playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 11001323 10203895755813696 405411457 o resize

“ ตอนนี้ได้บัตรประจำตัวประชาชนแล้ว รู้สึกดีใจในระดับหนึ่ง ยังมีข้อข้องใจเพราะในทะเบียนยังระบุสัญชาติของพ่อแม่เป็นสัญชาติพม่าอยู่เลย แต่ก็ยังดีเพราะตัวเองพอมีบัตร ก็ออกเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก ไม่ต้องกลัวถูกตรวจ ถูกจับเหมือนแต่ก่อน สิทธิขั้นพื้นฐานก็ได้รับ แต่แม้ว่าผมจะได้สัญชาติไทยแล้ว ก็ยังไม่นิ่งนอนใจ เพราะยังมีคนไทยพลัดถิ่นอีกมากที่ยังไม่ได้สัญชาติไทย ผมก็ต้องสู้จนกว่าพี่น้องร่วมขบวนจะได้สัญชาติไทยได้บัตรประชาชนกันครบทุกคน ทิ้งพี่น้องไม่ได้ เพราะร่วมต่อสู้กันมานาน ”

          มันเป็นทั้งความรู้สึกและจุดยืนของ บุญเสริม ประกอบปราณ คนไทยพลัดถิ่นที่ได้สัญชาติไทยและได้สัมผัสกับบัตรประชาชนสด ๆ ร้อน ๆ มันอาจเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับคนไทยทั่วไป แต่สำหรับพี่น้องคนไทยพลัดถิ่น ซึ่งต่อสู้ รอคอยให้ได้สิ่งนี้มากว่าทศวรรตจึงเป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์ยิ่งนัก

          ณ.วัดด่านสิงขร อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา วันที่คนทั้งโลกกำลังฉลองกับวันแห่งความรัก แต่พี่น้องคนไทยพลัดถิ่นจากระนอง ประจวบ ฯ  ตราด ชุมพร ร่วม 1,500 คน มาร่วมแสดงความรัก ความห่วงใยต่อกัน โดยการเรียกร้องให้ได้มาซึ่ง ศักดิ์ศรี ความเป็นคนไทยหลังจากที่ร่วมต่อสู้กันมานานกว่า 12 ปี11002447 10203895755653692 1407628348 o 2 resize

          ย้อนประวัติศาสตร์ไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน คนไทยที่อาศัยอยู่ในเมือง ทวาย มะริด ตะนาวศรี และเกาะกง ต้องตกเป็นคนพม่าและเขมร เพราะการแบ่งปันเขตแดนระหว่างไทยกับพม่าและเขมร ความเป็นอยู่ของคนไทยภายใต้การปกครองของพม่าและเขมรอยู่ในสภาวะลำบากยิ่งนัก ทำให้คนไทยเหล่านี้ต้องหนีเข้ามาอยู่กับญาติพี่น้องในเขตไทย บริเวณจังหวัด ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์และตราด ครั้นมาอยู่ในแผ่นดินแม่ ทางการไทยก็ไม่ยอมรับ เพราะเป็นคนสัญชาติพม่าหรือเขมรไปแล้ว ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ อาศัยรับจ้างอยู่ในสวนมะพร้าว ไร่สับปะรด หรืออาชีพอื่น ๆ เท่าที่จะหาเลี้ยงชีพได้ เมื่อเป็นเช่นนี้สิทธิพื้นฐานต่าง ๆ ก็ไม่ได้รับจากรัฐไทย มิหนำซ้ำยังถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกดูถูกเหยียดหยามจากเจ้าหน้าที่ของรัฐและจากคนไทยด้วยกัน ต่าง ๆ นานา

          ในปี 2545 พี่น้องคนไทยพลัดถิ่นได้รวมกลุ่มกัน เพื่อให้เกิดเครือข่ายที่เข้มแข็งโดยการสนับสนุนของมูลนิธิชุมชนไท ซึ่งเป้าหมายสุดท้ายก็คือการทำให้ได้สิทธิความเป็นคนไทยตามที่พวกเขาควรจะได้รับ เริ่มด้วยการทำกิจกรรมพัฒนาต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เช่น การตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อรวมเงินช่วยเหลือซึ่งกันและ จากนั้นก็ขยายไปสู่การทำกิจกรรม เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการประกอบอาชีพ เพราะคนกลุ่มนี้เวลาไปสมัครงานที่ไหนมักจะถูกเอาเปรียบ แม้ลูก ๆ ก็เรียนได้แค่ภาคบังคับเท่านั้น

          น.ส.สาแลขอ จำนงค์ เยาวชนไทยพลัดถิ่น จ.ระนอง ระบายความรู้สึกว่า  “ หนูเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ใกล้จะจบแล้ว หนูอยากเรียนต่อในระดับปริญญาตรี แต่หนูไม่สามารถที่จะเรียนได้ หนูไม่สามารถที่จะกู้ เงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ เพราะไม่มีสัญชาติไทย พ่อแม่ไม่มีเงินส่งหนู เพราะก็ไม่สามารถเดินทางออกไปทำงานต่างจังหวัดได้ หนูอยากฝากไปถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งแก้ปัญหาและคืนสัญชาติโดยเร็ว เพราะพวกหนูลำบากมาก ยังมีเยาวชนคนไทยพลัดถิ่นเหมือนหนูอีกมากที่ต้องการเรียนต่อในระดับสูงๆ ”

          จากการสำรวจข้อมูลพบว่า คนไทยพลัดถิ่น จากระนอง ประจวบคีรีขันธ์และจ.ตราด ซึ่งจากการสำรวจพบผู้มีเชื้อสายไทยเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยประมาณ สามหมื่นคน โดยมีการขึ้นทะเบียนกับกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยแล้วจำนวน 18,037 คน ยังไม่นับรวมกลุ่มผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน ซึ่งอยู่นอกเครือข่ายอีกจำนวนหนึ่ง จึงมีการประสานงานกับภาคีพัฒนาทั้งภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐจนท้ายที่สุดคือการผลักให้เกิด พ.ร.บ.สัญชาติ ( ฉบับที่ 5 )

          จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 3 ปีแล้ว ที่ พ.ร.บ.สัญชาติ ( ฉบับที่ 5 ) พ.ศ.2555 มีผลบังคับใช้และครบ 12 ปีของการเกิดเครือข่าย แต่มีคนไทยพลัดถิ่นได้รับสัญชาติไทยกลับคืนมาเพียง 2,000 คน ทั้งนี้ด้วยความล่าช้าในการทำงานของทางราชการ ทำให้คนไทยพลัดถิ่นต้องเสียโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตั้งแต่การแจ้งเกิดที่เลือกปฏิบัติ การเข้าถึงระบบการศึกษาของเด็กเยาวชน การเข้าถึงกองทุนและสวัสดิการพื้นฐานของรัฐ การถูกเอาเปรียบจากการทำงาน ไม่สามารถไปทำงานต่างถิ่นได้ ไม่มีสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล ไม่มีสิทธิ์จดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ และเข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม

          นายสุทิน กิ่งแก้ว แกนนำคนไทยพลัดถิ่น จ.ระนอง บอกว่า “ ผมถูกบันทึกให้เป็นผู้พลัดหลงทางทะเบียนเป็นสัญชาติพม่า ไม่มีเชื้อสายไทย ผมไปถามที่อำเภอ ๆ บอกว่ายังไม่ถึงเวลา ไม่มีเวลาที่แก้ไขให้ ผมได้แต่รอว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาที่ผมจะได้รับการแก้ไขทางทะเบียน กฏหมายออกมา 2 ปีแล้ว แต่พี่น้องเรายังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา พี่น้องเรายังลำบากและเดือดร้อนอยู่ ผมก็ไม่รู้ว่ามันติดขัดอยู่ที่ขั้นตอนใด ทางอำเภอบอกว่าไม่มีงบประมาณที่จะดำเนินการ มีแต่ข้ออ้าง ”

          ในขณะที่นายสุฑานนท์ เพชรดำ ซึ่งได้รับบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว เล่าว่า “ หลังจากที่ได้บัตรประชาชน เราทำงานก็ได้ประกันสังคม ไม่โดนกดขี่ค่าแรง การพูดการจาของคนอื่น ๆ กับเรา ต่างจากเมื่อก่อนที่รู้สึกเป็นตัวน่ารังเกียจ เป็นคนไร้สัญชาติ ถูกมองเป็นพม่า ก็ต้องอธิบายกันยืดยาว ตอนนี้มีสิทธิที่พึงได้รับเหมือนไทยอื่น ๆ เช่น สิทธิการรักษาพยาบาล การเดินทาง มันต่างกันราวกับหน้ามือกับหลังมือเลยทีเดียว ”

          ความรู้สึกทั้งของผู้ได้รับบัตรประชาชน ได้รับการคืนสัญชาติไทย และของผู้ที่ยังไม่ได้รับ มันเป็นความรู้สึกที่คนอย่างเรารับรู้ ซึมซับได้ไม่หมด มีแต่ความรู้สึกเห็นใจ เข้าใจและอยากจะเข้าไปทำอะไรก็ได้เพื่อให้คนไทยเหล่านี้ได้ในสิ่งที่ควรจะได้

          นายกฤษฏา บุญราช อธิบดีกรมการปกครองคนแรกที่เข้ามาร่วมพูดคุยกับคนไทยพลัดถิ่นในวันนั้น รับที่จะดำเนินการในหลาย ๆ ประเด็นเช่น ภายในปีนี้ ( 2558 ) จะเร่งคืนสัญชาติโดยไทยให้ได้ 1,800 คน จะจัดการปฏิรูประบบขั้นตอนที่ล่าช้าให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น จะทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งจะจัดเวทีพูดคุยสร้างความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ นักวิชาการ คนไทยพลัดถิ่น เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะจัดเวทีต่อไปที่ จ.ระนอง ในขณะที่ น.พ.อำพล จินดาวัฒนะ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านสังคม ฯ ได้นำข้อเสนอซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้กฏหมายบางมาตราให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงให้ครอบคลุมกลุ่มที่ได้รับการขึ้นทะเบียนคนกลุ่มน้อยในประเทศไทย

         11003132 10203895756013701 741134119 o resize

สิ่งที่คนไทยพลัดถิ่นได้ในงานวันนั้นก็คือ ได้รับรู้ว่า มีหลาย ๆ ภาคส่วนทั้งกรมการปกครอง ภาควิชาการ สภาปฏิรูป ฯ ล ฯ  เข้ามาจับมือเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาของเขาและเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันที่ยังจับมือกันเหนียวแน่นเช่นเดิม  ส่วนจะได้รับการคืนความเป็นคนไทยเมื่อไหร่ ยังต้องร้องเพลง “ คอย ” กันต่อไป

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter