
ตำบลควนรูมีทั้งหมด 9 หมู่บ้าน มีประชากรจำนวน 6,072 คน ประชากรตำบลควนรูมีอาชีพหลักคือ กรีดยางและทำนา ส่วนอาชีพรอง คือ รับจ้างโรงงาน ค้าขายรายได้ โดยมีเกณฑ์เฉลี่ยรายได้ของประชากรในตำบล ควนรู คิดเฉลี่ย 45,000 บาท/คน มีกลุ่มเครือข่ายองค์กรชุมชน ที่ทำงานด้านเด็กเยาวชน กลุ่มอาชีพ องค์กรการเงิน สวัสดิการชุมชนฯลฯ 13 เครือข่าย 101 องค์กร
สถานการณ์ความขัดแย้งของชุมชนก่อนปี 2544
ตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา เหมือนกับตำบลทั่วไปที่มีการเลือกตั้งในทุกระดับตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน องค์การบริหารส่วนตำบล ไปจนถึงเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบวนการเลือกตั้งก่อนปี 2544 ได้ก่อให้เกิดความขัดแย้ง สร้างความแตกแยกของคนตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน และตำบลเพราะเมื่อใดที่มีการเลือกตั้ง ก็ต้องมีการแข่งขันและมีการต่อสู้ทางการเมืองที่รุนแรงและผลที่ตามมาหลังการเลือกตั้งคือความแตกแยกของคนในชุมชน บทเรียนของความแตกแยกของคนควนรู เช่นผลพวงจากการเลือกตั้งในปี 2531 และ 2533 ที่มีการเลือกตั้งกำนัน มีการแข่งขันกันสูง ผู้สมัครต่างยึดในศักดิ์ศรี แพ้ไม่ได้ ต่างต่อสู้ดิ้นรนเพื่อหาคะแนนเสียงสนับสนุนตนเอง ทั้งที่ต่างฝ่ายก็เป็นเครือญาติกัน เกิดการทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง ผลพวงจากการเลือกตั้งครั้งนั้นได้สร้างความขัดแย้งและความร้าวฉานในหมู่เครือญาติอย่างชัดเจน ส่งผลให้ชาวบ้านเริ่มเบื่อหน่ายต่อระบบการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น มีการจับกลุ่มกันวิพากษ์ และวิเคราะห์ถึงผลที่เกิดขึ้นอันไม่เป็นผลดีต่อชุมชน นับเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเวลาต่อมา
ผู้มีจิตสาธารณะทุกฝ่ายในตำบลช่วยสร้างการเมืองสมานฉันท์
จุดเปลี่ยนสำคัญของตำบลควนรู ได้เกิดขึ้นในปี 2544 หลังจากการสั่งสมความรู้ เรียนรู้ ถึงกระบวนการพัฒนาชุมชนในการสร้างความสมานฉันท์ มีวงเล็กๆสรุปบทเรียนแล้วค่อยๆขยายวงกว้างออกไป เงื่อนไขสำคัญคือ การที่มีผู้อาวุโสในชุมชนที่มีวิสัยทัศน์ ใจกว้าง มีการเปิดโอกาสให้ชาวชุมชนได้เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิด เมื่อมีการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นครั้งใหม่ชาวชุมชนควนรูใช้กระบวนการคัดสรรผู้นำทางการ โดยผ่านวงพุดคุยแลกเปลี่ยนปรึกษาหารือของคนในชุมชน เมื่อได้ฉันทามติเป็นที่เห็นพ้องร่วมกัน จึงให้ผู้ที่ได้รับการเห็นชอบจากการหารือของชุมชนเป็นผู้ลงสมัครเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแต่เพียงผู้เดียว โดยที่ไม่มีการแข่งขัน จุดเปลี่ยนครั้งด้วยก็ด้วยทุนทางสังคมของควนรู ที่มีผู้นำชุมชน ครู และชาวบ้านที่มีจิตสำนึกสาธารณะรักถิ่นฐานไม่อยากเห็นความร้าวฉานในชุมชนเกิดขึ้น จนก่อเป็นพลังหนุนไปสู่การสร้างความร่วมไม้ร่วมมือกัน
การเลือกตั้ง ปี 2544 คนควนรูจึงมีส่วนในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะสมัคร อบต.ชาวบ้านรู้ว่าใครเป็นอย่างไร ใครเหมาะที่จะเป็นนายกอบต.หรือไม่ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าใครควรสมัคร แต่หากผู้ประสงค์จะสมัครคนใดไม่ฟังมติของชาวบ้าน ก็ลงสมัครได้แต่พอลงคะแนนเสียง ทุกคนจะเทคะแนนให้กับคนที่ตนเห็นสมควรและมีฉันทามติไปแล้วที่สำคัญผู้สมัครทุกคนต้องเขียนใบลาออกไว้เรียกว่า“ตายก่อนเกิด”เพราะถ้าทำอะไรไม่ถูกไม่ควรใบลาออกที่เขียนไว้จะถูกนำมาใช้ทันที
และในปี 2544 ชุมชนควนรูได้รวมตัวกันเพื่อจัดทำแผนแม่บทชุมชน กระบวนการทำแผนกลายเป็นกลไกทางสังคมที่ได้เชื่อมร้อยผู้คนที่มีความขัดแย้งให้เข้ามาทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ชุมชนร่วมกันโดยผ่านกระบวนการทำแผนแม่บทชุมชน ทำให้ชุมชนได้ค้นพบตัวเอง เห็นอัตลักษณ์ รากเหง้าทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ทรัพยากร ตลอดจนทุนทางสังคมต่างๆ ที่เป็นของดีของชุมชน ทำให้เกิดความภาคภูมิใจ และร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาเพื่อหาทางออก มีการทำบัญชีรับจ่าย และมีแผนกิจกรรมการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เพื่อการแก้ปัญหาความยากจนในที่สุด
การเมืองสมานฉันท์ของคนตำบลควนรู
มีการปกครองแบบบูรณาการของสามขาระหว่าง ท้องถิ่น ท้องที่ องค์กรชุมชน เรียกว่า การเมืองปรองดอง การเมืองสมานฉันท์ “การสร้าง การมีส่วนร่วม ในการพัฒนาตำบล” โดยนายกและทีมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าใจ เข้าถึงปัญหาและความต้องการของประชาชน ควบคู่กับการบริหารด้วยหลัก “ หลักธรรมาภิบาล” และความเป็น “เครือญาติ” ซึ่งทำให้บุคลากรทั้งของ อบต. และราชการส่วนอื่น เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีองค์กรเครือข่ายที่มีศักยภาพมากขึ้น สู่การทำงานแบบ “บูรณาการเชิงลึก” โดย “ยึดชุมชนเป็นศูนย์กลาง เปิดกว้างทางความคิด สร้างเสริมเศรษฐกิจพอเพียง ร้อยเรียงภูมิปัญญา พัฒนาคุณธรรม” องค์การบริหารส่วนตำบลควนรูได้ ค้นพบแนวคิดของการพัฒนาเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง 5 แนวทางคือ 1. สานพลังผู้นำ 2. สืบสานวัฒนธรรมและภูมปัญญาท้องถิ่น 3. สร้างการเรียนรู้ 4. สร้างการมีส่วนร่วม 5. เสริมสร้างเศรษฐกิจพอเพียง
พร้อมระบบการปรึกษาหารือและมีฉันทามติในการเลือกผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ แทนระบบการเลือกตั้งโดยปกติทั่วไปของประชาชนตำบลควนรู เป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเมืองสมานฉันท์ ช่วยลดความขัดแย้งทางการเมืองและความแตกแยกของชุมชนท้องถิ่น เป็นส่งเสริมประชาธิปไตยทางตรงและประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ
สภาประชาชนเวทีกลางเพื่อการพัฒนาสู่สมัชชาพลเมือง
- ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนตำบลควนรู หลังจากการเลือกตั้งท้องถิ่นของตำบลควนรูในปี 2544 ขบวนการประชาสังคมควนรูเริ่มคึกคัก กรมการพัฒนาชุมชนและชุมชนร่วมกันก่อตั้งศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนระดับตำบล (ศอชต.) มีเครือข่ายที่ร่วมกระบวนองค์กรชุมชนเข้มแข็ง 11 องค์กร
- สภาองค์กรชุมชนและสภาประชาชนตำบลควนรู ในปี 2551 มีการแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลควนรู ตามพ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนและสภาองค์กรชุมชน จึงได้ทำหน้าที่เสมือนสภาประชาชน มีเวทีพูดคุยปรึกษาหารือ เรียนรู้ร่วมกันของผู้นำ กลุ่ม องค์กร เครือข่าย ตลอดทั้งประชาชน ในหมู่บ้าน ตำบล โดย ศอช.ต. และสภาองค์กรชุมชน ร่วมกันวางกติกา ข้อตกลงในการดำเนินการของสภาประชาชน อาศัยประกาศกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2551 ว่าด้วย การดำเนินงานศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน และพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 เป็นเครื่องมือ ในการพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน ส่งเสริมและสนับสนุน ให้สมาชิกองค์กรชุมชนอนุรักษ์ หรือฟื้นฟูจารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของชุมชนและชาติ การส่งเสริมและสนับสนุน ให้สมาชิกองค์กรชุมชน ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐ ในการจัดการการบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน โดยทำหน้าที่เป็นแกนกลาง เชื่อมโยง โดยร่วมกันจัดโครงสร้างการบริหารจัดการศูนย์ มีการคัดเลือกและการประชุมร่วมร่วมกันของทุกภาคส่วนทุกวันที่ 20 ของเดือน โดยมีกรอบในการนำเสนอทุกเรื่อง ทุกกิจกรรมที่เสนอขึ้นมาแลกเปลี่ยน หารือร่วมกัน ร่วมกันสรุปงาน ถอดบทเรียน กำหนดทิศทาง วางยุทธศาสตร์การพัฒนา เพื่อการนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน และร่วมกันกำหนดบทบาทลักษณะผู้นำท้องถิ่นอีกด้วย โดยลักษณะผู้นำที่ชุมชนคาดหวังต้องการคือ มีความเด่นชัดในการเสียสละ ทำงานเพื่อองค์กรเพื่อชุมชน
โดยในปัจจุบันมีกลุ่มเครือข่ายองค์กรที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาตำบลและเป็นสมาชิกของสภาองค์กรชุมชน จำนวน 13 เครือข่าย 101 กลุ่ม/องค์กร ประสานการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภายใต้ 8 ระบบงานพัฒนาที่สำคัญ คือระบบการบริหารจัดการตำบล ระบบการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ระบบความมั่นคงทางอาหารและสัมมาชีพ ระบบการบริหารจัดการทุนในแนวทางพึ่งตนเอง ระบบเศรษฐกิจทุนชุมชน ระบบสวัสดิการ ระบบเด็กเยาวชน สตรี และระบบการดูแลสุขภาพ
- สภาพลเมืองตำบลควนรู
ในกระแสการปฏิรูปประเทศไทย (เดือนตุลาคม 2557-ปัจจุบัน) ที่ขบวนภาคประชาชนทุกภาคได้เสนอให้เพิ่มอำนาจที่ 4 ในรัฐธรรมนูญ คืออำนาจประชาชน ควบคู่กับอำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ รูปธรรมอำนาจของประชาชนคือ สมัชชาสภาพลเมืองในระดับตำบล จังหวัด ส่งผลให้แกนนำในตำบลควนรูทั้งองค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่และภาคส่วนต่างๆ ได้มีการปรึกษาหารือถึงแนวทางการจัดตั้งสภาพลเมืองตำบลควนรู เพราะเห็นว่าการดำเนินงานพัฒนาของตำบลควนรูที่ผ่านมา ได้มีระบบการบริหารจัดการเพื่อให้ตำบลมีความเข้มแข็งภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งท้องถิ่น ท้องที่ ชุมชน องค์กรชุมชน วัด โรงเรียน ด้วยระบบปรึกษาหารือและกำหนดแนวทางการพัฒนาร่วมกันอย่างเข้มแข็ง มาตั้งแต่ปี 2544 จึงมีข้อสรุปร่วมของแกนนำชุมชน ถึงการดำเนินงานพัฒนาตำบลที่ส่งเสริมการมีพื้นที่กลางของภาคพลเมืองในตำบลควนรู ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น สร้างการรับรู้และเรียนรู้ให้เกิดขึ้นกับประชาชนอย่างกว้างขวาง จึงได้กำหนดแนวทางการจัดตั้งสภาพลเมืองตำบลควนรูดังนี้
เหตุผลที่ต้องมีสภาพลเมือง
จากทุนเดิมของตำบลควนรูที่มีอยู่ แม้จะเป็นรูปธรรมของสภาประชาชน สภาองค์กรชุมชน แต่ยังไม่สามารถจัดการปัญหาได้ครอบคลุมยังมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ เช่น ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน สภาองค์กรชุมชน เป็นองค์กรที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน การดำเนินการยังต้องยึดกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับเป็นหลัก ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ในสิทธิ เสรีภาพและความไม่เป็นอิสระในการดำเนินงาน ดังนั้นจึงต้องมีพื้นที่กลางหรือพื้นที่สาธารณะในการพูดคุยของทุกคน ทุกกลุ่ม องค์กร เครือข่าย โดยการพัฒนายกระดับจากทุนเดิมคือสภาประชาชนเป็นสภาพลเมืองตำบลควนรู เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในการระดมความคิดและร่วมกันหาทางออกให้หมู่บ้าน ตำบล สามารถพัฒนาเดินต่อไปได้
เริ่มจากการประชุมแกนนำ
โดยแกนนำ ผู้นำ ตำบลควนรูได้ประชุมหารือเพื่อหาแนวทางในการจัดตั้งสภาพลเมืองร่วมกับแกนนำ ผู้นำตำบลท่าข้ามซึ่งเป็นเพื่อนเกลอกันและได้นำข้อเสนอจากวงประชุมหารือมาขยายผลต่อในระดับพื้นที่ตำบล เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2557 โดยเชิญแกนนำ ผู้นำที่มีความคิดเห็นในแนวทางเดียวกันในตำบลร่วมพูดคุย วงเล็กๆในการทำความเข้าใจ ตกผลึกทางความคิดเพื่อให้สภาพลเมืองได้เป็นพื้นที่กลางของคนทุกฝ่าย โดยเน้นผู้ที่มีจิตอาสา ยึดผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก สร้างความเป็นเจ้าของร่วมกัน และมอบภารกิจเพื่อทำความเข้าใจในวงผู้นำท้องถิ่นโดยนายถั่น จุลนวล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนรู วงผู้นำท้องที่โดยนายศักดิ์ชัย พูนผล กำนันตำบลควนรูและวงกลุ่มองค์กรชุมชนโดยนายสมนึก หนูเงิน ประธานศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน สภาองค์กรชุมชนตำบลควนรูและนำมาสรุปบทเรียนร่วมกันเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 โดยเชิญตัวแทนทั้ง 3 ฝ่ายๆ ละ 20 คน ร่วมสรุปและกำหนดแนวทางขับเคลื่อนสภาพลเมืองตำบลควนรู ข้อสรุปจากที่ประชุมคือ
สภาพลเมืองตำบลควนรูคืออะไร
หมายถึง พื้นที่กลางหรือพื้นที่สาธารณะที่บุคคล แกนนำ ผู้นำ กลุ่ม องค์กร เครือข่ายที่มีความหลากหลาย มีจิตรอาสาเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน คิดได้ พูดเป็น ทำเป็น มาร่วมพูดคุย ปรึกษาหารือหรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันและตัดสินใจบนพื้นฐานความรู้โดยใช้สติปัญญาเป็นฉันทามติร่วมกันซึ่งมีความแตกต่างกับ สภาประชาชนตรงที่คำว่าประชาชนหมายถึงบุคคลทั่วไปใครก็ได้ แต่คำว่าพลเมืองคือพลังหรือกำลังสำคัญของบ้านเมืองที่ต้องคอยปกป้อง ดูแลรักษาและต่างกับศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน สภาองค์กรชุมชนในที่มาและโครงสร้าง
โครงสร้าง/องค์ประกอบของสภาพลเมืองตำบลควนรู
ควรมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่น ไม่ตายตัว มีความหลากหลาย รวมถึงคณะทำงานสภาพลเมืองที่มาจากตัวแทนของทุกคนทุกกลุ่ม องค์กร เครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนที่มีอยู่ในหมู่บ้าน ตำบล ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ได้เสนอรายชื่อตัวแทน แต่งตั้งเป็นคณะทำงานชุดแรก ประกอบด้วย
1.นายสมนึก หนูเงิน ตัวแทนศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน/สภาองค์กรชุมชน
2.นายสุเทพ เซ่งล่าย ตัวแทนองค์กรการศึกษา
3.นายคำนึง ศรีสุวรรณ ตัวแทนองค์กรการศึกษา
4.นายศักดิ์ชัย พูลผล ตัวแทนท้องที่
5.นายธีรวิชญ์ จันทกูล ตัวแทนท้องที่
6.นางสุภาพ กมลเจริญ ตัวแทนท้องที่
7.นายถั่น จุลนวล ตัวแทนท้องถิ่น
8.นายสมเกียรติ์ จันทสุวรรณ ตัวแทนท้องถิ่น
9.นายศุภกร อารมณ์ ตัวแทนท้องถิ่น
10.นายนัน คงสม ตัวแทนสมาชิกสภาท้องถิ่น
11.นายบุญชอบ ทองดี ตัวแทนสมาชิกสภาท้องถิ่น
12.นายสุนัย เสนวงษ์ ตัวแทนองค์กรสาธารณสุข
13.นางยุพิน กิตติลีลา ตัวแทนองค์กรสาธารณสุข
14.นางชอ้อน เสาแก้ว ตัวแทนองค์กรสตรี
15.นายปรีชา ขุนชิตร ตัวแทนสภาวัฒนธรรม
16.นายไพบูลย์ หนูราช ตัวแทนภูมิปัญญา
17.นายวรรณะ ขุนเดื่อ ตัวแทนองค์กรการเงิน
18.นายยงยุทธ แสงพรหม ตัวแทนผู้พิการ
19.พ.ต.อ.เติม อินทะสะระ ตัวแทนศูนย์พิทักษ์สิทธิคุ้มครองผู้บริโภค
20.พระครูสิริญาณวิมล ตัวแทนองค์กรศาสนา
21.นายปาฏิหาริย์ บุญรัตน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ
22. นายชาคริต โภชเรือง ที่ปรึกษา/ทีมวิชาการ
23.นางพิชยา แก้วขาว ที่ปรึกษา/ทีมวิชาการ
24.นายศิริพล สัจจาพันธ์ ที่ปรึกษา/ทีมวิชาการ
25.นายสามารถ สุขบรรจง ที่ปรึกษา/ทีมวิชาการ
คุณสมบัติของสมาชิกสภาพลเมือง
1 บุคคล แกนนำ ผู้นำ กลุ่ม องค์กร เครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน
2.มีจิตอาสา/อยากช่วยเหลือ
3.คิดเป็น พูดเป็น ทำเป็น
4.คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก
บทบาท/ภาระหน้าที่
1.ประสานงาน ส่งเสริม สนับสนุนและแสวงหาความร่วมมือกับภาคีทุกภาคส่วน
2. จัดกระบวนการเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับเวทีย่อย เวทีใหญ่
3.แนะนำ แสดงความคิดเห็นและจัดทำข้อเสนอ ต่อการปฏิรูปในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด
และระดับชาติ
4.ร่วมดำเนินการและพัฒนาตำบลเป็นพื้นที่จัดการตนเอง
แนวทางการดำเนินงาน
๑ วางกติกา ข้อบังคับสภาพลเมือง จัดทำแผนปฏิบัติการ
๒.เปิดเวทีย่อยระดับหมู่บ้านทั้ง 9 หมู่บ้าน และเวทีระดับตำบล เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ
๓ ตั้งคณะทำงานยกร่างข้อบัญญัติ เรื่องสภาพลเมือง
๔ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะ เวทีสาธารณะ
๕ ผลักดันการออกข้อบัญญัติตำบล ว่าด้วยเรื่อง สภาพลเมืองตำบลควนรู เพื่อนำสู่การปฏิบัติบังคับใช้
ประโยชน์ที่จะได้รับ
สภาพลเมืองตำบลควนรู เป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสดงความคิดเห็น เสนอแนะตลอดถึงตรวจสอบ ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน เป็นการถ่วงดุลอำนาจการบริหารและอำนาจนิติบัญญัติ เป็นสภาที่ปรึกษาในการกำหนดทิศทางการพัฒนาตำบลในทุกๆด้านทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองเป็นการจัดการตนเองโดยคนในชุมชนเพื่อชุมชนดังประโยคที่ว่า ไม่มีใครสร้างชุมชนเข้มแข็งได้นอกจากคนในชุมชนเอง
ผลลัพท์สำคัญของของภาคพลเมืองต่อการพัฒนาตำบลควนรู ระหว่างปี 2544-2558
1.มีรูปธรรมของการเมืองแบบสมานฉันท์ ด้วยระบบการปรึกษาหารือและมีฉันทามติในการเลือกผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ แทนระบบการเลือกตั้งโดยปกติทั่วไป ช่วยลดความขัดแย้งทางการเมืองและความแตกแยกของชุมชนท้องถิ่น เป็นส่งเสริมประชาธิปไตยทางตรงและการปรึกษาหารือ และการปกครองแบบบูรณาการโดยชุมชนมีส่วนร่วม ระหว่าง ท้องถิ่น ท้องที่ สภาองค์กรชุมชน เรียกว่า การเมืองปรองดอง หรือการเมืองสมานฉันท์
2.มีเวทีกลางของการมีส่วนร่วม ในการปรึกษาหารือและกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนตำบล ขององค์กรชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ ครู และผู้นำศาสนา มีศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชน ที่พัฒนาต่อเนื่องสู่สภาองค์กรชุมชน สภาประชาชน และกำลังพัฒนาเป็นพื้นที่กลางที่เข้มแข็งมากขึ้นคือสภาพลเมืองตำบลควนรู
3. เป็นตำบลแห่งการเรียนรู้และสร้างรูปธรรมงานพัฒนา โดยทุกภาคส่วนในตำบลมีความเชื่อและร่วมลงมือเพื่อพัฒนาและเรียนรู้ภายใต้ระบบงานพัฒนาตำบล 8 ด้าน มี 30 แหล่งเรียนรู้ดังนี้
1) ระบบการบริหารจัดการตำบล
1.1 แหล่งเรียนรู้สภาประชาชนเป็นเวทีหนุนเสริมและประเมินผล
1.2 แหล่งเรียนรู้การเมืองภาคพลเมืองแนวคิดเรื่อง การรู้จักสิทธิของตัวเอง ซึ่งมาจากแผนแม่บทชุมชน
1.3 แหล่งเรียนรู้ ศ.รปภ. เกิดจากแนวคิดการพึ่งตนเองจากแผนแม่บท
1.4 แหล่งเรียนรู้เครือข่ายผู้นำเป็นผู้ทำให้เกิดแผนแม่บทชุมชน และแผนแม่บทชุมชนทำให้เกิดศักยภาพมากขึ้น
1.5 แหล่งเรียนรู้สื่อชุมชน (สถานีวิทยุชุมชนชน) ได้แนวคิดแผนเรียนรู้จากแผนแม่บทชุมชน
2.)ระบบเรียนรู้สู่ความยั่งยืน
- แหล่งเรียนรู้กลุ่มยุวเกษตร ร.ร.ชุมชนบ้านโคกค่าย เกิดจากแนวคิดในแผนแม่บทชุมชน ให้เยาวชนได้เรียนรู้วิถีเกษตรเช่น หลักเศรษฐกิจพอเพียง
- แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา วัฒนธรรมชุมชน (วัดไทรใหญ่)เกิดจากการเก็บข้อมูลชุมชน ในการจัดทำแผนแม่บทชุมชน จึงทำให้เกิดสำนึกในภูมิปัญญาของชุมชน
- แหล่งเรียนรู้ศูนย์ปฏิบัติธรรมที่พักสงฆ์เกาะบก ในการจัดทำแผนแม่บทชุมชน เกิดจากการค้นพบแนวทางการแก้ปัญหาสังคม ต้องอาศัยคุณธรรม ต้องใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา
- แหล่งเรียนรู้พลังงานชุมชนเกิดจากการค้นพบการทำแผนแม่บทชุมชน
3.ระบบเรียนรู้ความมั่นคงทางอาหารและสัมมาชีพเกิด จากแนวคิดการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน จึงเกิดแหล่งเรียนรู้ทั้ง 6 แหล่ง ( แหล่งเรียนรู้ธนาคารอาหารชุมชน , แหล่งเรียนรู้กลุ่มน้ำพริกสมุนไพร , แหล่งเรียนรู้ศูนย์ส่งเสริมการผลิตข้าวชุมชนบ้านหนองโอน , แหล่งเรียนรู้โรงผลิตขนมจีนชุมชน , แหล่งเรียนรู้โรงสีข้าวชุมชน , แหล่งเรียนรู้ศูนย์เรียนรู้สวนสมรม )
4 ระบบบริหารจัดการทุนเกิดจากแนวคิดการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน มีแหล่งเรียนรู้ทั้ง 3 แหล่ง( แหล่งเรียนรู้เครือข่ายองค์กรการเงิน, แหล่งเรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดิน, แหล่งเรียนรู้กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน)
5 ระบบเศรษฐกิจชุมชน เกิดจากแนวคิดการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน มีแหล่งเรียนรู้ 4 แหล่ง (แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจครัวเรือน, แหล่งเรียนรู้กลุ่มการเลี้ยงโคขุน , แหล่งเรียนรู้กลุ่มกลองยาว, แหล่งเรียนรู้กลุ่มการทำขนมไทย)
6.ระบบสวัสดิการชุมชน เกิดจากแนวคิดการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน จึงเกิดแหล่งเรียนรู้ทั้ง 2แหล่ง(แหล่งเรียนรู้กองทุนสัจจะลดรายจ่ายวันละ 1 บาท , แหล่งเรียนรู้กองทุนสวัสดิการครบวงจร)
7.ระบบเด็ก เยาวชน และสตรี หลักคิดเรื่องการสืบทอดภูมิปัญญา และเจตนารมณ์ของชุมชนสู่เยาวชน จึงเกิดแหล่งเรียนรู้ทั้ง 2 แหล่ง (แหล่งเรียนรู้รู้เด็กและเยาวชนรักษ์ถิ่น, แหล่งเรียนรู้กลุ่มอาสาและพัฒนาสตรี)
8. ระบบการดูแลสุขภาพ เกิดจากแนวคิดแผนแม่บทชุมชนว่าสุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องดูแลตนเอง จึงเกิดแหล่งเรียนรู้ทั้ง 3 แหล่ง (แหล่งเรียนรู้โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ (ชมรมกีฬา) , แหล่งเรียนรู้โรงเรียน อสม. (รพ.สต.ควนรู) , แหล่งเรียนรู้ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค
9.การพัฒนาและยกระดับพื้นที่ของการมีส่วนร่วม ในรูปแบบสภาพพลเมือง เพื่อประโยชน์สาธารณะของคนตำบลควนรู




