เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมูลนิธินโยบายสุขภาวะ จัดเวทีปฏิบัติการชวนคิด ชวนคุย “วัฒนธรรมการใช้ข้อมูลเพื่อการเปลี่ยนผ่านของสังคมไทย” ณ ห้องดอนเมือง ๑ – ๒ โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต ดอนเมือง โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้คนในสังคมใช้ข้อมูล/ตัวชี้วัดเพื่อการวางแผนและตัดสินใจนำไปสู่การพัฒนาทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ/สังคม/สิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุลนำไปสู่สังคมสุขภาวะที่ดี
โดยนายแพทย์ชาญวิทย์ วสันธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส.กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมเวที จากนั้นศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคมได้บรรยาย “วัฒนธรรมข้อมูลเพื่อการตื่นรู้” ที่ชี้ให้เห็นว่าในปัจจุบันเป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร /social media /ict ที่ทุกคนต้องรู้จักเสพแล้วเราต้องรู้จักสร้าง เพื่อไม่ให้ถูกกระทำและใช้เป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิตเป็นทักษะชีวิตและการทำงาน/ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม/ทักษะด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีที่จะเป็นเครื่องมือของประชาธิปไตย/เครื่องมือของการพัฒนาที่ยั่งยืนนำไปสู่การจัดการตนเอง ๔ ฐานด้วยกันดังนี้
๑)ฐานของความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม/ฐานของความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ ๒) ฐานงานวิจัยก่อให้เกิดการเติบโตในทุกด้านอย่างสมดุลเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนของประเทศ ๓) ฐานการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปัจจุบันเป็นโลกแห่งความซับซ้อนและเลื่อนไหลทุกคนต้องการข้อมูลเพื่อมอง ๔)เห็นหลายมุมเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ถูกหลอกและใช้บอกว่าเราเดินตรงทางหรือไม่
ทั้งนี้ผู้บรรยายเน้นหนักและให้ความสำคัญข้อมูลชั้นหนึ่งในระดับพื้นที่และยกตัวอย่างพื้นที่ต้นแบบที่โรงพยาบาลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ที่พัฒนาระบบโปรแกรมการสำรวจข้อมูลด้วยโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและนำข้อมูลมาใช้ประโยขน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและจุดประเด็นด้วยการนำเสนอข้อมูลสำคัญๆ ๘ ด้านที่สะท้อนสถานการณ์สังคมไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน เช่น พลังงานไทยในความเปลี่ยนแปลง/เศรษฐกิจฐานเกษตรยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ/ความมั่นคงทางอาหารของไทย/ใครคือคนไทยที่ยังไม่มีพึงพอใจในชีวิต/เงินออมของคนวัยเกษียณพร้อมแค่ไหน ฯลฯ
ช่วงบ่ายมีการแบ่งกลุ่มย่อย ๒ กลุ่มเปิดความคิด ห้อง ๑ นวัตกรรมระบบข้อมูลเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและการทำงานร่วมกัน เปิดประเด็นด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสำหรับจัดเก็บข้อมูลและจัดทำข้อมูลเพื่อการพัฒนาจากตัวอย่าง ๑.ระบบข้อมูลดาวเทียมเพื่อการวางแผนพัฒนา:ข้อมูลดาวเทียมเป็นประโยชน์มากว่าที่คิด นำเสนอโดยนายปกรณ์ เพ็ชรประยูร เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ๒.ระบบข้อมูลการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ:ข้อมูลสำคัญสำหรับวิถีชีวิตและวิถีการผลิต ๓.แอพลิเคชั่นคลังข้อมูลความก้าวหน้าและการจัดเก็บข้อมูล/ประผลออนไลน์โดยนางสาวดวงใจ รุ่งโรจน์เจริญกิจ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ๔.โครงการสารภีสร้างสุข:ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบดิจิตอลเชื่อมข้อมูลดาวเทียมติดตามสถานการณ์สุขภาพของคนในอำเภอสารภี โดย รศ.ดร.เอกรัฐ บุญเชียง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สรุปเนื้อหาของห้องนี้แสดงให้เห็นถึงการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลและนำมาใช้ในการวางแผนงานพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีแผนงานที่จะพัฒนาระบบให้ประชาชนสามารถเข้ามาใช้งานเพื่อการวางแผนงานพัฒนาต่อไปในอนาคต
ห้อง ๒ “กะเทาะเปลือกให้ถึงแก่น:ขับเคลื่อนวัฒนธรรมการใช้ข้อมูลเพื่อมุ่งสู่อนาคตร่วมกัน” จุดประเด็นจากประสบการณ์การใช้ข้อมูลสู่การขับเคลื่อนงานพัฒนาระดับจังหวัดและท้องถิ่น ๑.การใช้ข้อมูลเพื่อยกระดับอำนาจประชาชน:แผนที่ชีวิตคนอำนาจมุ่งสู่เมืองธรรมเกษตร โดย นายชาติวัฒน์ ร่วมสุข สภากลางอำนาจเจริญ ๒.การใช้ข้อมูลเพื่อสร้างภาพอนาคต:ภาพฝันร่วมของนักธุรกิจกับคนเดินดินแห่งเมืองขอนแก่นโดย นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ มูลนิธิขอนแก่นทศวรรษหน้า ๓.การใช้ข้อมูลเพื่อเปิดพรมแดนทางความคิด:เมื่อเกิดทุกข์ร่วม คนคลองหลวงจึงหลอมรวมและร่วมฝ่าฟัน โดย นายสรายุทธ สนรักษา สภาบริหารจัดการลุ่มน้ำคลองหลวง ชลบุรี – ฉะเชิงเทรา สรุปเนื้อหาของห้องเป็นการพูดถึงการนำข้อมูลเป็นเครื่องมือในการรวมคน รวมพลังความคิดจากทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนโดยยึดหลักปัญหาเป็นตัวตั้ง ชุมชนเป็นแกนหลัก และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและยังมีการพัฒนาระบบข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน




