playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

         23 4 3

   พังงาจังหวัดเล็กๆเมืองในหุบเขา มีพื้นที่การปกครอง  8 อำเภอ 51 พื้นที่ ( เทศบาลตำบลและเทศบาลเมือง 13 พื้นที่ อบต. 38  ตำบล)    เป็นจังหวัดที่ศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้เปิดเผยผลวิจัยในปี 2556  เรื่อง“ผลการจัดอันดับจังหวัดแห่งความสุขของประเทศไทย”ว่า เป็นจังหวัดที่ประชาชนอยู่แล้วมีความสุขมากที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศรองจากแม่ฮ่องสอน

             และ ในท่ามกลางกระแสการปฏิประเทศไทยซึ่งข้อเสนอของเครือข่ายองค์กรชุมชนในทุกภูมิภาค  ได้ส่งเสียงการการเพิ่มอำนาจของประชาชนให้ปรากฎในรัฐธรรมนูญ  เป็นอำนาจที่  4 ที่เพิ่มจากอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ  รูปธรรมคือสมัชชาสภาพลเมืองตำบลและจังหวัด  และการปฏิรูปต้องกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น  

             ข้อเสนอของภาคประชาชนไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียวสำหรับจังหวัดพังงา  ที่มีกระบวนการของภาคประชาชนซึ่งทำงานพัฒนามากว่า 20  ปี  และหลังเหตุการณ์สึนามิ มีหน่วยงานและองค์กรต่างๆเข้ามาสนับสนุนการทำงานพัฒนาของกลุ่มเครือข่ายองค์กรชุนในจังหวัดพังงามากขึ้น  มีเป้าหมายสวยงามคือชุมชนเข้มแข็ง 

เครือข่ายองค์กรชุมชนกับงานพัฒนาในจังหวัดพังงา

             ในระหว่างปี 2544  -ปัจจุบัน   มีการทำงานของเครือข่ายองค์กรชุมชนในพื้นที่ 50 ตำบล  ประกอบด้วยงานสำคัญได้แก่  กองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่  50 ตำบล  สภาองค์กรชุมชน  40 ตำบล   งานแก้ปัญหาที่ดินทำกินของชุมชนในชนบท 10 พื้นที่  งานจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน   19 พื้นที่ งานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคง   7 พื้นที่ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนการพัฒนาของชุมชน    8 พื้นที่  งานจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม    6 พื้นที่  งานจัดการเรืองสุขภาพ-สุขภาวะของชุมชน ฯลฯ   โดยมีกลุ่มเครือข่ายองค์กรชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกว่า....องค์กรกว่า...คน  รวมทั้งการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย  ภายในจังหวัดได้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  หอการค้า ท้องถิ่น ท้องที่ สื่อมวลชนและหน่วยงานสนับสนุนจากส่วนกลางได้แก่ พอช./สปสช./ สสส./ มูลนิธิชุมชนไท/สพม./สช. /สสท./ศพส.33/ท้องถิ่น/มูลนิธิเสถียรโกเสฐ

จุดเริ่มต้นของพังงาแห่งความสุข  สู่ธรรมนูญตำบลแห่งความสุข

           ในปี 2554 - 2555  กลุ่มเครือข่ายองค์กรชุมชนหรือขบวนงานพัฒนาของภาคประชาชน  มีการประสานงานและร่วมมือกันมากขึ้นจากที่ต่างคนต่างทำ   ได้หันหน้ามาร่วมกันวางยุทธศาสตร์ของภาคประชาชนระดับจังหวัด  คือ “พังงาแห่งความสุข”    ด้วยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานพัฒนาทั้งภาครัฐ/เอกชน หอการค้า นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และหน่วยราชการในจังหวัด

             รวมทั้งโครงการรัฐร่วมราษฎร์ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาในปี 2556-2557   เป็นเครื่องมือสำคัญของการขับเคลื่อนพังงาแห่งความสุข   ที่ต่อยอดงานพัฒนาของภาคประชาชนซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วกว่าสิบปี   ด้วยการสร้างความพื้นที่รูปธรรมให้เข้มแข็งในพื้นที่ 8 ตำบล 8  อำเภอ และรูปธรรมบ้านแห่งความสุข 400 ครัวเรือน  ในปี 2556  และในปี 2557 ได้ขยายพื้นที่รูปธรรมแห่งความสุขในอีก 8 ตำบล    ด้วยการยกระดับงานพัฒนา  สู่การกำหนดกติกาว่าด้วยความสุขของคนในตำบล  หรือธรรมนูญตำบลแห่งความสุข  ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่    ในส่วนของขบวนองค์กรชุมชนในระดับจังหวัด  ได้ร่างธรรมนูญพังงาแห่งความสุขเป็นร่างแรกในปี 2556 

สมัชชาพังงาแห่งความสุข สู่พื้นที่กลางและสภาพลเมือง

23 4 5

            จากการทำงานพัฒนาของภาคประชาชนในจังหวัดพังงา ที่ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข  รวมทั้งการดำเนินโครงการรัฐร่วมราษฎร์  จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดพื้นที่กลาง และเชื่อมโยงเป็นคณะทำงานสมัชชาในระดับจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยภาคประชาชน คือเครือข่ายองค์กรชุมชนอาทิ เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติ  เครือข่ายที่ดินทำกิน เครือข่ายสวัสดิการชุมชน  เครือข่ายที่อยู่อาศัย   เครือข่ายเด็กและเยาวชน  เครือข่ายกลุ่มชาติพันธ์  ภาคราชการ  ภาคประชาสังคม นักวิชาการ  หอการค้า และหน่วยงานสนับสนุน  รวมแล้วจำนวน 47 องค์กร   ได้ร่วมกันจัดงานสมัชชาพังงาแห่งความสุขในปี 2556 -2557

กระบวนการทำงานของสภาพลเมืองจ.หวัดพังงา 

 23 4 4         เวทีสภาพลเมืองพังงาแห่งความสุข พัฒนามาจากเวทีสภาองค์กรชุมชน กับสมัชชาสุขภาพจังหวัดพังงารวมกัน และเพิ่มเติมภาคีในจังหวัดอีก ๔๗ องค์กร เข้าร่วมในนามสมาชิกสภาพลเมืองพังงา ซึ่งบทบาทหลัก คือเป็นพื้นที่กลางของคนพังงา ที่จะวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา หรือการพัฒนาในพังงาที่สอดคล้องกับคนพังงา  และหากมีข้อสรุป หรือมีมติใดๆที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน สภาพลเมืองพังงาก็จะออกหนังสือไปถึงหน่วยงานนั้นๆ ให้ดำเนินการตามความเห็นของสภาพลเมืองต่อไป

          สภาพลเมืองพังงา คือจุดก่อเกิดจากกระบวนการพังงาแห่งความสุข ที่ลงไปสร้างกระบวนการในพื้นที่ ทำให้พัฒนากระบวนการเรียนรู้ไปพร้อมกันของแกนนำในระดับตำบล  ยกระดับเข้าสู่เวทีกลางของจังหวัดในฐานะสมาชิกสภาพลเมืองพังงา  การลงปฏิบัติการในระดับพื้นที่อย่างเหมาะสมลงตัว และมีทรัพยากรสนับสนุนอย่างเพียงพอ จะสามารถขยายพื้นที่ตำบลสภาองค์กรชุมชนให้เกิดการเรียนรู้ได้เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งการทำซ้ำๆจะเป็นการเรียนรู้ไปพร้อมกัน ทั้งคณะทำงานและแกนนำพื้นที่

แผนยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข  3  ปี (2556-2558)

               คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ได้วางแผนยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุขเป็นแผนสามปี 2556-2558   ภายใต้วิสัยทัศน์ ”เครือข่ายร่วมใจ ใช้กลไกสภา เชื่อมโยงและพัฒนา จังหวัดพังงาแห่งความสุข”   ทั้งนี้มีสภาพลเมืองจังหวัดพังงาที่ประกอบด้วยภาคีเครือข่ายจำนวน 47 องค์กร  ซึ่งมาจากเครือข่ายองค์กรชุมชน  หน่วยราชการ ภาคประชาสังคม หอการค้า นักวิชาการ ท้องถิ่น ท้องที่ และหน่วยงานพัฒนาที่เป็นภาคีสนับสนุน  เป็นผู้ขับเคลื่อนงานแผนยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข

      23 4 6

งานสำคัญที่ขับเคลื่อนภายใต้ยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข  (2556-2558)

ตัวชี้วัดการจัดการตนเองระดับจังหวัด

-           ปี 2556  เป็นปีแห่งการสื่อสารเพื่อพัฒนาเป้าหมายและทิศทางร่วม การประสานทุนทั้งภายในและภายนอก  การพัฒนากลไกการขับเคลื่อน  การปฏิบัติการในพื้นที่รูปธรรมตำบล  การพัฒนานโยบายและการรับรองนโยบาย “พังงาแห่งความสุข” โดยมีตัวชี้วัดสำคัญคือ 1. มีมตินโยบายสาธารณะพร้อมการขับเคลื่อนในสามเรื่องโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ใน 1 อำเภอ 1 ตำบล  โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกเชื่อมโยง และกระบวนการสมัชชาเป็นเครื่องมือ 2.มีระบบการทำงานขององค์กรเครือข่ายทั้งด้านยุทธศาสตร์ การปฏิบัติการ และการติดตามรายงานผล 3.มีพื้นที่กลางของขบวนองค์กรชุมชนและเครือข่าย ที่สามารถคิดค้นและกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกัน 4.มีการผนึกกำลังจากภาคีที่หลากหลาย ร่วมขับเคลื่อนการการพัฒนาสู่เป้าหมาย “พังงาแห่งความสุข)

-          ปี 2557  เป็นปีแห่งการสร้างรูปธรรมความสุขในพื้นที่เดิมและพื้นที่ขยาย  ขับเคลื่อนเรื่องการสร้างความร่วมมือ การประสานทุน ตัวชี้วัดสำคัญคือ เกิดแผนพัฒนายุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข และเกิดสภาพลเมือง

-          ปี 2558   เป็นปีแห่งการสร้างพื้นที 100 รูปธรรมแห่งความสุข  24 พื้นที่ธรรมนูญแห่งความสุขจัดการตนเอง และร่างธรรมนูญจังหวัดพังงาแห่งความสุข  ตัวชี้วัดสำคัญคือ ธรรมนูญจังหวัดพังงา  แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดพังงา

             ตัวชี้วัดการจัดการตนเองระดับพื้นที่/ประเด็น     

แผนงาน        ผลลัพธ์               แนวทางขับเคลื่อน
สวัสดิการและเศรษฐกิจชุมชน

-ประชากรในจังหวัดพังงาเข้าถึงสวัสดิการไม่น้อยกว่า 30 % และเต็มพื้นที่ทั้งตำบล (100 % ของพื้นที่)

-มีการจัดสวัสดิการไม่น้อยกว่า 5 เรื่อง

-มีการจัดตั้งกองทุนเงินออมของชุมชน

-มีการบูรณาการกองทุนในตำบล

-มีการพัฒนาไปสู่การจัดการหนี้สินและทุนชุมชนทั้งระบบ 

-จัดวิทยากรลงทำความเข้าใจเรื่องสวัสดิการทุกพื้นที่ (หมู่บ้าน/ชุมชน)

-ประสานแผนสวัสดิการชุมชนต่อ อปท. เพื่อเสนอรับการสมทบ

-ประชุมคณะกรรมการของกองทุนสวัสดิการทุกเดือน (แลกเปลี่ยน)

-บูรณาการฐานทุนในชุมชน

การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน

-การลงพิสูจน์สิทธิ์โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นรายแปลง

-ยกเลิกที่สงวนเลี้ยงสัตว์

-มีการออกโฉนดชุมชน

-ยุติการตัดโค่นและจับกุมก่อนการพิสูจน์สิทธิ์

-จัดรวบรวมข้อมูล รวบรวมผู้เดือดร้อนด้านที่ดินและที่อยู่อาศัย

-ประสาน อปท.ในการจัดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระหว่ากรณีพิพาท

-จัดประชาคมตำบลระหว่าง อปท. หน่วยงาน(คณะทำงานแก้ปัญหาระดับพื้นที่)  ผู้เดือดร้อน เพื่อหาแนวทางการจัดการที่ดินร่วมกัน

-มีการเชื่อมโยงเครือข่ายที่ดินระดับพื้นที่ / จังหวัดและเครือข่ายภาคีอื่นๆ  

-เชื่อมโยงนำเสนอเชิงนโยบาย (รัฐบาล)

การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมการสร้างความมั่นคงทางอาหาร
  • มีข้อบัญญัติท้องถิ่นในการจัดการและคุ้มครองพื้นที่สาธารณะเพื่อชุมชน
  • มีการใช้ประโยชน์เชิงอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนอย่างถูกวิธี
  • มีการบังคับใช้กฎหมายการทำประมงชายฝั่งอย่างจริงจังเข้มข้น
  • มีการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง 
  • มีอาหารที่เพียงพอในการบริโภคในจังหวัด
  • มีอาหารปลอดสารพิษในการบริโภค
  • มีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในชุมชน

-ให้ อปท.ออกประกาศพื้นที่ชายหาด ริมทะเล เป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน และห้ามมีอุตสาหกรรม

-ส่งเสริมการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 

-มีการพัฒนาและให้การเรียนรู้สิทธิชุมทชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

-ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

-ให้ อปท.และชุมชน ร่วมบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ของรัฐ (อุทยานแห่งชาติ) 

-ขยายระยะแนวเขตประมงพื้นที่ประมงชายฝั่ง เป็น 3 ไมล์ทะเล

-มีการติดตามความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายและข้อเสนออย่างจริงจัง

-ส่งเสริมให้มีการปลูกข้าวไร่ และให้ความรู้เศรษฐกิจพอเพียง

-ส่งเสริมให้ความรู้เรื่องการถนอมอาหาร

การดูแลเด็กและเยาวชน
  • เด็กและเยาวชนลดการใช้สิ่งเสพติด
  • เด็กและเยาวชนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างน้อยร้อยละ 90
  • ลดการตั้งครรภ์ในเด็กและเยาวชนก่อนวัยอันควร 
  • มีเด็กดี เด็กเก่ง เป็นต้นแบบให้เยาวชน
  • มีกองทุนส่งเสริมเด็กดี เด็กเก่งในระดับจังหวัด

-เสริมใยรักในครอบครัว

-ฟื้นฟูนโยบายไม้เรียวขึ้นในระบบการศึกษาอีกครั้ง

-ส่งเสริมการเข้าวัดและการทำกิจกรรมทางศาสนา สิ่งแวดล้อม กีฬา

-ส่งเสริมการทำกิจกรรมกลุ่มสำหรับเด็กและเยาวชน

-บังคับการใช้กฎหมายกับผู้ปกครองอย่างจริงจัง

-ยกเลิกหลักสูตรการสอนเพศศึกษาในเด็กและเยาวชน อายุไม่เกิน 15 ปี

-ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมกับโรงเรียนในการกำหนดจัดการการศึกษาและประเมินคุณภาพครู 

-ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนกับกิจกรรมของชุมชนและสังคม (วิจัยท้องถิ่น)

-สร้างความเข้มแข็งเด็กและเยาวชนผ่านสภาเด็กและเยาวชน

-ปรับปรุงระเบียบสัดส่วนเด็กและเยาวชน (เด็กเรียนและเด็กไม่เรียน)

สตรี
  • สตรีมีภาวะความเป็นผู้นำ และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา

-ส่งเสริมให้สตรีรู้กฎหมายเกี่ยวกับการส่งเสริมบทบาทสตรี (กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี)

-สร้างจิตสำนึกและการยอมรับในบทบาทสตรีอย่างเท่าเทียม

-มีการส่งเสริมความรู้และอาชีพให้สตรี

ผู้สูงอายุ
  • มีศูนย์นันทนาการผู้สูงอายุ
  • กองทุนผู้สูงอายุมีการเติบโตยั่งยืนในทุกอำเภอ 
  • ผู้สูงอายุเข้าถึงสวัสดิการชุมชนอย่างทั่วถึง

-ปรับแนวทางการทำงานของกองทุนผู้สูงอายุ (กองทุนจังหวัด) 

-ส่งเสริมการรวมกลุ่มและเสริมอาชีพ

-ส่งเสริมการเชื่อมโยงกลุ่ม/ชมรมผู้สูงอายุกับกองทุนผู้สูงอายุ

-บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกองทุนสวัสดิการและกองทุนผู้สูงอายุ

-รวบรวมข้อมูลผู้สูงอายุและผู้ยากลำบากในพื้นที่โดยภาคประชาชนมีส่วนร่วม  

การจัดการภัยพิบัติ
  • เชื่อมโยงเครือข่ายคณะทำงานด้านภัยพิบัติ
  • ชุมชนมีแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติทุกพื้นที่
  • คนในชุมชนพื้นที่เสี่ยงภัยต้องปลอดภัยจากภัยพิบัติ
  • มีหน่วยงานรับผิดชอบการป้องกัน ฟื้นฟูและแก้ปัญหาเพียงหน่วยงานเดียว

-จัดเวทีให้ความรู้  สร้างความตระหนัก

-จัดทำข้อมูล พื้นที่เสี่ยงภัย จุดปลอดภัย

-อบรมให้ความรู้แก่อาสาสมัคร

-จัดทำแผนเตรียมความพร้อมชุมชน

-การบูรณาการหน่วยงานที่ทำงานด้านภัยพิบัติ

-แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพื้นที่ชุมชนในการรับมือภัยพิบัติ

-รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย ให้มีกองทุนรับมือภัยพิบัติ

-รัฐแยกการฟื้นฟูภัยพิบัติออกจากปัญหาข้อพิพาทเดิมของพื้นที่

-ให้มีการยุบรวมหน่วยงานแก้ปัญหาและฟื้นฟูภัยพิบัติให้เหลือเพียงหน่วยงานเดียว 

ชาติพันธ์ ( มอร์แกน มอร์แกลน ไทยพลัดถิ่น)   

  • มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์
  • มีศูนย์วัฒนธรรมชาติพันธุ์

-ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์

-ผลักดันให้การบังคับใช้ พรบ.เขตวัฒนธรรมพิเศษ

-จังหวัดมีการประกาศคุ้มครองวิถีชีวิต การประกอบอาชีพ แหล่งหากินของกลุ่มชาติพันธุ์

-ส่งเสริมขนบธรรมเนียมของชาวมอร์แกน

ที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง (บ้านมั่นคง)
  • ผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยในเขตเมือง มี บ้านที่มั่นคงอยู่อาศัย

-เชื่อมโยง ภาคีความร่วมมือทำความเข้าใจร่วม นโยบายการแก้ปัญหาบ้านมั่นคง โดยมีชุมชนเป็นแกนหลัก

-รวบรวมข้อมูลผู้เดือดร้อนทั้งหมด โดยชุมชนรวมกับท้องถิ่น หรือทุกภาคส่วน

-ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่ม และเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายระดับอำเภอ จังหวัด 

-ร่วมผลักดันนโยบายการแก้ไขปัญหาในระดับชาติ

ศิลปะพื้นบ้าน/วัฒนธรรมภูมิปัญญา
  • มีคนรุ่นใหม่สืบทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • มีปฏิทินประเพณี วัฒนธรรมของพื้นที่ และจังหวัด

-ส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม เช่น แห่จาด / ชักพระ / กินเจ / เข้าพรรษา / วันสารทเดือนสิบ / รอมฎอน / มโนราห์ เป็นต้น

-ส่งเสริมองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น

-รวบรวมข้อมูล แหล่งวัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะพื้นบ้าน วัฒนธรรม และจัดทำ website เผยแพร่

ผลจากการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข

1.เกิดการประสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุขของเครือข่ายชุมชนและภาคส่วนอื่นๆจำนวน 47  องค์กร

2.เกิดพื้นที่กลางในการขับเคลื่อนงานพัฒนาแลกเปลี่ยนความรู้ ยกระดับงานพัฒนา ยกระดับความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาความแข้มแข็งและคืนความสุขให้กับประชาชนในจังหวัดพังงา  ที่เริ่มจากขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัด สู่คณะทำงานสมัชชาจังหวัดและสภาพลเมืองระดับจังหวัด

3.เกิดการพัฒนาพื้นที่รูปธรรมเข้มข้น 1 ตำบลใน 1 อำเภอ จำนวน 16 ตำบล    คือการส่งเสริมให้มีธรรมนูญแห่งความสุขของคนในตำบล จำนวน  8 ตำบล  ที่เป็นร่างแรกของธรรมนูญ คือ ตำบลลำภี ตำบลแม่นางขาว  ตำบลบางม่วง ตำบลเหมาะ ตำบลท่าอยู่  เทศบาลเมืองพังงา ตำบลโคกเจริญ ตำบลเกาะยาวน้อย และเกิดข้อตกลงของตำบลแห่งความสุขอีก 8 ตำบล คือตำบลรมณีย์ ตำบลบางนายสี ตำบลทุ่งมะพร้าว ตำบลตากแดด ตำบลคุระ ตำบลมะลุ่ย ตำบลคลอเคียน ตำบลเกาะยาวใหญ่

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter