พื้นที่ตำบลแม่ไร่ เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งเชื้อชาติ มีกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ประกอบด้วย ไทยญวน(คนเมือง ) ไทยลื้อ ไทยยอง ไทยใหญ่ ไตหย่า ลื้อ ลั๋วะ อาข่า(อีก้อ) จีนฮ่อ โดยแต่ละกลุ่มก็มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป มีอาชีพและความเป็นอยู่ที่แตกต่าง ทั้งความเชื่อ พิธีกรรม อาชีพและการทำงาน ในพื้นที่ตำบลแม่ไร่ มีกลุ่มอาชีพที่หลากหลาย ซึ่งเน้นเรื่องของการฟื้นฟูความเป็นชุมชนของตนเอง
ตำบลแม่ไร่ มีจำนวน ๙ หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ที่ ๑ บ้านป่ากว๋าว หมู่ที่ ๒ บ้านสันกอง หมู่ที่ ๓ บ้านป่าสักขวาง หมู่ที่ ๔ บ้านฮ่องแฮ่ หมู่ที่๕ บ้านดงมะตืน หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยไร่ หมู่ที่ ๗ บ้านสันกอง หมู่ที่ ๘ บ้านดอนชัย หมู่ที่ ๙ บ้านสันกองใหม่ วิถี...ชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ มีความสำคัญต่อการดำรงชีพของคนในชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะที่ต้องพึ่งพิงธรรมชาติ ที่ต้องเป็นแหล่งอาหาร พึ่งพิงสายน้ำเพื่อการเกษตร การดำรงวิถี...ชีวิตของสังคมชุมชนส่วนใหญ่ ด้านเกษตรกรรมจึงเป็นอาชีพหลัก ในการเลี้ยงชีพ หากแต่ ด้านการเกษตรปัจจุบันได้เปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยทำเพื่อการยั้งชีพ กลายเป็นทำเพื่อการพาณิชย์มากขึ้น ขยายพื้นที่มากขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและรุนแรงเพิ่มขึ้น

สภาพปัญหา พื้นที่ตำบลแม่ไร่ มีสภาพปัญหาที่หลากหลาย เช่น ปัญหาเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม ปัญหาน้ำหลาก น้ำแล้ง , ปัญหาเรื่องขยะ ไม่มีที่ทิ้ง , ปัญหาเรื่องการใช้สารเคมี ค่านิยมการใช้สารเคมี ประมาณ ๘๐ % คนในชุมชนมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ , การบุกรุกและใช้ประโยชน์จากที่ดินสาธารณะ ๕๕ ไร่ โดยไม่ถูกต้อง , การแย่งน้ำของโครงการหลวง(โครงการพัฒนาดอยตุง)โดยการจัดทำที่กักเก็บน้ำกว่า ๑๐ จุด พื้นที่ป่าต้นน้ำมีการใช้เพิ่มขึ้น , ปัญหายาเสพย์ติด เยาวชนที่ขาดคนดูแล ค้า เสพยา เกิดการลักเล็กขโมยน้อย กลุ่มผู้ด้อยโอกาสมากขึ้น , ปัญหาการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและการเตรียมความพร้อมกับการเปิดการค้าเสรี การเปิดอาเซียน (AEC) ถนนสี่เลนท์ทำให้ความสัมพันธ์ในชุมชนน้อยลง เป็นต้น
ที่ผ่านมามีกระบวนการ และ รูปธรรมในการดำเนินการ ความโดดเด่น และจุดแข็งสภาองค์กรชุมชนตำบลแม่ไร่ คือการ พัฒนาแผนยุทธศาสตร์ ด้านการป้องกัน เฝ้าระวังภัยพิบัติระดับตำบล โดยมีที่มาจากปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ คือ
การขยายพื้นที่ในการทำเกษตรเพื่อการพาณิชย์ ที่เพิ่มทวีทุกปี ก่อเกิดการแย่งชิงพื้นที่มากขึ้นส่งผลกระทบต่อสังคมความเห็นแก่ตัวมีเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ เกิดการอพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ความเป็นสังคมชุมชนดั้งเดิมเสื่อมสลาย ต่างคนต่างอยู่ เพื่อเอาตัวรอด เกิดการบุกรุก แย่งชิงทรัพยากร และใช้ทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสม ไม่สมดุล นำไปสู่การเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่นับวันยิ่งรุนแรงมากขึ้นก่อเกิดภัยพิบัติบ่อยขึ้น และยิ่งขยายพื้นที่ ขยายความรุนแรงมากขึ้นทุกที ซึ่งบางพื้นที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ก็เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนได้ทั้งจากลมพายุ , ไฟป่า , น้ำท่วม / น้ำไหลบ่า , ฝนแล้ง
ตำบลแม่ไร่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ การเกิดภัยพิบัติธรรมชาติ เกิดพายุฝน น้ำท่วม ทั้งในพื้นที่บ้านดงมะตืน บ้านห้วยไร่ บ้านสันกอง และ บ้านดอนชัย แทบทุกครั้ง และแต่ละครั้ง สร้างความเสียหายกับชุมชน ทั้งชีวิต และทรัพย์สิน อีกทั้งยังส่งผลกระทบด้านอื่นๆตามมา พื้นที่การเกษตร ที่นา , ที่สวน ได้รับความเสียหาย ขาดรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มหนี้สินกับชาวบ้านเป็น ๒ เท่าตัว เกิดการกู้ยืมที่ต้องเพิ่มต้นทุนสูงขึ้น และไม่สามารถปลดหนี้สินได้ จึงมีกระบวนการในการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดย เยาวชนเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก และมีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ในการร่วมกันฟื้นฟูแหล่งน้ำในชุมชน จากคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีความพยายามจะช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ที่เป็นแหล่งในการอุปโภคบริโภคของชุมชน และขยายการทำงานร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบลแม่ไร่ ในการร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล และ ค้นหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการ ซึ่งมีการวิเคราะห์ และ ได้ข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้ สาเหตุของปัญหา มีทั้งสาเหตุที่เกิดจากภายใน และ ภายนอก โดยภายนอก ประกอบด้วย การพัฒนาของนโยบายของรัฐ เช่น กรณีการออกแบบท่อกับทางน้ำที่ไม่เหมาะสม วางท่อไม่ตรงกับลำเหมือง และ หน่วยงานรัฐไม่ให้การสนับสนุน ในการขุดลอกคลอง กรวด หิน ดิน ทราย เนื่องจาก บริบทของการแก้ไขไม่เอื้อกับการการจัดการปัญหา คือ พื้นที่ในการจัดการถูกแบ่งด้วยการปกครองของท้องถิ่น ฝายอยู่ในเขต ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย พื้นที่กักเก็บน้ำอยู่ในเขต ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง ส่วนพื้นที่ของผู้ใช้น้ำ อยู่ในเขต ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน
เมื่อไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดจากปัจจัยภายนอกได้ สภาองค์กรชุมชนตำบลแม่ไร่ จึงมีกระบวนการร่วมในการเตรียมความพร้อมและการรับมือกับปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้น โดยมีแผนต่าง ๆ ประกอบด้วย ๑. แผนก่อนเกิดภัย มีระบบการเตือนภัย โดย การสร้างอาสาสมัครเตือนภัย การเฝ้าระวังโดยการสังเกตด้วยตนเอง และ การตั้งศูนย์ประสานงานเฝ้าระวัง ม.๗ ม.๘ ม.๙. ม.๒ ม.๑. แผนการจัดการเหมืองฝาย การขุดลอกทั้งสายน้ำ สร้างความร่วมมือทั้งสายน้ำ ต้นน้ำ= ต.แม่ฟ้าหลวง กลางน้ำ = ต.ห้วยไคร้ ปลายน้ำ= แม่ไร่ แผนการสร้างความร่วมมือในพื้นที่ ปภ.ตำบลแม่ไร่ ท้องถิ่น/เทศบาลตำบล /องค์การบริหารส่วนตำบล ท้องที่ ผู้นำชุมชน คณะกรรมการเหมืองฝาย กรมทรัพย์ กรมป่าไม้ กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า (เส้นน้ำคำ) กรมทางหลวง ๒.แผนระหว่างเกิดภัย การพัฒนากองทุนภัยพิบัติในการดูแลเบื้องต้น การช่วยเหลือเบื้องต้นที่ทันท่วงทีต่อสถานการณ์ การประสานงานกับภาคีเพื่อช่วยเหลือต่อ จุดให้การช่วยเหลือที่สะดวกกับสถานการณ์ การสร้างคณะทำงานในพื้นที่ และ การประสานงานกับเอกชน ร้านค้า ๓.แผนหลังเกิดภัย เรื่อง ความมั่นคงทางอาหารความเป็นอยู่ การดำรงชีวิต การเชื่อมโยงกองทุนเมล็ดข้าวชุมชน ถุงยังชีพ ที่มีคุณภาพ สิ่งที่ช่วยเหลือที่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง เช่น เมล็ดพันธ์ที่มีคุณภาพ การระดมทุน เช่น ข้าว เมล็ดพันธ์ อาหาร หรืองบประมาณ
มีกระบวนการในการทำงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีต่าง ๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ เช่น กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เทศบาลตำบลแม่ไร่ เครือข่ายเหมืองฝาย และ กลุ่มองค์กรต่าง ๆ ในชุมชน โดยกระบวนการในการทำงานร่วมกันออกแบบ และ ทำงานร่วม มีการวางแผนการทำงานร่วมกัน การจัดเก็บข้อมูล และพัฒนาฐานข้อมูล รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพแกนนำ (กลไกการเฝ้าระวัง ก่อน ระหว่าง หลัง) และ การติดตามการแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นส่งผลให้เกิดการแก้ไขเรื่องอุโมงค์ ๓ จุด : ม.๗, ม.๙ ที่เป็นปัญหาให้เกิดน้ำท่วมและได้แผนการทำงานร่วมกัน เรียกว่า แผนปฏิบัติการพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ไร่ น้ำคำ (ตำบลแม่ไร่) ปี ๕๖-๕๘

จากการทำงานที่ผ่านมา มีบทเรียน และ ข้อค้นพบที่เกิดจากกระบวนการพัฒนา คือ การทำงานในทุก ๆ เรื่องหากกลุ่มเป้าหมาย หรือภาคีเห็นเป้าหมายร่วมกัน และคิดว่าเป้าหมายที่วางไว้เป็นเป้าหมายของตนเองด้วย จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้น มากกว่าการทำงานที่ต่างคนต่างทำ ทำกันคนละที เป็นการทำงานที่สิ้นเปลืองทั้งเวลา งบประมาณ อีกทั้งอาจจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งเรื่องผลงานของแต่ละภาคี แต่ถ้าเราร่วมคิดร่วมออกแบบกระบวนการทำงาน และวางแผนร่วมแล้ว การทำงานทั้งหมดจะเป็นผลงานร่วมของคนทุกกลุ่ม
แนวทางในการดำเนินงานของเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน ร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้อง คือ การแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยการมีส่วนร่วม สร้างมิตรภาพมากกว่าศัตรู และร่วมกันจัดการตนเอง เพื่อลูกเพื่อหลานของคนแม่ไร่ ต่อไป




