เมื่อวัน 7 ก.พ.58 ชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ได้ร่วมสรุปสถานการณ์ที่ผ่านมาพร้อมจะยื่นข้อเสนอเพื่อพิจารณา ดังนี้
1.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ) และผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง สั่งการมายังผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) ทุเลาคำสั่งบังคับให้ชาวบ้านผู้เดือดร้อนออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด
2. ให้พิจารณารับรองแผนงานโครงการจัดการที่ดินและทรัพยากรอย่างยั่งยืนโดยชุมชน กรณีชุมชนโคกยาว ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ
สืบเนื่องจากวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 เจ้าหน้าที่สนธิกองกำลังทหาร ตำรวจ ป่าไม้ จำนวนประมาณ 100 นาย เข้ามาปิดป้ายหนังสือประกาศ โดยคำสั่งที่ ทส.1621.4/2404 ลงวันที่ 26 ม.ค.58 เรื่อง สั่งให้ผู้ถือครองพื้นที่ออกจากป่าสงวนแห่งชาติ หรืองดเว้นการกระทำใดๆ หรือรื้อถอน หรือแก้ไข ทำประการอื่นใดแก่สิ่งที่เป็นอันตราย หรือสิ่งที่ทำให้เสื่อมสภาพในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และให้รื้อถอนสิ่งปลุกสร้าง พืชผลอาสินทั้งหมดออกจากป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่มีคำสั่ง หนึ่ง ผู้เดือดร้อนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่ง ภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับคำสั่ง จึงทำให้ชาวบ้านบ้านโคกยาวได้รวมตัวกันยื่นหนังสือพร้อมข้อเรียกร้องดังกล่าวข้างต้น
สรุปสถานการณ์กรณีปัญหาสวนป่าโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ
เรื่องเดิม
สืบเนื่องจาก จังหวัดชัยภูมิได้มีประกาศจังหวัด เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้และบุกรุกพื้นที่ป่าจังหวัดชัยภูมิ และทำการปิดประกาศในพื้นที่พิพาทสวนป่าโคกยาว เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2557 ทั้งนี้ อาศัยอำนวจตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 64/2557 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2557 ให้ผู้ถือครองออกจากพื้นที่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งพืชผลอาสิน ภายใน 15 วัน หากพ้นกำหนดเวลา ทางราชการจะเข้าตรวจสอบพื้นที่และดำเนินการตามกฏหมายแก่ผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาด
ต่อมา ชาวบ้านผู้เดือดร้อนได้เข้าร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการผลักดันให้เกิดกระบวนการแก้ไขปัญหาระหว่างรัฐบาล กับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ดังรายละเอียดลำดับเหตุการณ์ต่อไปนี้
วันที่ 28 ส.ค. 57 ชาวบ้านเดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ เพื่อขอเข้าพบและยื่นหนังสือต่อ พล.ต.มารุต ลิ้มเจริญ ผู้อำนวยการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดชัยภูมิ (ผบ.กกล.รส.จว.ชย) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง โดยเนื้อหาระบุว่า ขอให้ทบทวนพิจารณายกเลิกประกาศจังหวัดชัยภูมิ ในคำสั่งที่จะขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ โดยหนังสือที่ยื่นมีข้อเรียกร้อง ดังนี้
1.ให้ยกเลิกประกาศจังหวัดชัยภูมิ เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้และบุกรุกพื้นที่ป่าจังหวัดชัยภูมิ
2.ให้พิจารณามาตรการและแนวทางการคุ้มครองสิทธิในที่ดินและทรัพย์สินของชาวบ้านที่เดือดร้อน เพื่อให้เกิดความปกติสุขในการดำเนินชีวิต จนกว่าจะมีกระบวนการในการแก้ไขปัญหาในทางนโยบายต่อไป โดยทาง เลขาฯ ผบ.กกล.รส.จว.ชย รับทราบปัญหา พร้อมกล่าวว่าจะนัดหมายให้ตัวแทนชาวบ้านผู้เดือดร้อน พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาประชุมชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมกันในวันนี้ 1 ก.ย 57
วันที่ 29 ส.ค.57 เดินทางเพื่อไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
วันที่ 1 ก.ย. 57 เดินทางเพื่อเข้าร่วมประชุม ณ ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ ที่ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรม โดยมีหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมประชุมด้วย ดังนี้ เลขานุการผู้อำนวยการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดชัยภูมิ (ผบ.กกล.รส.จว.ชย) หัวหน้าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) เจ้าหน้าที่ศาลอุธรณ์ภาค 3 และเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรชัยภูมิ ผลการประชุมดังกล่าว ยังไม่มีความคืบหน้า
วันที่ 10 ก.ย.57 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เชิญหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา จนในที่ประชุมมีมติให้ชะลอการไล่รื้อชุมชนโคกยาว ในวันที่ 8 ก.ย.57 ออกไปก่อน
วันที่ 1 ต.ค. 2557 เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชย.4 (คอนสาร) นำแผ่นป้าย "ยุทธการทวงคืนผืนป่า ตามประกาศจังหวัดชัยภูมิ ลงวันที่ 21 ส.ค.57 เรื่องการป้องกันและลักลอบตัดไม้และบุกรุกพื้นที่ป่าชัยภูมิ พื้นที่โคกยาว เนื้อที่ 80 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม”
วันที่ 7 ตุลาคม 2557 เข้าร่วมประชุมระหว่างรัฐบาลกับตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม( ขปส.) โดยมี หม่อมหลวงปนัดดา ดิษกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมมีมติ ในกรณีเร่งด่วนว่า “ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง พิจารณาแก้ไขปัญหา และบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร ต่อไป” พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ต่อไป
วันที่ 8 ต.ค.57 นายอำเภอคอนสาร ได้ประชุมวางแผนขอทวงคืนผืนป่าสงวนแห่งชาติภูมิซำผักหนาม และในที่ประชุมมีมติให้ให้ชาวชุมชนโคกยาว และชุมชนบ่อแก้ว รื้อถอนเองภายใน 19 วัน หากไม่ดำเนินตาม จะเข้ามาดำเนินการรื้อถอนเอง
วันที่ 24 ต.ค. 57 เดินทางเข้าพบนายอำเภอคอนสาร (นายเจนเจตน์ เจนนาวิน) เพื่อยื่นหนังสือให้รับทราบขบวนการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2557 โดยมี หม่อมหลวงปนัดดา ดิษกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อแจ้งให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ชะลอและยุติการดำเนินการใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตอันปกติสุขของประชาชน
วันที่ 17 พ.ย.2557 เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เข้าร่วมประชุมหารือ กับพลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อติดตามความคืบหน้าในการแก้ปัญหา และเพื่อให้ภาครัฐเร่งพิจารณาดำเนินการตามที่ได้มีการประชุมร่วมระหว่างรัฐบาลกับตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ( พีมูฟ.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค.57 ที่ห้องประชุมอรรถไกลวัลย์วที อาคารสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมี ม.ล.ปนัดดา ดิษกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นประธาน โดยในที่ประชุมเสนอให้รัฐบาลทบทวนแผนแม่บทฯ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ชะลอการดำเนินการใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตอันปกติสุขของประชาชน รวมทั้งชะลอการดำเนินคดีออกไปก่อนในระหว่างที่กำลังมีการตั้งคณะกรรมการที่มีทั้งประชาชนและหน่วยงานภาครัฐขึ้นมาร่วมกันแก้ไขปัญหา
วันที่ 23 ม.ค.58 เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมอรรถไกวัลวที ชั้น1 อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล
วาระที่ 3.1 กรอบแนวทางในการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ
มติที่ประชุม : เห็นชอบกรอบแนวทางในการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ดังนี้
1) การพิจารณาให้ความช่วยเหลือประชาชน ควรคำนึงถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และข้อเท็จจริงเป็นที่ตั้ง
2) แนวทางในการดำเนินการต้องไม่กระทบต่อวิถีชีวิตปกติของประชาชน ในระหว่างการแก้ไขปัญหาให้ยุติ ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชะลอการดำเนินการใดๆ ที่อาจเป็นมูลเหตุ ให้เกิดความขัดแย้ง หรืออาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนในการดำเนินชีวิตตามปกติสุข และให้สามารถใช้ประโยชน์ ในที่ดินของรัฐตามวิถีปกติไปพลางก่อน จนกว่ากระบวนการพิจารณาของส่วนราชการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ตามแต่กรณีจะมีผลเป็นที่ยุติต่อไป
3) การดำเนินการหากติดขัดปัญหาเกี่ยวกับระเบียบ กฎหมาย ควรพิจารณาปรับปรุงแก้ไขระเบียบ กฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนตามความเหมาะสม
4) การดำเนินการแก้ไขปัญหาต้องสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล เช่น คำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน กล่าวคือ เร่งรัดการจัดสรรที่ดินให้แก่
ผู้ยากไร้ ในลักษณะสิทธิร่วมในการจัดการที่ดินของชุมชน ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล เป็นต้น
5) ขอให้คณะกรรมการฯ คณะอนุกรรมการฯ คณะทำงานฯ ที่จะแต่งตั้งขึ้น
สถานการณ์ปัจจุบัน
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 เจ้าหน้าทีสนธิกองกำลังทหาร ตำรวจ ป่าไม้ จำนวนประมาณ 100 นาย เข้ามาปิดป้ายหนังสือประกาศ โดยคำสั่งที่ ทส.1621.4/2404 ลงวันที่ 26 ม.ค.58 เรื่อง สั่งให้ผู้ถือครองพื้นที่ออกจากป่าสงวนแห่งชาติ หรืองดเว้นการกระทำใดๆ หรือรื้อถอน หรือแก้ไข ทำประการอื่นใดแก่สิ่งที่เป็นอันตราย หรือสิ่งที่ทำให้เสื่อมสภาพในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และให้รื้อถอนสิ่งปลุกสร้าง พืชผลอาสินทั้งหมดออกจากป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม .ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่มีคำสั่ง อนึ่ง ผู้เดือดร้อนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่ง ภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับคำสั่ง
ข้อเสนอเพื่อพิจารณา
1.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ) และผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง สั่งการมายังผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) ทุเลาคำสั่งบังคับให้ชาวบ้านผู้เดือดร้อนออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด
2. ให้พิจารณารับรองแผนงานโครงการจัดการที่ดินและทรัพยากรอย่างยั่งยืนโดยชุมชน กรณีชุมชนโคกยาว ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ




