งนับจากนี้ เมื่อการเปลี่ยนแปลงการเมืองเกิดขึ้น ความเข้มแข็งสำคัญคือชุมชน ภาคประชาชน พอช.เป็นเพียงหน่วยสนับสนุน การร่วมกันคิดแผนการขับเคลื่อนในปีต่อไปต้องเชื่อมโยงกับการร่วมกันผลักเข้าสู่นโยบาย ยิ่งในช่วงระยะเวลาที่องค์กรชุมชนเป็นที่จับตาของระดับนโยบาย โอกาสที่เกิดขึ้นทำให้เราได้มีโอกาสนำเสนอผลการดำเนินงานที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายจากฐานรากได้แก่ คสช.และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้รับการประสานเพื่อทำความเข้าใจร่วมเรื่องเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งได้รับการยอมรับจนเกิดการพัฒนาร่างยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนขึ้นมาคือ ร่างยุทธศาสตร์   ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจทุนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีหลักการสำคัญในการพัฒนาสู่ความยั่งยืนจากฐานล่าง ลดการทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และไม่ทำลายคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ทั้งหมดนี้เพื่อนำสู่การพึ่งตนเองของชุมชนระยะยาว  แต่ทั้งนี้การพัฒนาขึ้นอยู่กับความพร้อมและความเป็นจริงในพื้นที่ รวมถึงการให้องค์กรชุมชนเข้าไปมีบทบาทสำคัญเป็นเจ้าของการพัฒนา และเป็นผู้ตัดสินใจดำเนินการ รับผลประโยชน์

ดังนั้นการ การสรุปบทเรียนเศรษฐกิจและทุนชุมชนที่จะเกิดขึ้นในเวทีนี้ มันมีความหมายมากต่อการเสนอในระดับนโยบายคือ การยกระดับปฏิบัติการสู่การพัฒนาเป็นนโยบายที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการเสนอ รัฐบาลให้การเห็นชอบ พร้อมสนับสนุนโดยมีแนวทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

  

270857 13นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วโลกอันส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจหลักและชุมชน ดร.วิทย์  สุนทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัทไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด(มหาชน) ได้ให้ความเห็นและหลักการสำคัญต่อการรับมือจากผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตัวชุมชนเองว่า ความยั่งยืน ต้องประกอบด้วย เศรษฐกิจปากท้อง ทรัพยากรท้องถิ่น สังคมวิถีชุมชน  ฉะนั้นแล้ววิสาหกิจกับความยั่งยืน ก่อให้เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมาจากการนำทุนที่มีอยู่(ทรัพยากร สังคม(วัฒนธรรม ประเพณี ศิลปกรรม) มนุษย์(ความสามารถของบุคลากรในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นกาย ปัญญา ศักยภาพในท้องถิ่น)แปลงเป็นสินค้าบริการ สู่ความมั่งคั่ง

แต่ปัจจุบันในสังคมไทย ทุนมนุษย์ ที่เป็นตลาดแรงงานได้ลดน้อยลงมองได้สองประการคือ คนไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมากขึ้น และทำงานที่เลือกได้ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ส่งผลให้ความยั่งยืนในอาชีพไม่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงการพัฒนา /สิ่งสำคัญคือการเอาความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นจากดอกผลสินค้าบริการมาสร้างให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่อย่างไร

ชุมชนบางสน จังหวัดชุมพร เป็นชุมชนที่มีกลุ่มองค์กรในพื้นที่หลากหลาย กลุ่มประมงเป็นกลุ่มอาชีพหลักของชาวบ้าน และการจับปลาอินทรีย์แบบตกเบ็ดก็เป็นอาชีพที่โดดเด่นในนั้น ซึ่งในวงการการแปรรูปอาหาร จะทราบกันดีว่าการตกเบ็ดเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับวงจรของปลา ทางบริษัทและชุมชนได้ร่วมกันคิดต่อว่าจะเชื่อมผลิตภัณฑ์ชุมชนการสร้างความมั่งคั่งอย่างไร และได้พบว่า พี่น้องชุมชนทำเรื่องอนุรักษ์ทะเล ทำบ้านปลา อนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยของปลา ทำให้ปลามีมากขึ้น

ดังนั้น พี่น้องก็มีเหยื่อตกเบ็ดมีไม่ต้องเดินทางไกลต้นทุนลดลงใช้จับปลาได้ แต่การขายปลาในตลาดพบว่าสินค้าในชุมชนไม่ได้รับความนิยมเมื่อเทียบกับประมงอื่นที่เป็นรูปแบบอื่น คนบางสนจึงคิดการเชื่อมต่อกับเรื่องห่วงโซ่อุปทานสินค้าบริการที่กว้างกว่าชุมชน ไปถึงจังหวัด ภูมิภาค ระดับโลก เชื่อมต่อให้เจอคนที่เค้าเห็นคุณค่า เพียงแต่เราต้องหาตลาดให้เจอ ถ้าเจอเราจะได้ราคาที่มากขึ้น สิ่งที่ทำ คือ เราไม่ได้ต้องการให้พี่น้องแต่ละคนได้เงินมากขึ้น เพราะถ้าแต่ละคนรวยขึ้น ชุมชน และทรัพยากรไม่ได้ประโยชน์ จึงมีการรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์มีการบริหารทุนทรัพยากร การอนุรักษ์ การทำปะการังเทียม ฯลฯ เงินเปล่านี้มาจากสหกรณ์ และเงินที่ได้มากขึ้นก็ปันเข้ามาในสหกรณ์นี้ เงิน ๑๐% ไปใช้ในการอนุรักษ์เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากรยังมีอยู่ นี่คือการเป้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชน

ในมุมมองบริษัทเอกชนที่อยู่ในเศรษฐกิจกระแสหลัก เวลาต้องการเชื่อมต่อชุมชน ยังมีความเป็นห่วงพื้นที่ เข้าไปกลืนในกระแสหลักเพราะมีทั้งคุณและโทษ โดยเฉพาะสินค้าและบริการในพื้นที่ด้วยแล้ว  สิ่งที่ร่วมมือกันเพื่อความยั่งยืนได้ การสร้างให้มีคุณค่าแท้จริง ไม่ได้เป็นเรื่องความสวยงามและการใช้ประโยชน์ หมายถึงคุณค่าทางใจด้วย เพราะพี่น้องมีจุดแข็ง ผลิตภัณฑ์ชุมชนไม่ได้เป็นสินค้าตลาด เป็นสินค้าเฉพาะที่ท่านทำได้มีจำนวนน้อยจำกัดไม่ใช่ข้อจำกัดแต่เป็นจุดขายที่ดี 

หลักสำคัญคือการเปิดมุมมอง ในการบูรณาการทุนในพื้นที่ โดยเฉพาะให้เกิดการมีส่วนร่วมในการบริหารงบประมาณ / สินค้าและบริการ ที่มีความจริงใจและซื่อสัตย์ คนที่ซื้อจะติดอกติดใจ ถ้ามีคนมาเห็นคุณค่าในทรัพยากรในชุมชนเรา ผู้นำในชุมชนต้องจุดประกายให้ชาวบ้านในชุมชนตระหนัก และเห็นคุณค่าทรัพยากรในชุมชน ทุนในชุมชน ที่สุดแล้วหัวใจสำคัญคือการสร้างกระบวนการชุมชนให้เข้มแข็ง รู้ความต้องการของตนเอง ร่วมกำหนดกับหน่วยงานภายนอกที่เข้ามาแบบเชิงรุก ไม่ใช่เชิงรับ 

270857 01270857 02270857 03270857 04270857 06270857 05270857 09270857 11270857 14 

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter