playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

chumporn241257.02 resizeเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2557 ณ อาคารหอประชุมอำเภอสวี จังหวัดชุมพร นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมที่ดิน และนายวงศศิริ พรหมชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้ร่วมกันมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ แปลง "ป่าควนหมี" อำเภอสวี จำนวน 327 แปลง รวมเนื้อที่ 2,237 ไร่ 3 งาน 2 ตารางวา ให้แก่ชาวบ้านจำนวน 285 ครัวเรือน

นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขปัญหา เรื่องที่ดินทำกินของเกษตรกร โดยการนำที่ดินของรัฐที่เสื่อมสภาพ มาจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรซึ่งไม่มีที่ดินทำกิน หรือมีน้อยไม่เพียงพอ เพื่อใช้เป็นที่ทำกินโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ โดยกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กรมที่ดินเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการดำเนินการ ด้วยความร่วมมือของจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น ในการจัดทำโครงการเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดและส่งโครงการให้กรมที่ดินตรวจสอบเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายในการรังวัดและจัดทำสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพื่อความสะดวกในการคมนาคม การขนส่งสินค้าเกษตร และการดำเนินชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ ในการดำเนินการจัดที่ดินได้นำที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนเลิกใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้วและมีผู้ครอบครองมาจัดระเบียบการถือครองที่ดิน โดยผู้ที่อยู่ในที่ดินต้องยอมรับว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของรัฐ ซึ่งการดำเนินการจะจัดให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าอยู่อาศัยและทำมาหากิน ตามสภาพเดิมที่ครอบครองอยู่ ครอบครัว ไม่เกิน 15 ไร่ พร้อมทั้งออกหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ชั่วคราวละ 5 ปี เมื่อครบ 5 ปี หากปฏิบัติตามเงื่อนไขสามารถขอต่อหนังสืออนุญาตได้ โดยเสียค่าตอบแทนตามข้อบัญญัติท้องถิ่น กรณีผู้ได้รับอนุญาตถึงแก่กรรม ทายาทมีสิทธิขออนุญาตทำกินในพื้นที่นั้นก่อนบุคคลอื่น ผลการดำเนินการจัดที่ดินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 จนถึงปัจจุบัน สามารถดำเนินการจัดที่ดินให้แก่ราษฎรได้จำนวน 105,914 แปลง 89,235 ครัวเรือน เนื้อที่ประมาณ 502,070 ไร่ ในพื้นที่ 59 จังหวัดchumporn241257.03 resize

ด้านนายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยว่า จังหวัดชุมพร ได้นำที่ดินสาธารณประโยชน์ แปลง “ป่าควนหมี” ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี เนื้อที่ 3,570-0-87 ไร่ มาดำเนินการจัดที่ดินให้แก่ราษฎร จำนวน 285 ครัวเรือน 327 แปลง เป็นจำนวนเนื้อที่ 2,237-3-02 ไร่ พร้อมจัดทำสาธารณูปโภค โดยกรมที่ดินได้สนับสนุนงบประมาณในการรังวัดออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงและวางผังแบ่งแปลง เป็นเงินจำนวน 374,419 บาท ก่อสร้างถนนลูกรังเกรดบดอัด ระยะทาง 4.65 กิโลเมตร เป็นเงินจำนวน 1,566,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 1,940,419 บาท

ทั้งนี้ เมื่อปี 2554 ตำบลนาโพธิ์ ได้มีการจดแจ้งเป็นสภาองค์กรชุมชนตำบลนาโพธิ์ ตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ. 2551 แล้วนั้น ได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่นำร่องภายใต้ โครงการการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินแนวใหม่ ปี 2554โดยรัฐบาลได้หนุนงบประมาณผ่านทาง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) งบประมาณ 1,800,000 บาท เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในเรื่องที่ดินนั้น แกนนำหมู่บ้าน ท้องที่ ท้องถิ่น และคนนาโพธิ์ผู้เดือดร้อนในที่ดินทำกินได้ลุกขึ้นจัดการตนเอง และคนนาโพธิ์ลงมือทำข้อมูลความเดือดร้อนด้วยมือตัวเอง โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลนาโพธิ์เป็นกลไกขับเคลื่อนแก้ปัญหาตลอดมา นี่คือจุดเด่นของตำบลนาโพธิ์ ที่มีอุดมการณ์ร่วมเรื่องสิทธิชุมชนและสิทธิทำกินในทรัพยากรที่มีอยู่ โดยนำฐานข้อมูลผู้เดือดร้อนทั้งหมด ได้แก่ มีแผนที่ทำมือ จับพิกัด GIS แปลงผู้เดือดร้อน ไปนำเสนอต่อ อบต. เพื่อเขียนโครงการปัญหาที่ดินต่อหน่วยงาน ที่ดินอำเภอ ไปถึงกรมที่ดิน

chumporn241257.04 resizeนอกจากนี้ยังได้ตั้งกองทุนที่ดินแล้ว 1 กองทุน จำนวนกองทุน 200,000 บาท มีการบูรณาการทุนจากกองทุนต่างๆ ที่มีอยู่ในตำบล เช่น กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์ และกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล การเชื่อมโยงทุน นอกจากจะเป็นทุนด้านการเงินแล้ว ยังสามารถเชื่อมโยงทุนด้านทรัพย์สิน คือ ธนาคารต้นไม้ เป็นการสร้างความยั่งยืนของที่ดิน สร้างความหวงแหนในที่ดินที่ได้มา และยังได้ใช้กองทุนที่ดินและการแก้ไขปัญหาที่ดิน เชื่อมโยงไปสู่ทุนทางด้านทรัพยากร การจัดการลุ่มน้ำอีก เป็นต้น

นับเป็นแนวทางการต่อสู้ความยากจนเรื่องที่ดินที่เหนื่อยสมกับการรอคอย นี่ไม่ใช่การต่อสู้ความยากจนเรื่องที่ดินสำเร็จครั้งแรก ของตำบลนาโพธิ์ ก่อนหน้านี้ราวปี 2553 ได้มีการมอบหนังสือรับรองสิทธิในที่ทำกินของรัฐ ในที่สาธารณะป่าควนสีแท หมู่ 2 หมู่ 4 ตำบลนาโพธิ์ บนเนื้อที่กว่า 700 ไร่ จำนวน 177 แปลง มาแล้ว ในวันนี้มีความรู้สึกจากพี่น้องส่วนหนึ่งในวันที่ได้รับมอบหนังสือจากกรมที่ดิน ตอนหนึ่งว่า

“ดีใจที่ทางรัฐบาลจัดงานนี้ให้ เพราะชาวบ้านทุกคนอยากได้สิทธิทำกินอย่างถูกต้อง ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และแกนนำหมู่บ้าน ผมเองเป็นคอยประสานงานชาวบ้านให้ไปช่วยกันออกแรงทำรังวัดในแปลง ติดต่องานประสานราชการต่างๆ ก็ภูมิใจครับพวกเราในตำบลช่วยเหลือกันดีมากจนมีวันนี้ ตอนแรกก็คาดหวังว่าจะเป็นโฉนดชุมชน แต่พอเป็นหนังสือรับรองผมก็ดีใจแล้ว” นายนุกูล เกตุนุ้ย อายุ 62 ปี อาชีพทำสวนถือครองที่ดิน 15 ไร่

“เป็นที่ดั้งเดิมของคุณแม่ปลูกยางพารา ปาล์ม และทุเรียน ที่บ้านเราคุณแม่ทำกับข้าวเก่ง เป็นฝ่ายอาหารและเสบียงทำอาหาร เอาน้ำดื่มไปให้คณะเดินรังวัดแปลง ทำข้อมูลขอบเขตหมู่บ้าน รู้สึกดีใจมากไม่คิดว่าจะมีวันนี้ พวกเราเก็บข้อมูลกันด้วยใจไปช่วยกันทั้งหมู่บ้าน ใครมีแรงก็ออกแรง ใครมีอาหารเครื่องดื่มก็เอาไปเลี้ยงไปดูแลคนทำงานเรื่องที่ดิน ขอบคุณรัฐที่เห็นใจพวกเรา ขอบคุณผู้นำหมู่บ้านทุกคนที่ช่วยกัน” นางสุวินา ศรีคง อายุ 44 ปี อาชีพค้าขายและทำสวน ถือครอง 12 ไร่ chumporn241257.01 resize

สิ่งที่จะแกนนำหมู่บ้าน ท้องที่ ท้องถิ่น คณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินตำบลนาโพธิ์ และสภาองค์กรชุมชนตำบลนาโพธิ์ จะทำต่อไป คือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (บ้านพุพอง เป็นชุมชนดั้งเดิมอาศัยมากกว่า 50 ปีแล้ว) ซึ่งเป็นเรื่องยากมากกรณีป่าสงวนฯ แต่อย่างน้อยฐานข้อมูลผู้เดือดร้อนในเขตป่าสงวนที่มีอยู่พร้อมกับหนังสือรับรองสิทธิทั้งสองป่า ที่ผู้เดือดร้อนประกาศตัวเองแล้วว่าชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองได้ น่าจะเห็นช่องทางเป็นรูปธรรมมากขึ้น ที่พร้อมเป็นใบเบิกทางกับความสำเร็จในอนาคตอันใกล้นี้

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter