playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

Nan0000ความเสื่อมโทรมของพื้นที่ป่า กับสิทธิการทำกิน ปัญหาความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เมืองน่านน่าอยู่คู่ป่าต้นน้ำ และเป็นเมืองที่คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน วันนี้เป็นประเด็นสำคัญที่คนจังหวัดน่านใน 34 ตำบล กำลังช่วยกันผลักดันผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า “ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล ว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” เพราะประชาชนในพื้นที่เท่านั้นที่จะเป็นกุญแจสำคัญไขไปสู่ความสำเร็จได้

หลังจากที่มีบันทึกความร่วมมือ “หนุนสร้างเมืองน่านน่าอยู่-คู่ป่าต้นน้ำ” ของหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน 47 องค์กร เพื่อ  เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา ปัจจุบันได้มีการประกาศใช้ข้อบัญญัตตำบลแล้วใน 3 ตำบล ได้แก่ ต.นาไร่หลวง อ.สองแคว, ต.เมืองลี อ.นาหมื่น และ ต.บ้านพี้ อ.บ้านหลวง จ.น่าน

สาระสำคัญของข้อบัญญัติฯ ที่ทั้ง 3 ตำบลเพิ่งประกาศใช้ไปเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม 2558 ที่ผ่านมา เน้นการสร้างความตระหนักให้ชุมชนเกิดสำนึกในการรักษา ดิน น้ำ ป่า รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของชุมชน ให้ชุมชนมีบทบาทในการบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ ส่งเสริมการสานเครือข่ายในการอนุรักษ์ โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการระดับหมู่บ้าน และตำบล ในการบริหารจัดการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วม โดยการจัดทำแผน ทำแนวเขตป่าชุมชน พื้นที่แนวเขตป่า พื้นที่ทำกินรายแปลง รวมถึงเขตพื้นที่อยู่อาศัยให้มีความชัดเจน รวมทั้งจะเป็นกติกา กฏระเบียบการใช้ประโยชน์ การอนุรักษ์ฟื้นฟูการจัดตั้งกองทุนฯ ที่เป็นการระดมทุนจากทั้งภายในและภายนอก และการสมทบงบประมาณจาก อบต. เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอีกด้วย

ในกระบวนการจัดทำข้อบัญญัตินั้น จะเริ่มตั้งแต่ 1) การชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในตำบลให้เห็นความสำคัญของการจัดทำข้อบัญญัติ 2) การจัดทำข้อมูลด้านที่ดิน ป่า และข้อมูลทุกประเภทในตำบลเพื่อนำไปสู่การวางแผน 3) ข้อมูลด้านที่ดินนั้น จะต้องจัดทำแนวเขตให้ชัดเจน 4 ประเภท คือ ขอบเขตที่อยู่อาศัย ขอบเขตที่ดินทำกิน ของเขตป่าชุมชน และขอบเขตป่าอนุรักษ์

นายอิสระภาพ คำฟู นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ isarapapอ.บ้านหลวง จ.น่าน เล่าถึงการจัดทำข้อบัญญัติฯ ของต.บ้านพี้ให้ฟังว่า ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ข้อบัญญัติตำบลในเรื่องนี้ ที่ผ่านมากลุ่มชาวบ้านในตำบลก็มีการดูแลรักษาพื้นที่ป่าชุมชน พื้นที่ต้นน้ำ โดยมีการศึกษาพื้นที่ต้นแบบจากตำบลแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เพื่อนำมาแก้ปัญหาความมั่นคงในที่ดินทำกินของชาวบ้าน ซึ่งไม่มีความมั่นคงในที่ดินทำกิน เพราะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตป่าสงวนฯ หรือพื้นที่ต้นน้ำ ที่ผ่านมา ต.บ้านพี้ ได้ทำโครงการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ตามที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนให้การสนับสนุน ซึ่งก่อให้เกิดการตรึงพื้นที่ โดยอาศัย GPS จับพิกัด จัดทำแนวเขต ไม่ให้ชาวบ้านบุกรุกป่าเพิ่ม มีการจับพิกัดรายแปลง ซึ่งที่ส่วนใหญ่จะไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทำให้มีความชัดเจนรู้จำนวนพื้นที่ทำกิน รู้ขอบเขตพื้นที่รัฐ ทำให้ง่ายขึ้นในในการจัดระเบียบสังคม วางผังตำบล ผังหมู่บ้าน แยกการใช้ประโยชน์ แบ่งเป็นโซนป่าชุมชน ที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกินในที่ดินรัฐ และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ที่ชาวบ้านต้องดูแลควบคู่กับเจ้าหน้าที่รัฐ สอดคล้องกับนโยบายของผู้ว่า เมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ

“ที่ตำบลบ้านพี้นั้น มีนายก อบต.เป็นประธานคณะทำงาน มีหน้าที่สร้างความเข้าใจและสร้างความตระหนักในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนในการจัดทำร่างข้อบัญญัติ ศึกษารวบรวมข้อมูลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ดินทำกิน พื้นที่ป่าชุมชน พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติ พื้นที่อยู่อาศัย วิถีวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น รวมถึงข้อมูลด้านสุขภาพ นำไปสู่การยกร่าง ต่อจากนั้นจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในทุกหมู่บ้าน และปรับปรุงแก้ไขตามมติของเวทีประชาพิจารณ์ แล้วจึงเสนอร่างต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งที่ตำบลบ้านพี้ สภาฯพิจารณาเห็นชอบใน 3 วาระรวด และนายก อบต.นำเสนอต่อนายอำเภอเพื่อให้ลงนาม และประกาศเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา”

nan002นายก อบต.บ้านพี้ เล่าต่อว่า การแก้ปัญหาที่ผ่านมาภาครัฐใช้เพียงหลักนิติศาสตร์ กฏหมายในการแก้ปัญหา ซึ่งทำมาเรื่อยหลายสิบปี แต่ป่าก็ถูกทำลายลงไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันชาวบ้านก็โดนจับกุม มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน และระหว่างชาวบ้านกันเอง ซึ่งในการจัดการแนวเขตที่ดินให้เกิดความชัดเจน จัดทำรายแปลงให้รู้ว่าเป็นของใคร อยู่ในตำแหน่งไหน ขนาดเท่าไหร่ สามารถจะนำมาเป็นองค์ประกอบในการตอบโจทย์ได้  และเมื่อมีการกำหนดข้อบัญญัติตำบล หรือกฏระเบียบของชุมชนเกิดขึ้นตามมา คิดว่าในระยะต่อไปปัญหาการบุกรุกทำลายจะไม่เกิดขึ้น ถ้าชาวบ้านเป็นคนคิดขึ้นมาเองก็ต้องเป็นเรื่องที่ชุมชนเกิดความยอมรับ

ในอนาคตข้างหน้า จะมีอีกหลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนในการบริหารจัดการ เพิ่มมูลค่าผลผลิตในพื้นที่เดิม โอกาสที่ป่าจะไม่ถูกบุกรุกในว้นข้างหน้า สร้างให้เกิดประเพณีทุกปี อาจทำให้เกิดพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้นเสริม ลดพืชเชิงเดี่ยว ปลูกพืชอื่นมากขึ้น มีการจัดการระบบน้ำ คำนึงถึงเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ชาวบ้านสามารถใช้ที่ดินของตนสร้างเป็นโรงครัวของตนเองได้ ซึ่งป่าถ้าไม่ทำอะไรป่ามันก็สามารถฟื้นกลับมาได้ จุดไหนมีความเสื่อมโทรม ชาวบ้านก็พร้อมให้ความร่วมมือ ซึ่งวิธีการนี้น่าจะทำให้เกิดความยั่งยืนของป่าน่านให้อยู่คู่ชุมชนได้ นายอิสระภาพ กล่าว

ทั้งนี้ ข้อบัญญัติท้องถิ่น เป็นเรื่องที่คนเล็กคนน้อยมีสิทธิที่ต้องการบอกว่าเราต้องการอะไร เรามีปัญหาอะไร เพราะที่ผ่านมาประชาชนเสนอแล้วก็หายไปไม่ว่าจะในระดับนโยบาย หรือแม้แต่ในท้องถิ่นเอง เราไม่เคยเห็นข้อบัญญัติขององค์การบริหารส่วนตำบล ที่เกิดจากการมีส่วนร่วม และทำตามความต้องการของประชาชน เรื่องนี้ถือเป็นความก้าวหน้าในทางบริหาร

อย่างไรก็ดี บางคนมีข้อห่วงใยกันว่า ข้อบัญญัติที่ออกมานั้นnan005จะไปขัดกับข้อกฏหมายหรือไม่ ซึ่งทั้ง 34 ตำบลที่กำลังดำเนินการก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่จะก่อให้เกิดประโยชน์ เกิดความสามัคคี และเชื่อมั่นว่าถ้าแต่ละตำบลมีข้อบัญญัติที่ดี การบุกรุกพื้นที่ป่าจะหายไป เพราะเป็นกติกาที่มาจากประชาชน และจะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งให้เกิดขึ้นอีก เมื่อทุกคนรู้ขอบเขตพื้นที่ทำกิน พื้นที่ป่าสงวน พื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่อยู่อาศัยชัดเจน จะยังผลให้เกิดการพัฒนา มีข้อขัดแย้งหรือไม่ เป็นเรื่องที่คนน่านต้องพิสูจน์กันต่อไป  

อย่างไรก็ตาม เวลานี้ 3 ตำบล จาก 34 ตำบลนำร่อง ในจังหวัดน่าน ได้ประกาศใช้ข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมบนฐานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นน่าน เริ่มต้นปฏิบัติการจากฐานล่าง เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า ให้เมืองน่านน่าอยู่ ซึ่งตำบลที่เหลือก็กำลังทยอยเข้าสู่กระบวนการประกาศใช้ และจะขยายต่อให้ครบทุกตำบล

แม้ว่าการทำงานเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน แต่การจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่น ได้สร้างกระบวนการมีส่วนร่วม ได้เปิดโอกาสให้ชาวบ้านมีส่วนในการแก้ปัญหา เป็นเจ้าภาพจัดการดินน้ำป่าด้วยตนเอง เกิดการประสานงานเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้นระหว่างชาวบ้านกับท้องถิ่น สร้างพื้นที่แห่งโอกาสในการพลิกวิกฤตของคนน่านร่วมกัน เพื่อเป็นการถวายเทอดพระเกียรติแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2558

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter