สำนักงานปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ด้านการเงินและบัญชีแก่องค์กรสวัสดิการชุมชน ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ บางพลัด กรุงเทพ ฯ ระหว่างวันที่ ๒๒ – ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เพื่อให้การบริหารจัดการด้านการบัญชีและการเงินขององค์กรสวัสดิการชุมชนเป็นไปอย่างมีระบบและมาตราฐาน ภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ส่งเสริมสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
การบรรยาย “ความรู้สวัสดิการบนฐานการเงินชุมชน”โดยนายภีม ภคเมธาวี นักวิชาการด้านองค์กรการเงินและสวัสดิการชุมชน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พูดถึงความยั่งยืนขององค์กรสวัสดิการชุมชนที่จะต้องมีการระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมฝึกอบรมก่อนอื่นจะขอเข้าเนื้อหาของคำนิยามที่ว่าสวัสดิการหมายถึงการจัดบริการทางสังคมเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิที่ประชาชนจะต้องได้รับและการมีส่วนร่วมในการจัดการทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน และสามารถแบ่งสวัสดิการออกเป็น ๗ มิติด้วยกัน การศึกษา / สุขภาพอนามัย / ที่อยู่อาศัย / การทำงานและการมีรายได้ / นันทนาการ / กระบวนการยุติธรรมและบริการทางสังคมทั่วไป และมีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์เชื่อมโยงกับองค์กรการเงินชุมชนที่มีนิยามคล้ายคลึงและสอดคล้องกับองค์กรสวัสดิการชุมชน ที่มีการรวมตัวกัน / ทำกิจกรรมด้านการเงิน / เพื่อประโยชน์ของสมาชิกและชุมชนหรืออาจจะเรียกได้ว่าสวัสดิการชุมชนก็คือองค์กรการเงินชุมชนซึ่งจะมีการเชื่อมโยงทั้งรัฐ/เอกชน/ประชาชนที่มีเป้าหมายเดียวกันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดียิ่งขึ้น
จากนั้นคณะอนุกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติอภิปรายเรื่องประสบการณ์ความรู้สวัสดิการสังคมบนฐานการเงินดำเนินรายการโดย นายสามารถ พุทรา สรุปเนื้อหาได้ว่าความรู้ด้านการเงินและบัญชีมีความสำคัญในการบริหารจัดการองค์กรสวัสดิการชุมชนเป็นอย่างมากเพราะจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกและหน่วยงานที่เข้ามาหนุนเสริมให้กับองค์กรสวัสดิการชุมชนในส่วนของรูปแบบการจัดสวัสดิการมีความแตกต่างกันด้วยบริบทของชุมชนที่แตกต่างกันหรือมีการคัดลอกสำเนาถูกต้องก็มีซึ่งจะพบว่าจะเกิดปัญหาในอนาคตจะทำให้องค์กรสวัสดิการชุมชนล่มสลายได้เนื่องจากไม่ได้วิเคราะห์ทุนที่มีอยู่ขององค์กรสวัสดิการชุมชน และทำอย่างไรที่จะใช้องค์กรสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่องอยากให้พี่น้องเครือข่ายช่วยกันขยายฐานสมาชิกของเราให้มีสมาชิก ๕๐ % ของจำนวนประชากรในพื้นที่เน้นหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และได้มีการยกตัวอย่างแผนพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านเอื้อม อำเภอเมือง จังหวัดลำปางที่ใช้กลไกที่มีในพื้นที่ตำบลที่มีกฎหมายรองรับอย่าง พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนและพ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมมาใช้เป็นเครื่องมือในงานพัฒนาและใช้ระบบการบริหารจัดการที่ดีในการดำเนินงานทั้งสภาองค์กรชุมชนและองค์กรสวัสดิการชุมชนนำไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง
จากนั้นมีการแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นเป็น ๔ กลุ่ม กรุงเทพ/ภาคกลางและตะวันตก/ตะวันออก ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และมอบโจทย์ให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมระดมความคิดเห็นว่า ๑.การก่อเกิดกองทุนสวัสดิการชุมชนจากฐานอะไร ๒.รูปแบบการจัดสวัสดิการชุมชนมีอะไรบ้าง ๓.การบริการจัดการกองทุนให้ยั่งยืน
สรุปภาพรวมความคิดเห็นทั้ง ๔ กลุ่มได้ดังนี้ ๑.การก่อเกิดกองทุน จากฐานองค์กรการเงินชุมชนเช่น กองทุนหมู่บ้าน,กลุ่มออมทรัพย์ / จากฐานสมาชิกที่ได้รับการส่งเสริมการจัดตั้งตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม / จากฐานกลุ่มผู้สูงอายุ / จากฐานแปลงต้นไม้เป็นทุน ๒.รูปแบบการจัดสวัสดิการชุมชนที่น่าสนใจ จัดสวัสดิการขวัญถุงทหารเกณฑ์ จัดสวัสดิการโลงศพ จัดสวัสดิการรับซื้อยาง ซื้อหนี้นอกระบบให้สมาชิก สมาชิกสมรส อุปสมบท ๑ พรรษา ๓.การบริหารจัดการกองทุนให้ยั่งยืน ที่น่าสนใจมีดังนี้ รับซื้อที่ของสมาชิกที่จะหลุดจำนอง ร้านค้าลอยฟ้า(ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า,รถจักยานยนต์เป็นต้น) ร่วมหุ้นกับสหกรณ์ ซื้อสลากออมสิน/พันธบัตรรัฐบาล ซื้อที่ดินเก็งกำไร ฝากสถาบันการเงินชุมชน จากนั้นให้ผุ้เข้าร่วมได้เชคอินเข้าที่พักและพักผ่อนตามอัธยาศัย




