playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

DAM01“เมื่อปลายปีที่แล้วมีเจ้าหน้าที่ชลประทานได้เข้ามาเช็กดินว่า ดินในบริเวณสร้างเขื่อนนั้นอุ้มน้ำได้ดีหรือไม่  ถ้าดินอุ้มน้ำได้ก็คือผ่าน โดยทีมสำรวจได้ขุดหลุมลึก 2 เมตร กว้าง 1 เมตร เพื่อเทสต์ดิน มีหลายเสียงจากชาวบ้านว่า ชลประทานไม่ยอมบอกข้อเท็จจริงให้ชาวบ้านรับรู้ทั้งหมด ฝั่งหมู่ 19 จะเป็นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคาดว่าต้องโดนผลกระทบมากที่สุด ส่วนฝั่ง หมู่ 8 นั้นจะเป็น สปก. จนเกิดความหวาดระแวงกลัวว่าจะถูกเอาเปรียบในการสร้างเขื่อนของรัฐ”  เสียงจากนายเสรี   ศรีรักษา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 19 บ้านทรัพย์ทวี ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร  นอกจากนี้ พี่เสรี  ยังเป็นหนึ่งในคณะทำงานที่ดินตำบลละแม ใน โครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยชนบท เริ่มเปิดฉากพูดคุยพร้อมลงพื้นที่ไปดูแนวสันเขื่อนที่กินเขาเป็นลูกๆ

หลายปีก่อน คนอำเภอละแม จ.ชุมพร และพื้นที่ใกล้เคียง ได้ลุกฮือทำประชาคมไล่ กฟภ. ต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน-นิวเคลียร์ สำเร็จมาแล้ว คล้อยหลังไม่กี่ปีกรมชลประทานก็เข้ามาสำรวจดินอ้างว่าจะทำอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จนหลายฝ่ายทั้งนักอนุรักษ์ เอ็นจีโอในพื้นที่กังขาว่าโรงไฟฟ้าจะกลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้งหลังจากเขื่อนแห่งนี้สร้างเสร็จ

Chum002 3พี่เสรี เลขาฯ สภาองค์กรชุมชนตำบลละแม  ได้เผยถึงความคืบหน้าเมกะโปรเจกต์ของรัฐว่า “มีชาวบ้านลุกขึ้นกันมาคัดค้าน แต่ปัญหาสำคัญคือพื้นที่จะสร้างเขื่อนนั้น มีทั้งที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ และมีเอกสารสิทธิ กินเนื้อที่ 1,500 ไร่ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นหลัก  เช่น ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และผลไม้ จะได้รับผลกระทบ 75 ครัวเรือน คาบเกี่ยวสองตำบล หมู่ 19 ตำบลละแม และหมู่ 8 ตำบลทุ่งคาวัด คนที่อยู่ต้นน้ำ (บ้านพี่เสรีด้วย) ทั้งหมดคาดว่าจะถูกเขื่อน และจะมีผู้เดือดร้อน 200-300 คน

ก่อนหน้านี้กรมชลประทานทำเวทีประชาพิจารณ์สองถึงสามครั้งในพื้นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบนั้นก็ม้วนเสื่อกลับบ้านไป เพราะเสียงแตกออกเป็น 2 ฝ่ายทั้งเอาเขื่อน และไม่เอาเขื่อน เพราะพวกที่อยากได้เขื่อนเองก็ยังไม่ชัดเจนว่าแนวทางการสร้างเขื่อนจะดำเนินการอย่างไร  การเวนคืนให้อย่างไร เพราะเวทีล้มกลางคัน แค่มีหน่วยงานมาเกริ่นไว้ต้นทุเรียน ต้นละ 8,000 บาท จะกี่ปีไม่ว่าขอให้เป็นต้นทุเรียน  ต้นปาล์ม ต้นละ 5,000 บาท ยางพาราต้นละ 2,500 บาท

“ตอนนี้ชาวบ้านในพื้นที่ตื่นตัวและรู้ว่าที่ตัวเองติดแน่ๆ แต่อยากขอความชัดเจนและกระจ่างแจ้งจากกรมชลประทาน  เช่นที่ นายก.ติดในเขตเขื่อนกี่เมตร กี่วา  คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองก็อ่ำอึ้งไม่มีคำตอบสักที ไม่พูดความจริงให้ชาวบ้านได้รู้”

“เขื่อนนี้จะมีระดับความลึก 36 เมตร ปริมาณน้ำท่ารายปี 26.10  ล้าน ลบ..ปริมาณน้ำที่เก็บกัก 22.885 ล้าน ลบ.. สันเขื่อนดินกว้าง 10 . สันเขื่อนดินสูงประมาณ 36 . สันเขื่อนดินยาวประมาณ 1,300 . พื้นที่ผิวน้ำที่ระดับเก็บกัก 1,363 ไร่”  พี่เสรีอ้างอิงข้อมูลจากโบรชัวร์ของกรมชลฯ ที่หยิบติดมือกลับมาบ้านในวันที่เวทีล้ม พร้อมเปิดพาวเวอร์พอยท์ ให้ดูรูปลักษณ์เขื่อน โดยตัวเขื่อนจะสร้างคร่อมคลองละแม คลองสายนี้เป็นหลักในการกำหนดพื้นที่สร้างเขื่อน และคลองสายนี้ยังเป็นเส้นแบ่งระหว่างสองตำบลที่ได้รับความเดือดร้อนซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตป่า  3 เขตป่า  เขตป่ารักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฯ  เขตป่าสงวนฯ เขตป่า สปก. ซึ่งเป็นต้นน้ำใหญ่หล่อเลี้ยงคนต้นน้ำไปถึงปลายน้ำออกสู่ทะเลละแม และจะกระทบชาวบ้านทั้งสองฝั่ง ข้างละ 500 เมตร แต่พี่เสรีบอกว่าตามความเป็นจริงมันต้องมากกว่าห้าร้อยเมตร หรืออาจกินพื้นที่เป็นกิโลๆ ซึ่งตอนนี้พวกเราก็ศึกษาข้อมูลด้วย

Chum002 2“ตอนนี้ชาวบ้านกังวลกันว่า พวกที่อาศัยอยู่บนพื้นที่ต้นน้ำจะโดนไล่ออกจากพื้นที่ หมู่ 8 ทุ่งคาวัดที่อาศัยอยู่เหนือน้ำจะโดนหมดเกือบทั้งหมู่ เวทีชาวบ้านที่ผ่านมา(4 กันยายน) เริ่มมีความแตกแยกแบ่งเป็นสองฝ่าย เอาหรือไม่เอาเขื่อน พวกที่เอาคือพวกอยู่ตอนล่างต้นน้ำ อยากได้เขื่อน ส่วนคนที่อยู่ข้างอยากได้เขื่อนเพราะกำลังขายที่กันอยู่แล้ว เพราะเมื่อรัฐมาเวนคืนก็จะได้มากกว่าที่กำลังจะขายที่ไป คือพวกที่มีเอกสารสิทธิ”

ที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนตำบลละแม ได้รับการหนุนเสริมจากพอช. งบประมาณ 190,000 บาท ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยชนบท โดยได้พื้นที่รายแปลงและได้คณะทำงานที่ดินระดับตำบล เพื่อมาขับเคลื่อนแก้ปัญหาทั้งตำบลละแม ที่มีถึง 20 หมู่บ้าน ถือว่าเป็นตำบลที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่มาก มีพื้นที่ทับซ้อนที่ดินทำกินอยู่ในเขตป่าสงวนฯ อุทยานฯ ไปจนถึงชายฝั่ง และล่าสุดได้รับงบต่อยอดในปี 2557 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินและเรื่องเร่งด่วน (เขื่อน) 

Chum002“เมื่อปัญหาเริ่มร้อนมากขึ้น  ควรใช้จังหวะตรงนี้สำหรับชาวบ้านและแกนนำ หาพื้นที่กลางพูดคุยอย่างเร็วที่สุด คิดว่าอยากจะมีเวทีของสภาองค์กรอยากให้เป็นเวทีภาคประชาชนจริงๆ อยากให้รัฐมาฟังเสียงประชาชนจริงๆ เอาหน่วยงานภาคีเขามาร่วมฟังเวทีนี้ด้วย มีป่าไม้ (เขตรักษาพันธุ์สัตวป่าควนยายหม่น)  ท้องที่ ท้องถิ่น  เพราะเขื่อนอยู่ในเขตรับผิดชอบ  และเคยหารือแนวทางกันแกนนำ ว่าคิดต่อเรื่องนี้อย่างไร ว่าจะเอาเขื่อน หรือการจัดสรรที่ให้อยู่ใหม่  พวกที่อยู่ติดเขื่อนจะเป็นคนที่ย้ายมาจาก สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช  คือพวกนี้ขายที่เดิมย้ายมาอยู่ที่ละแม  แต่ถ้าเวนคืนก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน ถ้าทางรัฐมีที่ไม่ว่าจะเป็นที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์ ที่สาธารณประโยชน์ จะให้ซื้อก็ได้ หรือจะแบ่งจัดสรรให้อยู่ก็ได้  ถ้าต้องไปจริง สภาพจิตใจก็ลำบากที่ทางที่สวนที่ปลูกกันมาหลายสิบปีถึงจะได้เวนคืน แต่นึกๆ แล้วก็เสียดาย กว่าจะปรับตัวกับที่ดินใหม่ ปรับเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ บางคนผูกพันกับที่สวนที่บ้านตรงนี้ บางครัวอยู่กันมากว่า 20 ปีแล้ว” พี่เสรี ทิ้งท้ายและคิดไม่ตกถึงความไม่ชัดเจนในข้อมูลของรัฐ

สิ่งที่น่าจับตาต่อไป “เขื่อนละแม” นี้กำลังเป็นวาระเร่งด่วนที่บรรจุอยู่ในแผนสภาองค์กรชุมชนตำบลละแม ที่ได้รับงบหนุนเสริมแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ไต่ขึ้นบันไดขั้นที่สอง และสภาองค์กรชุมชนตำบลทุ่งคาวัด ที่เพิ่งจดแจ้งมาหมาดๆ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นั้น จะเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนความเดือดร้อนให้พี่น้องในชุมชนได้อย่างไร เพราะสองถึงสามเวทีประชาพิจารณ์จากภาครัฐและประชาสังคมระดับตำบลที่ผ่านมาล้มเหลวไม่เป็นท่า

 

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter