“พุมเรียงเมืองเก่า โบราณก่อนเมืองไชยา” แวะเยี่ยมเยือนพุมเรียงทุกครั้ง จะต้องนึกถึงบทเพลงอมตะที่ ศิลปินแห่งชาตินาม จูเลี่ยม กิ่งทอง ได้บรรจงแต่งขึ้นมาเพื่อมอบให้บุตรสาวสุดที่รัก สาลิกา กิ่งทอง นำมาขับร้องจนโด่งดังไปทั่วประเทศเมื่อประมาณ 40 กว่าปีที่ผ่านมา
อดีตนั้น อารยะธรรม และวิถีชุมชนคนพุมเรียงสวยงามอย่างยิ่ง ในความรู้สึกของคนที่ได้มาเยี่ยมเยือน “ ฉันมาอยู่ที่นี้มาหลายสิบปีแล้ว เมื่อก่อนเรามีกันเพียง 5-6 ครัวเรือนแค่นั้น อยู่กันไปก็พึ่งพากันไป เราไม่มีความขัดแย้งกัน เพราะว่าอาหารอุดมสมบูรณ์ ทะเลมีอาหารให้เรากินตลอดปี รถก็ไม่มีเราก็เดินได้ ไม่เหมือนทุกวัน เราเดินกันไม่เป็นไปไหนมาไหนต้องคอยหลบรถกันวุ่นวาย เมื่อก่อนฉันทำปลาแห้งขาย แต่มาปีนี้ไม่ไหวมันล้าเกินไป ลูกหลานมันก็เป็นห่วง” ฟังเสียงป้าห้วย เนตรวงศ์ แก่คุยให้ฟัง ครอบครัวป้าห้วยเป็นกลุ่มแรกๆที่เข้ามาอยู่ ซึ่งตอนนี้แกอายุ 87 ปีแล้ว ร่างกายก็เดินแทบไม่ไหว แต่หลายคนบอกว่า แกจะขายปลาอยู่ในตลาดหลายเดือนแล้วที่แกไม่ได้ขายเพราะร่างกายไม่เอื้ออำนวยรวมทั้งบุตรหลานเป็นห่วง
แหลมโพธิ์ สถานที่ท่องเที่ยวชุมชนที่หลายคนรู้จักกันดี สถานที่มีหาดทรายสวย แถมอาหารทะเลสด ๆ ฝีมือแม่ค้าคนพุมเรียงที่เต็มใจบริการ ทีมงานได้พบกับ พี่แป้น พร้อมทีมงานซึ่งนัดหมายกันไว้ล่วงหน้า พี่แป้น นางพรหมลี ฮั่นโตน ประธานการท่องเที่ยวชุมชนเชิงศิลปวัฒนธรรมพุมเรียง ต้อนรับเราด้วยอาหารทะเลสด ๆ รสชาติอร่อยกันจนอิ่มแปล้ตาม ๆ กัน ทีมงานเดินเก็บภาพบริเวณสวนสาธารณะแหลมโพธิ์ ซึ่งทุกวันจะมีคนแวะเวียนมาเยี่ยมชมไม่เคยว่างเว้น
พี่แป้นเล่าให้ทีมงานเราฟังว่า เดิมนั้นชุมชนพุมเรียงได้มีการจัดการเรื่อง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมอยู่แล้ว มีการฝึกเยาวชนเรียนรู้เรื่องมวยไชยา ซึ่งเป็นศิลปะการป้องกันตัวมาตั้งแต่สมัยโบราณ ปัจจุบันได้มีการสืบทอดจนโด่งดังน้อยคนนักที่ไม่รู้จักมวยไชยา ส่วนในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ป่าชายเลนก็ทำกันเรื่อยมา มีการปลูกป่าชายเลน มีการเก็บขยะชายหาดกัน มีหลายหน่วยงานเข้ามาทำกิจกรรมแล้วก็จากไป บ้างก็ย้อนกลับมาทำต่อ บางก็หายไปเลยจึงได้ร่วมกันคิดว่า พุมเรียงต้องจัดการด้วยคนพุมเรียง ต้นทุนเราคือแหล่งท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรม ทำอย่างไรเราจะเผยแพร่เรื่องเหล่านี้ออกไปสู่บุคคลภายนอกได้ จึงจัดตั้งกลุ่มการท่องเที่ยวขึ้นมา
เมื่อปี 2553 มีสมาชิกร่วมพูดคุยปรึกษาหารือ 6-7 คน หาแนวทางที่จะจัดการการท่องเที่ยวชุมชนโดยคนพุมเรียง “ ปัจจุบันมีคณะทำงานจำนวน 11 คนและพี่เองรับหน้าที่เป็นประธานกลุ่ม ที่ช่วยกันจัดการเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนโดยการเชื่อมกับเครือข่ายชุมชนต่างๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนพุมเรียงไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนคน การเงินสะพัดปีละ 5-8 ล้านบาท รายได้ส่วนหนึ่งเข้ามาที่กลุ่มได้บริหารจัดการบ้าง รายได้ส่วนใหญ่เป็นของคนในชุมชนที่นำสินค้ามาจำหน่ายและบริการด้านอื่นๆเช่น การให้เช่ารถจักรยานให้นักท่องเที่ยวปั่นออกกำลังกาย ” พี่แป้นกล่าว
คณะทำงานกลุ่มท่องเที่ยวฯ ได้นำเราไปเยี่ยมชมลูกปัดโบราณที่บ้าน ลุงเยิ้ม ซึ่งหลายคนบอกว่า แกสะสมลูกปัดโบราณไว้ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปเยี่ยมชมสามารถไปเยี่ยมชมได้ หรือจะซื้อมาเป็นเครื่องประดับก็มีจำหน่ายให้ เราเดินทางไปบ้านลุงเยิ้มแต่เสียดาย ไม่อยู่บ้าน พบเพียงลูกชายที่นำลูกปัดมาให้เราได้ยลกันสองเส้น ซึ่งเราลงความเห็นว่า คงจะเป็นของแท้ ในปัจจุบัน ยังคงมีลูกปัดโบราณในพื้นที่พุมเรียงอีกมากแต่ทางราชการไม่อนุญาตให้ขุดเพราะถือเป็นสมบัติของแผ่นดินและลูกปัดของพุมเรียง เป็นเส้นทางสายลูกปัดเดียวกันที่ขุดพบที่ ตำบลวัง อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จากนั้นเราได้เดินทางมาเยี่ยมชม ตลาดพุมเรียงในยุคก่อนที่พอมีบ้านเรือนให้ดูอยู่บ้าง 2-3หลัง รวมถึง บ้านเก่าของพระอาจารย์พุทธทาส บุรุษสำคัญของโลก แต่เราได้เยี่ยมชมเฉพาะภายนอกเท่านั้น เข้าสู่ตลาดยุคปัจจุบันของพุมเรียง หลายคนที่มาเยี่ยมเยือนพุมเรียง คงไม่มีใครไม่รู้จัก “วรรม๊ะ” ของพี่ หวันมะ นุ้ยหมีม กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านพุมเรียง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่อง ผ้าทอมือ ผ้าไหมและเสื้อผ้าหลายหลายชนิด ที่สำคัญราคาจะเป็นกันเอง ต่อรองกันได้โดย พี่หวันมะ ผู้อารีย์ ผู้เขียนเองเคยได้สนทนามาหลายครั้งแล้ว วันนี้แกไม่ได้อยู่ที่ร้านเราทีมงานเลยไม่ได้พบ ได้แต่เยี่ยมชมอุดหนุนเสื้อผ้ากันตามระเบียบ
ตะวันบ่ายคล้อยไปมากแล้ว ฝนก็ตั้งเค้าบอกว่าอีกไม่นานจะเทลงมา ฝนไชยาจะตกแทบทุกวันในช่วงนี้ ทีมงานถึงเวลาต้องอำลา คณะทำงานการท่องเที่ยวชุมชนพุมเรียงกัน ณ ตลาดพุมเรียง เพื่อเดินทางต่อ
จะอย่างไรก็ตาม พุมเรียง ก็ยังคงวิถีคนพุมเรียงอยู่แม้ว่าบางเรื่องบางอย่างจะเริ่มจางหายไป แต่ทุกครั้งที่ผู้เขียนได้มาเยือนพุมเรียง คนพุมเรียงก็ยังคงต้อนรับด้วยน้ำใจไมตรีอยู่เสมอ ท่านที่สนใจมาเยือน พี่แป้นและทีมงานยังคงต้อนรับเสมอทุกเวลา ติดต่อที่ 083-6365484 “ขอบคุณแหลมโพธิ์เป็นโซ่ผูกดวงกมล ขอบใจต้นสนแผ่ใบกั้นกำบังเงา ขอบใจคลื่นลมพัดระงมเบาเบา ดังโซ่ทองมาคล้องใจเรา พระเจ้าไม่ไร้เมตตา” นี่คือบทเพลงแห่งอดีตของคนพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี




