
พังงาจังหวัดเล็กๆเมืองในหุบเขา มีพื้นที่การปกครอง 8 อำเภอ 51 พื้นที่ ( เทศบาลตำบลและเทศบาลเมือง 13 พื้นที่ อบต. 38 ตำบล) เป็นจังหวัดที่ศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้เปิดเผยผลวิจัยในปี 2556 เรื่อง“ผลการจัดอันดับจังหวัดแห่งความสุขของประเทศไทย”ว่า เป็นจังหวัดที่ประชาชนอยู่แล้วมีความสุขมากที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศรองจากแม่ฮ่องสอน
และ ในท่ามกลางกระแสการปฏิประเทศไทยซึ่งข้อเสนอของเครือข่ายองค์กรชุมชนในทุกภูมิภาค ได้ส่งเสียงการการเพิ่มอำนาจของประชาชนให้ปรากฎในรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจที่ 4 ที่เพิ่มจากอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ รูปธรรมคือสมัชชาสภาพลเมืองตำบลและจังหวัด และการปฏิรูปต้องกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น
ข้อเสนอของภาคประชาชนไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียวสำหรับจังหวัดพังงา ที่มีกระบวนการของภาคประชาชนซึ่งทำงานพัฒนามากว่า 20 ปี และหลังเหตุการณ์สึนามิ มีหน่วยงานและองค์กรต่างๆเข้ามาสนับสนุนการทำงานพัฒนาของกลุ่มเครือข่ายองค์กรชุนในจังหวัดพังงามากขึ้น มีเป้าหมายสวยงามคือชุมชนเข้มแข็ง
เครือข่ายองค์กรชุมชนกับงานพัฒนาในจังหวัดพังงา
ในระหว่างปี 2544 -ปัจจุบัน มีการทำงานของเครือข่ายองค์กรชุมชนในพื้นที่ 50 ตำบล ประกอบด้วยงานสำคัญได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ 50 ตำบล สภาองค์กรชุมชน 40 ตำบล งานแก้ปัญหาที่ดินทำกินของชุมชนในชนบท 10 พื้นที่ งานจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน 19 พื้นที่ งานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคง 7 พื้นที่ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนการพัฒนาของชุมชน 8 พื้นที่ งานจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6 พื้นที่ งานจัดการเรืองสุขภาพ-สุขภาวะของชุมชน ฯลฯ โดยมีกลุ่มเครือข่ายองค์กรชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกว่า....องค์กรกว่า...คน รวมทั้งการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย ภายในจังหวัดได้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หอการค้า ท้องถิ่น ท้องที่ สื่อมวลชนและหน่วยงานสนับสนุนจากส่วนกลางได้แก่ พอช./สปสช./ สสส./ มูลนิธิชุมชนไท/สพม./สช. /สสท./ศพส.33/ท้องถิ่น/มูลนิธิเสถียรโกเสฐ
จุดเริ่มต้นของพังงาแห่งความสุข สู่ธรรมนูญตำบลแห่งความสุข
ในปี 2554 - 2555 กลุ่มเครือข่ายองค์กรชุมชนหรือขบวนงานพัฒนาของภาคประชาชน มีการประสานงานและร่วมมือกันมากขึ้นจากที่ต่างคนต่างทำ ได้หันหน้ามาร่วมกันวางยุทธศาสตร์ของภาคประชาชนระดับจังหวัด คือ “พังงาแห่งความสุข” ด้วยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานพัฒนาทั้งภาครัฐ/เอกชน หอการค้า นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และหน่วยราชการในจังหวัด
รวมทั้งโครงการรัฐร่วมราษฎร์ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาในปี 2556-2557 เป็นเครื่องมือสำคัญของการขับเคลื่อนพังงาแห่งความสุข ที่ต่อยอดงานพัฒนาของภาคประชาชนซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วกว่าสิบปี ด้วยการสร้างความพื้นที่รูปธรรมให้เข้มแข็งในพื้นที่ 8 ตำบล 8 อำเภอ และรูปธรรมบ้านแห่งความสุข 400 ครัวเรือน ในปี 2556 และในปี 2557 ได้ขยายพื้นที่รูปธรรมแห่งความสุขในอีก 8 ตำบล ด้วยการยกระดับงานพัฒนา สู่การกำหนดกติกาว่าด้วยความสุขของคนในตำบล หรือธรรมนูญตำบลแห่งความสุข ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ในส่วนของขบวนองค์กรชุมชนในระดับจังหวัด ได้ร่างธรรมนูญพังงาแห่งความสุขเป็นร่างแรกในปี 2556
สมัชชาพังงาแห่งความสุข สู่พื้นที่กลางและสภาพลเมือง
จากการทำงานพัฒนาของภาคประชาชนในจังหวัดพังงา ที่ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข รวมทั้งการดำเนินโครงการรัฐร่วมราษฎร์ จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดพื้นที่กลาง และเชื่อมโยงเป็นคณะทำงานสมัชชาในระดับจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยภาคประชาชน คือเครือข่ายองค์กรชุมชนอาทิ เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติ เครือข่ายที่ดินทำกิน เครือข่ายสวัสดิการชุมชน เครือข่ายที่อยู่อาศัย เครือข่ายเด็กและเยาวชน เครือข่ายกลุ่มชาติพันธ์ ภาคราชการ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ หอการค้า และหน่วยงานสนับสนุน รวมแล้วจำนวน 47 องค์กร ได้ร่วมกันจัดงานสมัชชาพังงาแห่งความสุขในปี 2556 -2557
กระบวนการทำงานของสภาพลเมืองจ.หวัดพังงา
เวทีสภาพลเมืองพังงาแห่งความสุข พัฒนามาจากเวทีสภาองค์กรชุมชน กับสมัชชาสุขภาพจังหวัดพังงารวมกัน และเพิ่มเติมภาคีในจังหวัดอีก ๔๗ องค์กร เข้าร่วมในนามสมาชิกสภาพลเมืองพังงา ซึ่งบทบาทหลัก คือเป็นพื้นที่กลางของคนพังงา ที่จะวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา หรือการพัฒนาในพังงาที่สอดคล้องกับคนพังงา และหากมีข้อสรุป หรือมีมติใดๆที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน สภาพลเมืองพังงาก็จะออกหนังสือไปถึงหน่วยงานนั้นๆ ให้ดำเนินการตามความเห็นของสภาพลเมืองต่อไป
สภาพลเมืองพังงา คือจุดก่อเกิดจากกระบวนการพังงาแห่งความสุข ที่ลงไปสร้างกระบวนการในพื้นที่ ทำให้พัฒนากระบวนการเรียนรู้ไปพร้อมกันของแกนนำในระดับตำบล ยกระดับเข้าสู่เวทีกลางของจังหวัดในฐานะสมาชิกสภาพลเมืองพังงา การลงปฏิบัติการในระดับพื้นที่อย่างเหมาะสมลงตัว และมีทรัพยากรสนับสนุนอย่างเพียงพอ จะสามารถขยายพื้นที่ตำบลสภาองค์กรชุมชนให้เกิดการเรียนรู้ได้เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งการทำซ้ำๆจะเป็นการเรียนรู้ไปพร้อมกัน ทั้งคณะทำงานและแกนนำพื้นที่
แผนยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข 3 ปี (2556-2558)
คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ได้วางแผนยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุขเป็นแผนสามปี 2556-2558 ภายใต้วิสัยทัศน์ ”เครือข่ายร่วมใจ ใช้กลไกสภา เชื่อมโยงและพัฒนา จังหวัดพังงาแห่งความสุข” ทั้งนี้มีสภาพลเมืองจังหวัดพังงาที่ประกอบด้วยภาคีเครือข่ายจำนวน 47 องค์กร ซึ่งมาจากเครือข่ายองค์กรชุมชน หน่วยราชการ ภาคประชาสังคม หอการค้า นักวิชาการ ท้องถิ่น ท้องที่ และหน่วยงานพัฒนาที่เป็นภาคีสนับสนุน เป็นผู้ขับเคลื่อนงานแผนยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข

งานสำคัญที่ขับเคลื่อนภายใต้ยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข (2556-2558)
ตัวชี้วัดการจัดการตนเองระดับจังหวัด
- ปี 2556 เป็นปีแห่งการสื่อสารเพื่อพัฒนาเป้าหมายและทิศทางร่วม การประสานทุนทั้งภายในและภายนอก การพัฒนากลไกการขับเคลื่อน การปฏิบัติการในพื้นที่รูปธรรมตำบล การพัฒนานโยบายและการรับรองนโยบาย “พังงาแห่งความสุข” โดยมีตัวชี้วัดสำคัญคือ 1. มีมตินโยบายสาธารณะพร้อมการขับเคลื่อนในสามเรื่องโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ใน 1 อำเภอ 1 ตำบล โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกเชื่อมโยง และกระบวนการสมัชชาเป็นเครื่องมือ 2.มีระบบการทำงานขององค์กรเครือข่ายทั้งด้านยุทธศาสตร์ การปฏิบัติการ และการติดตามรายงานผล 3.มีพื้นที่กลางของขบวนองค์กรชุมชนและเครือข่าย ที่สามารถคิดค้นและกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกัน 4.มีการผนึกกำลังจากภาคีที่หลากหลาย ร่วมขับเคลื่อนการการพัฒนาสู่เป้าหมาย “พังงาแห่งความสุข)
- ปี 2557 เป็นปีแห่งการสร้างรูปธรรมความสุขในพื้นที่เดิมและพื้นที่ขยาย ขับเคลื่อนเรื่องการสร้างความร่วมมือ การประสานทุน ตัวชี้วัดสำคัญคือ เกิดแผนพัฒนายุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข และเกิดสภาพลเมือง
- ปี 2558 เป็นปีแห่งการสร้างพื้นที 100 รูปธรรมแห่งความสุข 24 พื้นที่ธรรมนูญแห่งความสุขจัดการตนเอง และร่างธรรมนูญจังหวัดพังงาแห่งความสุข ตัวชี้วัดสำคัญคือ ธรรมนูญจังหวัดพังงา แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดพังงา
ตัวชี้วัดการจัดการตนเองระดับพื้นที่/ประเด็น
| แผนงาน | ผลลัพธ์ | แนวทางขับเคลื่อน |
| สวัสดิการและเศรษฐกิจชุมชน |
-ประชากรในจังหวัดพังงาเข้าถึงสวัสดิการไม่น้อยกว่า 30 % และเต็มพื้นที่ทั้งตำบล (100 % ของพื้นที่) -มีการจัดสวัสดิการไม่น้อยกว่า 5 เรื่อง -มีการจัดตั้งกองทุนเงินออมของชุมชน -มีการบูรณาการกองทุนในตำบล -มีการพัฒนาไปสู่การจัดการหนี้สินและทุนชุมชนทั้งระบบ |
-จัดวิทยากรลงทำความเข้าใจเรื่องสวัสดิการทุกพื้นที่ (หมู่บ้าน/ชุมชน) -ประสานแผนสวัสดิการชุมชนต่อ อปท. เพื่อเสนอรับการสมทบ -ประชุมคณะกรรมการของกองทุนสวัสดิการทุกเดือน (แลกเปลี่ยน) -บูรณาการฐานทุนในชุมชน |
| การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน |
-การลงพิสูจน์สิทธิ์โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นรายแปลง -ยกเลิกที่สงวนเลี้ยงสัตว์ -มีการออกโฉนดชุมชน -ยุติการตัดโค่นและจับกุมก่อนการพิสูจน์สิทธิ์ |
-จัดรวบรวมข้อมูล รวบรวมผู้เดือดร้อนด้านที่ดินและที่อยู่อาศัย -ประสาน อปท.ในการจัดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระหว่ากรณีพิพาท -จัดประชาคมตำบลระหว่าง อปท. หน่วยงาน(คณะทำงานแก้ปัญหาระดับพื้นที่) ผู้เดือดร้อน เพื่อหาแนวทางการจัดการที่ดินร่วมกัน -มีการเชื่อมโยงเครือข่ายที่ดินระดับพื้นที่ / จังหวัดและเครือข่ายภาคีอื่นๆ -เชื่อมโยงนำเสนอเชิงนโยบาย (รัฐบาล) |
| การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมการสร้างความมั่นคงทางอาหาร |
|
-ให้ อปท.ออกประกาศพื้นที่ชายหาด ริมทะเล เป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน และห้ามมีอุตสาหกรรม -ส่งเสริมการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน -มีการพัฒนาและให้การเรียนรู้สิทธิชุมทชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง -ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน -ให้ อปท.และชุมชน ร่วมบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ของรัฐ (อุทยานแห่งชาติ) -ขยายระยะแนวเขตประมงพื้นที่ประมงชายฝั่ง เป็น 3 ไมล์ทะเล -มีการติดตามความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายและข้อเสนออย่างจริงจัง -ส่งเสริมให้มีการปลูกข้าวไร่ และให้ความรู้เศรษฐกิจพอเพียง -ส่งเสริมให้ความรู้เรื่องการถนอมอาหาร |
| การดูแลเด็กและเยาวชน |
|
-เสริมใยรักในครอบครัว -ฟื้นฟูนโยบายไม้เรียวขึ้นในระบบการศึกษาอีกครั้ง -ส่งเสริมการเข้าวัดและการทำกิจกรรมทางศาสนา สิ่งแวดล้อม กีฬา -ส่งเสริมการทำกิจกรรมกลุ่มสำหรับเด็กและเยาวชน -บังคับการใช้กฎหมายกับผู้ปกครองอย่างจริงจัง -ยกเลิกหลักสูตรการสอนเพศศึกษาในเด็กและเยาวชน อายุไม่เกิน 15 ปี -ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมกับโรงเรียนในการกำหนดจัดการการศึกษาและประเมินคุณภาพครู -ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนกับกิจกรรมของชุมชนและสังคม (วิจัยท้องถิ่น) -สร้างความเข้มแข็งเด็กและเยาวชนผ่านสภาเด็กและเยาวชน -ปรับปรุงระเบียบสัดส่วนเด็กและเยาวชน (เด็กเรียนและเด็กไม่เรียน) |
| สตรี |
|
-ส่งเสริมให้สตรีรู้กฎหมายเกี่ยวกับการส่งเสริมบทบาทสตรี (กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี) -สร้างจิตสำนึกและการยอมรับในบทบาทสตรีอย่างเท่าเทียม -มีการส่งเสริมความรู้และอาชีพให้สตรี |
| ผู้สูงอายุ |
|
-ปรับแนวทางการทำงานของกองทุนผู้สูงอายุ (กองทุนจังหวัด) -ส่งเสริมการรวมกลุ่มและเสริมอาชีพ -ส่งเสริมการเชื่อมโยงกลุ่ม/ชมรมผู้สูงอายุกับกองทุนผู้สูงอายุ -บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกองทุนสวัสดิการและกองทุนผู้สูงอายุ -รวบรวมข้อมูลผู้สูงอายุและผู้ยากลำบากในพื้นที่โดยภาคประชาชนมีส่วนร่วม |
| การจัดการภัยพิบัติ |
|
-จัดเวทีให้ความรู้ สร้างความตระหนัก -จัดทำข้อมูล พื้นที่เสี่ยงภัย จุดปลอดภัย -อบรมให้ความรู้แก่อาสาสมัคร -จัดทำแผนเตรียมความพร้อมชุมชน -การบูรณาการหน่วยงานที่ทำงานด้านภัยพิบัติ -แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพื้นที่ชุมชนในการรับมือภัยพิบัติ -รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย ให้มีกองทุนรับมือภัยพิบัติ -รัฐแยกการฟื้นฟูภัยพิบัติออกจากปัญหาข้อพิพาทเดิมของพื้นที่ -ให้มีการยุบรวมหน่วยงานแก้ปัญหาและฟื้นฟูภัยพิบัติให้เหลือเพียงหน่วยงานเดียว |
|
ชาติพันธ์ ( มอร์แกน มอร์แกลน ไทยพลัดถิ่น) |
|
-ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ -ผลักดันให้การบังคับใช้ พรบ.เขตวัฒนธรรมพิเศษ -จังหวัดมีการประกาศคุ้มครองวิถีชีวิต การประกอบอาชีพ แหล่งหากินของกลุ่มชาติพันธุ์ -ส่งเสริมขนบธรรมเนียมของชาวมอร์แกน |
| ที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง (บ้านมั่นคง) |
|
-เชื่อมโยง ภาคีความร่วมมือทำความเข้าใจร่วม นโยบายการแก้ปัญหาบ้านมั่นคง โดยมีชุมชนเป็นแกนหลัก -รวบรวมข้อมูลผู้เดือดร้อนทั้งหมด โดยชุมชนรวมกับท้องถิ่น หรือทุกภาคส่วน -ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่ม และเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายระดับอำเภอ จังหวัด -ร่วมผลักดันนโยบายการแก้ไขปัญหาในระดับชาติ |
| ศิลปะพื้นบ้าน/วัฒนธรรมภูมิปัญญา |
|
-ส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม เช่น แห่จาด / ชักพระ / กินเจ / เข้าพรรษา / วันสารทเดือนสิบ / รอมฎอน / มโนราห์ เป็นต้น -ส่งเสริมองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น -รวบรวมข้อมูล แหล่งวัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะพื้นบ้าน วัฒนธรรม และจัดทำ website เผยแพร่ |
ผลจากการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข
1.เกิดการประสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุขของเครือข่ายชุมชนและภาคส่วนอื่นๆจำนวน 47 องค์กร
2.เกิดพื้นที่กลางในการขับเคลื่อนงานพัฒนาแลกเปลี่ยนความรู้ ยกระดับงานพัฒนา ยกระดับความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาความแข้มแข็งและคืนความสุขให้กับประชาชนในจังหวัดพังงา ที่เริ่มจากขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัด สู่คณะทำงานสมัชชาจังหวัดและสภาพลเมืองระดับจังหวัด
3.เกิดการพัฒนาพื้นที่รูปธรรมเข้มข้น 1 ตำบลใน 1 อำเภอ จำนวน 16 ตำบล คือการส่งเสริมให้มีธรรมนูญแห่งความสุขของคนในตำบล จำนวน 8 ตำบล ที่เป็นร่างแรกของธรรมนูญ คือ ตำบลลำภี ตำบลแม่นางขาว ตำบลบางม่วง ตำบลเหมาะ ตำบลท่าอยู่ เทศบาลเมืองพังงา ตำบลโคกเจริญ ตำบลเกาะยาวน้อย และเกิดข้อตกลงของตำบลแห่งความสุขอีก 8 ตำบล คือตำบลรมณีย์ ตำบลบางนายสี ตำบลทุ่งมะพร้าว ตำบลตากแดด ตำบลคุระ ตำบลมะลุ่ย ตำบลคลอเคียน ตำบลเกาะยาวใหญ่




