เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ สำนักงานภาคกลางของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดเวทีพลเมืองภาคภาคกลางขับเคลื่อนการปฏิรูปและกำหนดอนาคตตนเอง ณ ห้องประชุม องค์การบริหารส่วนตำบลบางกระบือ อ. เมือง จ. สิงห์บุรี เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนจัดการตนเอง โดยนางสาววัชรา สงมา ผู้จัดการสำนักงานภาคกลาง นางสาววรรณา สีหาทัพ ผู้ช่วยผู้จัดการภาคกลาง นางสาวสุภาภรณ์ ดำรงพรรณ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน นายทองใบ สิงห์สีทา ผู้ประสานงานสภาองค์กรชุมชนภาคกลาง นายสมสิทธิ์ นิทยุ ผู้ประสานงานสภาองค์กรชุมชนภาคตะวันตก และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กาสัก เต๊ะขันหมาก ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจถึงแนวคิดและกระบวนการจัดการตนเองสู่การปฏิรูปได้อย่างยั่งยืน
โดยสรุปได้ว่า หลายส่วนที่เราคำนึงถึง เรากำลังอยู่ในระดับฐานรากของเจดีย์ ข้อเสนอของประชาชนมุ่งไปสู่การกำหนดรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเป็นยอดเจดีย์ เพื่อตราเป็นกฎหมายมาสู่นโยบายส่งมาระดับล่างโจทย์ของเรา “ขบวนองค์ชุมชนกำหนดตัวเอง” เราอยู่ภายใต้แนวคิดฐานเจดีย์และกำลังทำงานคู่ขนาน กับโครงสร้างของรัฐ โดยใช้สภาองค์กรชุมชน คำถามสำคัญ เราภาคประชาชนจะใช้พลังอะไร? ในการจัดการตนเองเรามีอำนาจในการเสนอรัฐธรรมนูญใหม่ แค่ไหน? การมีส่วนร่วมของเราอยู่ตรงไหน? ทำอย่างไรให้เราดึงอำนาจมาอยู่กับเราได้?อำนาจของเราคือ “พลังความรู้ พลังแห่งปัญญา” ที่เกิดจาก 4 มิติ คือ 1)ความรู้ที่เกิดจากการแก้ปัญหาจริง 2)ปฏิบัติจริง 3) การพัฒนากลุ่ม และ 4) ทำเป็นเครือข่าย โดยมีกระบวนการเรียนรู้เป็นเครื่องมือ สร้างภูมิปัญญาแบบรวมหมู่กระบวนการชุมชนต้องทำหน้าที่ไปเสริม เติม โอกาส ยกระดับความรู้ให้ชุมชนปฏิบัติการจริง นำไปสู่การจัดการตนเอง ผลที่ต้องการคือ ภาคประชาชนร่วมกับรัฐ ในการกำหนดนโยบายสาธารณะร่วมกัน ขบวนองค์กรชุมชนหันมาดูแลเรื่องขบวนการฐานชุมชน เน้นพลังความรู้ที่ชุมชนมีอยู่แล้ว สร้างความเข้มแข็งจากฐานราก
จากนั้น นายทองใบ ได้ชวนพี่น้องภาคกลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงสถานการณ์ของภาคกลาง ประเด็นคำถาม ชวนแลกเปลี่ยนความคิด อะไรที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงหรืองานที่เคลื่อนเชิงประเด็นอยู่ จะใช้เป็นกลไกเคลื่อนได้อย่างไร สรุปผลการแลกเปลี่ยนพี่น้องภาคกลางได้ข้อเสนอในการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนจัดการตนเองได้ดังนี้
- เสนอ 1 จังหวัด 1 พื้นที่รูปธรรมให้เห็นการจัดการตนเองที่เป็นของจริง เกิดขึ้นจริง พื้นที่ภาคกลาง 9 จังหวัด เรามีทุนในการขับเคลื่อนมีอะไรบ้าง
- ความมั่นคงทางอาหารที่กำลังถูกคุกคาม ตัวอย่างอำเภอ เสาไห้ มีชื่อเสียงเรื่อง การปลูกข้าว กำลังถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นทุ่งทานตะวัน ที่ดินกำลังเปลี่ยนมือ
- ขบวนองค์กรชุมชนที่เรามีอยู่ ดำเนินการหลายเรื่อง มีความเข้มแข็งเพียงพอที่จะกำหนดทิศทางของจังหวัดได้หรือไม่
- การตั้งคำถาม การมีส่วนร่วมและประชาธิปไตย หรือการปฏิรูปของทุกฝ่ายในการดำเนินการเป็นเรื่องที่เรากำลังดำเนินการตรงกันหรือไม่ หรือคำว่าชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองอย่างไร เรียนรู้อยู่เย็นเป็นสุขได้อย่างไร ต้องมีลักษณะเฉพาะ
- ผลักดันให้เป็นยุทธศาสตร์ภาค ในประเด็นความมั่นคงทางอาหาร ลดความเหลื่อมล้ำ การวางรูปแบบการพัฒนาที่เหมะสมกับภาค จากนั้นได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนเพื่อหาข้อเสนอสรุปได้ดังนี้
ข้อเสนอทิศทางการสร้างพลังอำนาจภาคประชาชน คือ..
1. สร้างความรู้ ค้น คัด จัดการ KM จัดทำสื่อ/ประชาสัมพันธ์ เพื่อต่อยอดงานพัฒนา
2. ศอชต. (พช.) ควรมีการบูรณาการทำงานร่วมกับ สภาองค์กรชุมชน
3. ควรจัดหมวดหมู่ของกลุ่ม/องค์กรของสภาองค์กรชุมชนเป็น 3 หมวด ทุนชุมชน กลุ่มอาชีพ และมิติสังคม
4.ต้องทำให้สภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นที่กลางได้จริง
5.ยกระดับกลุ่มต่างๆให้เป็น “สภาพลเมืองตำบล” ด้วยเวทีสภาองค์กรชุมชนสู่ จังหวัด ชาติ
(ศอชต./กม./สภาองค์กรชุมชน/ปราชญ์ชุมชน/ประชาสังคม/ภาคีพัฒนาท้องถิ่น/ท้องที่/เอกชน/เศรษฐกิจ/ศึกษา)
6. ยกระดับสภาองค์กรชุมชนสู่ “สภาพลเมือง”
7.ทำให้สภาองค์กรชุมชนสามารถบริหารจัดการตนเองทั้งตำบล
8.ควรมีการแยกประเด็นว่าเรื่องใดทำได้เอง เรื่องใดต้องขอการสนับสนุน และข้อเสนอเชิงนโยบาย
จากนั้นได้มีการวางจังหวะก้าวการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนได้ดังนี้
1.เปิดเวทีกลางสภาองค์กรชุมชนเคลื่อนงานในระดับพื้นที่
2.สร้างกระบวนการเรียนรู้ระดับภาค อย่างต่อเนื่อง กำหนดโจทย์ร่วมระดับภาค
3.สร้างสภาองค์กรชุมชน ให้เป็นเครื่องมือ กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นปฏิรูปพื้นที่ภาคกลาง
4.แต่ละจังหวัดกลับไปดูกลไกระดับจังหวัด
5.เปิดเวทีพลังพลเมืองภาคกลาง สร้างพื้นที่รูปธรรมการปฏิรูปจากฐานราก ในวันที่ 6 ม.ค. 2558 ที่วัดโพธิ์เก้าต้น อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี




