playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG 2546ประจวบคีรีขันธุ์/ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 เครือข่ายแก้ปัญหาการคืนสัญชาติคนไทย : ไทยพลัดถิ่น ร่วมกับภาคีสนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชน สื่อ นักวิชาการ กรมการปกครอง กมธ.ปฏิรูปสังคมฯ (สปช.) และผู้แทนเครือข่ายชุมชนกลุ่มอื่นๆ จัดเวทีรณรงค์สาธารณะ 12 ปี คนไทยพลัดถิ่น : ปฏิรูปกระบวนการแก้ปัญหาคนไร้สัญชาติ “คืนสัญชาติ คืนศักดิ์ศรี คืนมาตุภูมิ” ณ วัดด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธุ์ ซึ่งมีคนไทยพลัดถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ หน่วยงาน และภาคีร่วมงานกว่า 1,000 คน

นายสุทิน กิ่งแก้ว ผู้ประสานงาน เครือข่ายแก้ปัญหาการคืนสัญชาติคนไทย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียน หาแนวทางการแก้ปัญหาข้อจำกัดแบบมีส่วนร่วมของคนไทยพลัดถิ่น และภาคีความร่วมมือในกระบวนการคืนสัญชาติไทย รวมทั้งแนวทางปฎิรูปเพื่อแก้ปัญหาคนไร้สัญชาติกลุ่มต่างๆ ในประเทศไทย เพราะหลังจากที่มีพระราชบัญญัติสัญชาติ ฉบับที่ 5 เมื่อเดือนมีนาคม 2555 ระยะเวลาผ่านมา 2 ปี ของการประกาศใช้กฎหมาย กลับมีคนไทยพลัดถิ่นที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายนี้ เพียง 2,000 กว่าคน จากกลุ่มเป้าหมาย 17,903 ราย และยังมีคนไทยพลัดถิ่นที่ไม่ได้กำหนดสถานะอีก 16,535 ราย รวมทั้งหมด 34,438 ราย

Sutin

“ในตัวเลขดังกล่าวข้างต้น ยังไม่รวมผู้ที่ขึ้นทะเบียนผิดกลุ่ม ผู้ตกสำรวจ และผู้ถูกจำหน่ายออก เนื่องจากมีข้อจำกัดในการปฏิบัติงานของผู้ที่เกี่ยวข้องที่ไม่มีความเข้าใจกฎหมายชัดเจน โดยในช่วงที่อยู่ระหว่างการยื่นคำขอ คนไทยพลัดถิ่นต้องไร้สิทธิขั้นพื้นฐาน และถูกละเมิดสิทธิเป็นระยะๆ เช่น ถูกจับกุมเมื่อไปทำงาน ถูกเรียกเก็บเงิน ขาดสิทธิในการเดินทาง สิทธิทางการศึกษา สิทธิในการรักษาพยาบาล เป็นต้น ทั้งที่ตามกฎหมายคนไทยพลัดถิ่นเป็นคนไทยแล้ว ดังนั้น ความล่าช้าของกระบวนการคืนสิทธิ คืนสัญชาติ จึงส่งผลต่อโอกาสในการพัฒนาชีวิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับเด็กเยาวชน”

นายสุทิน กล่าวต่อว่า บัตรประชาชนไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่ในโอกาสครบรอบ 12 ปี คนไทยพลัดถิ่น เครือข่ายฯ มีเจตนารมณ์ “มองไปข้างหน้า อยู่อย่างพลเมืองไทย” โดยวางแผน และกำหนดเป้าหมายไว้ 12 เรื่อง คือ 1) ทุกคนได้บัตรประชาชน 2) ผลักดันนโยบายรัฐให้มีกองทุนการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยพลัดถิ่น 3) เสริมกติการ่วมกันของเครือข่ายฯ ให้เข้มแข็ง เป็นที่พึ่ง เป็นกำลัง เป็นบ้านหลังใหญ่ 4) มีที่ดิน ที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย มีบ้านมั่นคง มีโฉนดชุมชน มีน้ำ มีไฟ 5) พัฒนาเยาวชนรุ่นต่อไปสืบสาน 6) มีการพัฒนาสื่อเชื่อมโยงสื่อสารกับสังคม 7) ต้องมีการพัฒนาอาชีพของสมาชิกในเครือข่าย 8) ให้เกิดสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฏหมาย สิทธิเดินทาง สิทธิสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ 9) ผู้ถูกจำหน่ายทางทะเบียนได้รับการแก้ไข 10) มีสิทธิรักษาพยาบาล สิทธิทางการศึกษา 11) ร่วมผลักดันนโยบายสาธารณะกับภาคีเครือข่ายอื่นๆ และ 12) การฟื้นฟูวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์เรื่องราวการต่อสู้ของคนไทยพลัดถิ่น  

Amphonนพ.อำพล จินดาวัฒนะ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปสังคมฯ สปช. กล่าวว่า ต้องปฏิรูปวิธีคิดคนไทย สื่อต้องนำเสนอเพื่อให้สังคมเรียนรู้ และเราต้องช่วยกันแก้ไข เรื่องการคืนสัญชาติคนไทยพลัดถิ่นมีการต่อสู้เคลื่อนไหวมายาวนานมากว่า 12 ปี ซึ่งเป็นเรื่องความเป็นมนุษย์ คุณค่า ศักดิ์ศรีความเป็นคน ไม่ใช่เรื่องกฏหมายเพียงอย่างเดียว เป็นเรื่องความชอบธรรมที่คนไทยพลัดถิ่นพึงได้รับ และต้องมีการปฏิรูปการปฏิบัติในการบริหารจัดการของภาครัฐอย่างเร่งด่วน ต้องมีการปรับปรุง มีวิธีการปฏิบัติต่อกรณีคนไทยพลัดถิ่นเป็นการเฉพาะ ไม่ใช่ปล่อยไปตามระบบที่มีขั้นตอนยืดยาว

บทเรียนในการเคลื่อนไหวของคนพลัดถิ่น เป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้ต่อการเดินไปข้างหน้า เพราะชาวบ้านรอคอยการคืนสัญชาติมานาน ทั้งที่มีสิทธิอันชอบธรรม ระบบ กลไกต้องดีกว่านี้ เร็วกว่านี้ เพราะชีวิตผู้คนอยู่ด้วยความหวัง ถ้าคนอยู่อย่างไม่มีความหวังจะอยู่อย่างไร เรื่องนี้จะนำเข้าพิจารณาในคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคมฯ สปช. เพื่อช่วยผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดการปฏิรูปให้รวดเร็วกว่าที่เป็นอยู่ นพ.อำพล กล่าว

Kridsadaด้านอธิบดีกรมการปกครอง นายกฤษฎา บุญราช กล่าวว่า ปัญหาคนไทยพลัดถิ่นตามทะเบียนที่ทางกรมมีอยู่จำนวน 18,000 คน มีการพิสูจน์สิทธิแล้วกว่า 3,200 คน ปัญหาการคืนสัญชาติที่ล่าช้าอาจเกิดขึ้นจาก ความบ่กพร่องของเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าหน้าที่มีความชัดเจนเข้าใจกระบวนการแต่กฏหมายไม่เปิดช่อง อย่างกรณีที่จังหวัดตากมีเรื่องราวฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ต่อศาลปกครอง ว่าไม่ยอมทำบัตรประชาชนให้โดยอ้างกฏหมายไทยพลัดถิ่น ซึ่งขณะนี้กรมการปกครองก็ตกเป็นจำเลยผู้ถูกฟ้อง หรือในบางกรณีกฏหมายชัดเจน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ทำตาม ทางกรมฯ ก็จะดำเนินการว่ากล่าวตักเตือน และให้มีการปรับปรุง

ซึ่งคนไร้สถานะในประเทศไทยที่ขึ้นทะเบียนไว้มีจำนวนกว่า 600,000 คน ซึ่งทางกรมฯ มีแนวทางการดำเนินการโดยจะมุ่งเร่งรัดในกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนเป็นอันดับแรก เพื่อให้เด็กได้มีสิทธิเข้าเรียน โดยจะตรวจสอบข้อมูลว่าใครที่มีสัญชาติไทย สิทธิถิ่นที่อยู่ สิทธิอาศัย และสิทธิยื่นคำร้องแต่ละกลุ่มมีจำนวนละเท่าไหร่ และจะเร่งส่งไปยังอำเภอให้เร่งดำเนินการต่อไป ยืนยันว่าจะแก้ปัญหาให้กับคนไทยพลัดถิ่นอย่างแน่นอน   

Lexซึ่งในช่วงท้ายของการจัดงาน นางสาวเล็ก ประกอบปราณ ตัวแทนเครือข่ายฯ ขึ้นอ่านเจตนารมณ์ ใจความตอนหนึ่งว่า “นับจากวันนี้ไปที่เราร่วมมือกับทุกฝ่ายจัดงาน ๑๒ ปี คนไทยพลัดถิ่นและพระราชบัญญัติได้ประกาศใช้อย่างสมบูรณ์แบบไปแล้วกว่าสองปี  ขอให้รัฐบาลได้คุ้มครอง รองรับ ดำเนินการให้สัญชาติไทยกับคนไทยพลัดถิ่นโดยเร็วที่สุด เราต้องการมีปัจจัยสี่ที่มนุษย์คนหนึ่งควรมีได้ แม้โอกาสของประชาชนไทยทั่วไปในยุคนี้คือการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่สำหรับพวกเรานี่คือโอกาสแรกแห่งการซ่อมแซมฟื้นฟูวิถีชีวิตขั้นพื้นฐานเท่านั้น ในช่วงเวลา ๑๒ ปีของการเรียกร้อง การคืนสัญชาติ คืนศักดิ์ศรี คืนมาตุภูมิของคนไทยพลัดถิ่นนั้น เราได้มีบทเรียนของการพัฒนาหลายด้านเช่น การปลูกป่า การออมทรัพย์การพัฒนาที่อยู่อาศัย การพัฒนาศักยภาพทางความคิดความรับรู้ การอนุรักษ์และจัดการเมืองน่าอยู่ การเรียนรู้มีส่วนร่วมประชาธิปไตยสิทธิของพลเมืองเป็นต้น  และเชื่อว่าบทเรียนประสบการณ์เหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมไทยให้น่าอยู่และคนไทยพลัดถิ่นก็จะร่วมเป็นพลังหนึ่งอย่างจริงจัง”

IMG 2267อย่างไรก็ตาม คนไทยพลัดถิ่น เป็นคนไทยที่ไร้สัญชาติ จากการปักปันเขตแดนใหม่ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเมื่อกว่า 100 ปีที่ผ่านมา เช่น มะริด ทะวาย ตะนาวศรีของพม่า หรือบางส่วนของกัมพูชา ซึ่งเดิมเคยเป็นเขตแดนไทย และคนเหล่านี้ได้กลับมาอยู่ในประเทศไทยนานแล้ว แต่ยังไม่ได้สัญชาติไทย ประมาณการว่ามีคนไทยพลัดถิ่นประมาณ 50,000 คน โดยกรมการปกครองขึ้นทะเบียนแล้ว 18,309 คน ใน 6 จังหวัด คือ ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธุ์ พังงา ตาก และตราด ใน 44 อำเภอ/ อบต. และ มีผู้ตกสำรวจ ผู้พลัดหลงทางทะเบียน ผู้เกิดใหม่รวมอีกกว่า 30,000 คน 

โดยจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2545 ที่มูลนิธิชุมชนไท และภาคีความร่วมมือ สนับสนุนให้กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น ในจังหวัดระนองและประจวบคีรีขันธุ์ ได้รวมกลุ่มกันเป็น “เครือข่ายแก้ปัญหาการคืนสัญชาติคนไทย” สนับสนุนให้ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง รวมทั้งหาแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกัน เกิดการสำรวจข้อมูล การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ การฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม การพัฒนาแกนนำเครือข่ายฯ รวมทั้งสื่อสารเรื่องราวออกสู่สาธารณะ และศึกษาวิจัยประวัติศาสตร์ ปัญหาคนไทยพลัดถิ่น

IMG 2414

จนเมื่อปี  2552  ได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ ฉบับที่ 5 แต่กฎหมายดังกล่าวยังคงติดค้างอยู่ในสภาฯ เป็นเวลานานนับปี คนไทยพลัดถิ่นจึงออกเดินรณรงค์สาธารณะ “จากด่านสิงขรถึงรัฐสภา” จนในที่สุดมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสัญชาติ ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2555 ว่าด้วยการคืนสัญชาติไทยให้คนไทยพลัดถิ่น เมื่อเดือนมีนาคม 2555 รวมระยะจนปัจจุบันนับเป็นเวลา 12  ปี ของความพยายามในการแก้ปัญหาคนไทยพลัดถิ่น ที่ถามหาความเป็นธรรม

ทั้งนี้ การจัดงานนอกจากจะมีการประกอบพิธีทางศาสนาพุทธ และอิสลาม การแสดงทางวัฒนธรรม การเสวนาบันทึกเทปรายการเวทีสาธารณะ “12 ปี ไทยพลัดถิ่นกับการปฏิรูปกระบวนการแก้ปัญหาคนไร้สัญชาติ” ซึ่งจะออกอากาศในวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 13.05-14.00 น. และยังมีการจัดพิธีมอบบัตรประชาชน โดยอธิบดีกรมปกครองและผู้ทรงคุณวุฒิ ให้กับคนไทยพลัดถิ่นอีกด้วย  

IMG 2472IMG 2487IMG 2403IMG 2335IMG 2264 CopyIMG 2275

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter