playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG 8638กรุงเทพฯ/ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI) สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ (สปพส.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และตัวแทนภาคประชาสังคมจังหวัดและองค์กรที่เกาะติดเรื่องการปฏิรูปประเด็นต่างๆ ร่วมกันจัดเวทีภาคีพัฒนาประเทศไทย Thailand Development Forum : TD Forum  ครั้งที่ 15 หัวข้อ “แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนพลังประชาสังคม ปฏิรูปประเทศไทยในยุค คสช.” ณ ห้องประชุมกษัตริย์ศึก 3 ชั้น 4 โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ เพื่อร่วมผลักดัน "สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อประเทศไทยในมิติใหม่" หรือ Inspiring Thailand สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม กำหนดวิสัยทัศน์ร่วมในการปฏิรูปประเทศไทย เกิดผู้นำรุ่นใหม่ เกิดค่านิยมใหม่ และเกิดปฏิบัติการที่สร้างการเปลี่ยนแปลง

 

 

IMG 8620นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI) กล่าวว่า สถานการณ์ประเทศในขณะนี้ จะมีทั้งแรงผลักและแรงต้าน ท่ามกลางสถานการณ์ที่เป็นอยู่ภาคประชาสังคมเราต้องเป็นพลังดั่งน้ำ ที่สามารถไหลทะลุทะลวงจากที่สูงสู่ที่ต่ำแม้มีกำแพงกั้นน้ำก็สามารถไหลผ่านไปได้ เราต้องจัดขบวนให้ดี สถานการณ์และแนวโน้มการปฏิรูปจากวันที่ยึดอำนาจ ถึงวันนี้มีแรงกระเพื่อมเกิดขึ้นทั้งในกองทัพ และ ครม. ซึ่งเราไม่มีทางเข้าไปเกี่ยวข้องมีส่วนกำหนด แต่ในทาง Soft Power ก็มีหลายขบวนที่ออกมาเคลื่อนเรื่องการปฏิรูป อย่าง RNN เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป, เครือข่ายผู้รับใช้การปฏิรูปประเทศโดยสันติของประชาชนไทย (SSN), เครือข่ายมาหวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ฯลฯ เป็นต้น    

ขณะนี้ กลุ่มอำนาจเก่ายังคงกบดานรอเวลาเคลื่อนไหว นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลง 2475 เรื่อยมาการปฏิรูปประเทศไทยยังคงเดินหน้าอยู่ และผ่านเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไล่มา จาก 14 ตุลาคม, พฤษภาคม 2535 กระทั่ง พฤษภาคม 2557 การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาได้ก่อเกิดเมล็ดพันธุ์นักปฏิรูปภาคพลเมืองอย่างต่อเนื่อง คำถามคือขบวนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนจะเดินหน้าต่ออย่างไร?

นพ.พลเดช กล่าวต่อว่า ถนนสายการเมืองมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจสลับไป-มา แต่ถนนสายปฏิรูปเราจะร่วมกันอย่างไรเพื่อปฏิรูปประเทศในขบวนเปลี่ยนขั้วอำนาจ มีหน้าที่อยู่ 2 อย่าง เปลี่ยนไปในทางดีขึ้น 1) ถอนรากทุนนิยม เผด็จการรัฐสภา ซึ่งภาคประชาชนจะมีท่าทีอย่างไรให้เป็นความสร้างสรรค์ ทางที่ 2) ภารกิจในการปฏิรูปประเทศขนานใหญ่ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ประชาชนต้องการ

เราคาดหวังผลการเปลี่ยนแปลงขนาดไหน การขุดรากถอนโคน หลายคนอยากเห็นถอนได้หมด แต่ในความเป็นจริงทำได้ไหมในเวลาและสถานการณ์แบบนี้ เราจะยอมรับความเป็นจริงในการเปลี่ยนแปลงได้ขนาดไหน จาก 100% เราจะคาดหวังการเปลี่ยนแปลงไว้ขนาดไหน เท่าไหร่เราถึงยอมรับได้

ในการทำงานเราต้องมองไปที่ ครม. และ คสช. ที่จะใช้กลไกราชการ กระทรวง ทบวง กรม เป็นกลไกปฏิรูปได้เลย เพราะมีกฏหมายรองรับซึ่งพร้อมเดินหน้าได้เลย มีอำนาจของ ครม.ที่จะออกระเบียบ คำสั่งได้ทันที ในระยะกลางต้องมองไปที่ สนช. กรรมาธิการต่างๆ ที่จะออกกฏหมาย และรัฐธรรมนูญถาวร ซึ่งเป็นเรื่องที่จะส่งผลในระยะยาว ต้องจับตากฏหมายต่างๆที่ออกมาซึ่งรวมถึงกฏหมายรัฐธรรมนูญด้วย

และสิ่งที่ สปช.จะทำล้วนเป็นเรื่องระยะยาว การร่างระเบียบ กฏหมายและส่งมอบให้รัฐบาลทำต่อ เรากำลังเคลื่อนขบวนเราต้องมองให้เห็นว่าจะไปจับมือกับทางไหน ต้องกำหนดมาตรการทั้ง 3 ระยะ จะต้องเล็งเป้าไปที่ไหนต้องเข้าประตูให้ถูก แม่น้ำมี 5 สาย กรอบการปฏิรูปมี 11 ประเด็น ซึ่งสาระของรัฐธรรมนูญจะอยู่ใน 11 เรื่องนี้ ถ้าจะเอาแต่อารมณ์และความสนใจของเราเป็นตัวตั้ง วางแผนให้ดีว่าจะรบสมรภูมิไหน จะสู้กันอย่างไร ขบวนปฏิรูปภาคประชาชนที่ปรากฏตัวมากมายที่เป็นอิสระซึ่งเราต้องหนุน รวมถึงสื่อเราจะทำงานกับสื่ออย่างไร

ปฏิสัมพันธ์ของพลังในสังคมกับการเปลี่ยนผ่านประเทศ เราจะอยู่ตรงจุดไหน ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผู้นำในมติใหม่ เราต้องจัดตั้งจัดการเชื่อมโยงเครือข่ายให้ได้อย่างน้อย 2 หมื่นคน ขบวนพลเมืองผู้ตื่นรู้ ต้องสร้างระบบการจัดการ กลุ่มที่ 2 พลเมืองผู้ตื่นรู้สร้างให้ได้ 2 ล้านคน จะใช้สื่อทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ สื่อสารหลายทาง และต้องมีการจัดการ กลุ่มที่ 3 ประชาชนทั่วไป ที่รับข้อมูลข่าวสาร ขยายออกไปอย่างน้อย สัก 20 ล้านคน ซึ่งเป็น Soft Power มาร่วมฝัน สร้าง 4 BIG 1) Big People 2) Big Dream 3) Big Change และ 4) Big Impact

เวทีภาคีพัฒนาประเทศไทย เกิดขึ้นมาเพื่อรับไม้สานต่อจากแนวคิดการปฏิรูปของ อาจารย์ประเวศ และคุณอานันท์ เป็นทางเลือกหนึ่งในการปฏิรูปนั่นคือบทบาทของเรา ที่ผ่านมาเราจัดเวทีไปแล้ว 15 เวที ซึ่งจะยังคงเดินหน้าต่อ เพื่อ ผลักดัน รธน. (ปฏิรูป) พ.ร.บ.(คานงัด) 20 ฉบับ และเครื่องมือทางนโยบายต่อไป นพ.พลเดช กล่าว

IMG 8605นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) “ขบวนองค์กรชุมชนกับการปฏิรูปสังคมฐานล่าง” กล่าวว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้การเมืองกลับไปสู่ความขัดแย้งในแบบเก่า การเคลื่อนไหวของขบวนประชาชนอย่างขนานใหญ่ที่ผ่านมาต้องการเปลี่ยนประเทศไปสู่สิ่งใหม่ ซึ่งเป็นความปราถนาของคนที่อยากเห็นการปฏิรูป แต่ก็ต้องมีการกระตุ้นหนุนเสริม สำหรับ พอช.นั้นมีเครือข่ายความร่วมมือขององค์กรชุมชนกว่า 6,000 ตำบล เราจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับฐานรากได้อย่างไร เพื่อเป็นพลังการปฏิรูปร่วมกัน ภายใน 1-2 ปีข้างหน้านี้

นอกจากสถานการณ์การปฏิรูปประเทศไทยแล้ว สถานการณ์ของอาเชียนจะเป็นอีกประเด็นที่สำคัญที่จะทำให้สังคมไทยเปลี่ยน เพราะบ้านเราเป็นจุดศูนย์กลางในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ จะเป็นโอกาสหรือภาวะภัยคุกคาม เพราะ คสช. เองก็เห็นชอบ ระยะแรก จำนวน 5 พื้นที่จากจำนวน 12 พื้นที่ ได้แก่ 1) แม่สอด จังหวัดตาก ติดประเทศเมียนมาร์ 2) อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ติดประเทศกัมพูชา 3) บ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ติดประเทศกัมพูชา 4) มุกดาหาร ติด สปป.ลาว และ 5) สะเดา และด่านปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา ติดประเทศมาเลเซีย

 

ส่วนพื้นที่อีก 7 แห่งนั้นจะมี จังหวัดเชียงราย 3 แห่ง คือ อำเภอแม่สาย เชียงแสนและเชียงของ, พื้นที่ชายแดนอำเภอเมือง จังหวัดนครพนม, พื้นที่ชายแดนอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย, พื้นที่ชายแดนบ้านพุน้ำร้อน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี และพื้นที่ชายแดนจังหวัดนราธิวาส คำถามสำคัญคือว่า แล้วเราจะกำหนดอนาคตตนเองอย่างไร? กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 

นายพลากร กล่าวต่อว่า ความหมายของการจัดการตนเองนั้น ภาคประชาชนต้องรับรู้ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะต้องมีการออกแบบการปฏิรูปประเทศไทยอย่างมีส่วนร่วม ในขบวนที่ทำงานกับ พอช. ระยะใกล้ๆนี้ จะมีการช่วยกันวิเคราะห์ทุนทางสังคมของพื้นที่ ข้อมูลสถานการณ์ ศักยภาพเชิงพื้นที่ และข้อมูลเพื่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการวิเคราะห์เครื่องมือ นโยบาย/กฎหมาย/แผนงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อการผนึกกำลังจัดความสัมพันธ์ใหม่ กับภาคียุทธศาสตร์ต่างๆ จัดลำดับความสำคัญ และวางแผนเชิงรุก ที่สำคัญคือต้องออกแบบการทำงานร่วม พัฒนาระบบกลไกการทำงานหลายภาคส่วน ทั้งการจัดการความรู้ วิชาการ และการพัฒนาศักยภาพ การขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติการให้เป็นรูปธรรม ในการผลักดันข้อเสนอเพื่อการเปลี่ยนแปลง

พอช.เชื่อมโยงประเด็นนโยบายและความรู้ในหลายประเด็นงาน ทั้งการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น ศูนย์เรียนรู้ เศรษฐกิจชุมชน ทรัพยากรธรรมชาสติ องค์กรการเงินชุมชน สื่อทางเลือก การจัดการที่ดิน บ้านมั่นคง สวัสดิการชุมชน สภาองค์กรชุมชน ฯลฯ

ขณะนี้ท่ามกลางสถานการณ์ปฏิรูป ขบวนองค์กรชุมชนอย่างสภาองค์กรชุมชน ได้ปักธงเป็นสภาคู่ขนาน สภาพลเมือง ที่จะร่วมกันกำหนดข้อเสนอและเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เพราะเราจะฝากความหวังของคนเรือนล้าน ไว้กับคน 250 คนได้จริงหรือ? ขบวนองค์กรชุมชนและภาคประชาสังคม คนชายขอบกับอาเซียน เรื่องแรงงานต่างด้าวและกลุ่มชาติพันธุ์ การเชื่อมโยงเนื้อหาการปฏิรูป ต้องหาวิธีการรวมพลัง เพื่อการเดินทัพทางไกล ประสานจับมือกันในพื้นที่ นายพลากร กล่าวในตอนท้าย

          ทั้งนี้ในช่วงบ่ายมีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการภาคประชาสังคม 10 กลุ่ม 1) ขบวนปฏิรูปแก้ทุจริตคอร์รัปชั่น 2) ขบวนปฏิรูปการเมืองการปกครอง 3) ขบวนปฏิรูปการศึกษา 4) ขบวนปฏิรูปสังคม 5) ขบวนปฏิรูปพลังงาน 6) ขบวนปฏิรูปภาคเหนือ 7) ขบวนปฏิรูปภาคอีสาน 8) ขบวนปฏิรูปภาคตะวันออก 9) ขบวนปฏิรูปภาคกลาง และกทม. และ 10) ขบวนปฏิรูปภาคใต้ 

IMG 8644IMG 8640

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter