เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ( 8 ตุลาคม 2557) ณ ห้องหลังสวน โรงแรมชุมพรแกรนด์พาเลซ อ.เมือง จ.ชุมพร ภาคีงานพัฒนาจากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคประชาชน ประกอบด้วย ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบล ผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อน สวัสดิการชุมชนจังหวัดชุมพร คณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดชุมพร ผู้แทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชุมพร (กศน.) ผู้แทนสมัชชาสุขภาพจังหวัดชุมพร นักวิชาการ/อาจารย์ และผู้แทนส่วนราชการ รวม 500 คน ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามปฏิญญา 5 ฝ่าย เพื่อประกาศเจตนารมณ์ “การบูรณาการแผนพัฒนาสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” โดยมีเป้าหมายคือยกร่างกลไกแนวทางการจัดตั้งสภาพลเมือง และจัดทำข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปประเทศเสนอต่อคณะรัฐบาล
โดยคณะทำงานหลักผู้ผลักดันให้เกิดเวทีนี้ได้แก่คณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดชุมพร (คปจ.) ซึ่งดำเนินตามแผนงานยุทธศาสตร์ของ สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) สถาบันพระปกเกล้า นายธวัฒน์ คล้ายรุ่ง สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง มาตรา 7 (1) ตามพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. 2551 ได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ว่า “เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ ภาคประชาสังคม ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อหาแนวทาง และข้อเสนอทั้งเชิงนโยบาย และการปฏิบัติในการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล และนำเสนอสู่ระดับนโยบายระดับชาติ เพื่อให้เกิดการบูรณาการแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาทั้งในระดับชุมชน ท้องถิ่นและ ระดับจังหวัด ของทุกภาคส่วน และลงปฏิญญาเพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม และเพื่อสร้างเวทีสาธารณะให้ประชาชนทุกภาคส่วน ทุกอาชีพ ในจังหวัดได้พูดคุยปรึกษากัน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาภายในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น”
สำหรับการลงนามปฏิญญา 5 ฝ่าย เพื่อประกาศเจตนารมณ์ “การบูรณาการแผนพัฒนาสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” ประกอบด้วย นายเลิศพรไชย ไชยฤทธิ์ ปลัดจังหวัด ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายสุวัฒน์ คงแป้น หัวหน้าสำนักสื่อสารการพัฒนา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นายกฤษณ์ แก้วรักษ์ ประธานชมรมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดชุมพร นายจินดา บุญจันทร์ ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับชาติ และนายธวัฒน์ คล้ายรุ่ง ผู้แทนสภาพัฒนาการเมือง ภายใต้ปฏิญญา ดังนี้
ปัจจุบันการพัฒนาประเทศมาถึงจุดที่ต้องมีการปฏิรูปเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่คนในชาติ โดยชุมชนท้องถิ่นคือฐานสำคัญของประเทศ ถ้ารากฐานแข็งแรง ประเทศไทยจะมั่นคง หลายทศวรรษที่ผ่านมา สถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงของสังคม การเมือง และชุมชนท้องถิ่น ได้ก่อให้เกิดความตื่นตัวและขับเคลื่อนสังคมไปในทิศทางต่างๆ อีกทั้งการพัฒนาองค์กรภาคประชาชนได้มีการปรับเปลี่ยนไปจากบริบทเดิมๆ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงการจัดตั้งรวมกลุ่มอย่างเดียวเท่านั้น แต่ได้เน้นการสร้างกระบวนการเรียนรู้และพลังปัญญาของชุมชนท้องถิ่น ที่มีความเชื่อมโยงกับองค์ความรู้ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และยกระดับองค์ความรู้ที่สามารถแก้ไขปัญหาในระดับชุมชน ตำบล จังหวัด
ตลอดจนไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ โดยใช้ชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลัก เพื่อเป็นการปฏิรูปประเทศที่สอดคล้องภายใต้วิถีชีวิตชุมชน ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและมีบทบาทในกิจกรรมกระบวนการทางการเมือง เพื่อกำหนดแผนงาน ผลักดันนโยบายสาธารณะทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง รวมทั้งมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินการ ทั้งด้านการเมืองและกิจการสาธารณะ หรือที่เรียกกันว่า “การเมืองภาคพลเมือง” ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเอง สอดคล้องกับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าด้วยนโยบายการปฏิรูปประเทศไทย ในส่วนของภาคประชาชนเอง ได้จัดทำแนวทางเตรียมความพร้อมในการปฏิรูปและมีส่วนร่วมนำเสนอแนวทางการพัฒนาประเทศผ่านเวทีกลางที่เปิดโอกาสให้กลุ่มองค์กรชุมชนทั้งในระดับชุมชน ตำบล จังหวัด ได้แสดงความคิดเห็นและร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยใช้พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ.2551 เป็นกลไกร่วมกับการมีสภาพลเมือง เพื่อเป็นเวทีนำเสนอการปฏิรูปประเทศไทยและเป็นเวทีให้ประชาชนทุกภาคส่วน ทุกอาชีพ ในจังหวัดได้พูดคุยปรึกษากัน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาภายในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น นำไปสู่การบูรณาการแผนพัฒนาจังหวัดอย่างมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนที่สอดคล้องภายใต้วิถีชีวิตของคนชุมพรอย่างแท้จริง
ฉะนั้น ในการพัฒนาจังหวัดชุมพร ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทน 5 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายที่ 1 ผู้แทนภาครัฐระดับจังหวัด ฝ่ายที่ 2 ผู้แทนภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายที่ 3 ผู้แทนภาคเครือข่ายองค์กรชุมชน คือ ประธานที่ประชุม สภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัด ฝ่ายที่ 4 ผู้แทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และฝ่ายที่ 5 ผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า หรือ สพม. ซึ่งฝ่าย 4 และฝ่ายที่ 5 นั้น เป็นหน่วยงานภายนอกที่ให้การสนับสนุนเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนในระดับจังหวัด
บัดนี้ ขอแสดงเจตนารมณ์ต่อการพัฒนาจังหวัดชุมพร ให้ไปสู่ความมั่งคงเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น จัดการตนเองหรือภายใต้ปฏิญญาจังหวัดชุมพรจัดการตนเอง ให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน ดังประการต่อไปนี้
ข้อ 1 ประสานความร่วมมือกับทุกประเด็นงานพัฒนาทั้งในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด ระหว่างส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาองค์กรชุมชนตำบล เครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัด ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัด และเครือข่ายกลุ่มองค์กรชุมชนทั่วไป เพื่อเป็นการทำงานแบบไม่แยกส่วน และเน้นกระบวนการมีส่วนร่วม
ข้อ 2 ส่งเสริมความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนที่มีอยู่ในตำบล ตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 ในการดำเนินการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้สามารถพึ่งตนเอง อนุรักษ์วิถีชีวิต วัฒนธรรมภูมิปัญญา และทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น รวมทั้งสามารถจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อคิดเห็นกับโครงการต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของคนในชุมชนท้องถิ่นทั้งในระดับตำบลจนถึงระดับจังหวัด
ข้อ 3 สนับสนุนให้เกิดเวทีสภาพลเมืองทั้งในระดับตำบลและจังหวัด เพื่อเป็นเวทีสาธารณะให้ประชาชน ทุกภาคส่วน ทุกอาชีพ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้พูดคุยปรึกษากันเกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาภายในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปัญหาคอรัปชั่นต่างๆ อันเป็นการสร้างประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ ให้เกิดขึ้นในระดับตำบลและจังหวัด
ข้อ 4 สร้างการบูรณาการแผนพัฒนาจังหวัดอย่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นแผนพัฒนา ของภาคราชการ แผนยุทธศาสตร์สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัด แผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แผนสมัชชาสุขภาพจังหวัด เป็นต้น เพื่อให้มีแผนพัฒนาเดียวที่นำไปสู่เชิงปฏิบัติ และสอดคล้องกับทิศทางนโยบายสาธารณะที่มาจากความต้องการของคนในจังหวัดอย่างแท้จริง”
หลังจากนั้น นายเลิศพรไชย ไชยฤทธิ์ ปลัดจังหวัด ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้มอบนโยบายการพัฒนาจังหวัดกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงานพัฒนาในท้องถิ่นจังหวัดชุมพรอย่างบูรณาการทั้งภาครัฐและภาคประชาชนได้อย่างยั่งยืน ว่า “การที่จะชุมชนจะจัดการตนเองได้นั้น คนในชุมพรต้องรู้จักตัวเอง รู้จักบริบทของชุมชนและจังหวัดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การที่ชุมชนบางชุมชนแก้ปัญหาตัวเองไม่ได้ จัดการตนเองไม่ได้ เพราะไม่มีจุดเชื่อมโยงของความเป็นมา ไม่มีความรู้สึกที่เป็นหนึ่งเดียว แล้วทำอย่างไรให้ชุมชนรู้ร่วมกันแล้วจะตระหนักว่านี่คือบ้านเรา ต้องรู้อดีตและหาแนวทางเป็นปัจจุบันร่วมกัน อย่างเช่นหน่วยงานทั้ง 5 นี้จะจับมือกันทำงานด้วยกันอย่างชัดเจนโปร่งใส แลกเปลี่ยนความรู้ข้อมูลข่าวสารให้ทุกคนสามารถเข้าถึงซึ่งกันและกัน เอาความร่วมมือมาใส่ด้วยกัน และสิ่งที่ตามมาคือความเจริญการพัฒนาของบ้านเรา ทำอย่างไรให้คนชุมพรรู้ไปจนถึงกระทั้งแผนพัฒนาจังหวัด 5-10 ปีข้างหน้าได้ เพื่อให้คนได้เตรียมพร้อมต่อการพัฒนาที่จะเกิดขึ้น จะส่งผลให้คนชุมพรเกิดความรู้สึกที่ตรงกัน ถ้าคนชุมพรมีองค์ความรู้ ชุดเรียนรู้ชุมชนได้ เข้าใจชุมชนได้ ก็จะเข้าใจถึงการแก้ปัญหาของชุมชนได้โดยลดการพึ่งพาจากภาครัฐได้ระดับหนึ่ง”
นอกจากการลงนามปฏิญญาแล้ว ได้มีการเติมเต็มเวทีด้วยการเสวนาเรื่อง “การบูรณาการแผนพัฒนาสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ” ดำเนินรายการโดย นายสุวัฒน์ คงแป้น หัวหน้าสำนักสื่อสารการพัฒนา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้ชวนชวนคิดชวนคุยกับผู้แทนในประเด็นงานพัฒนาต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนที่ ได้แก่ ประเด็นสภาองค์กรชุมชนตำบล ประเด็นกองทุนสวัสดิการชุมชน ประเด็นที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ประเด็นนโยบายสุขภาวะสมัชชาสุขภาพจังหวัดชุมพร และนโยบายแผนจังหวัด โดยสำนักงานจังหวัดชุมพร




