นายศรายุทธ์ ฤทธิพิณ สำนักข่าวเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน รายงานผลความคืบหน้ากรณีการไล่รื้อชุมชนออกจากป่าในหลายพื้นที่ โดยระบุว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหนังสือแจ้งหน่วยงานรัฐ ให้ยุติการดำเนินการใดๆ ที่อาจให้เกิดความเดือดร้อนในการดำเนินชีวิตตามปกติสุข ของประชาชน เช่น กรณีคำสั่งไล่รื้อชุมชนโคกยาว ชัยภูมิ กรณีชุมชนเพิ่มทรัพย์ สุราษฎร์ธานี และกรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์โคกหนองสิม ร้อยเอ็ด นอกจากนี้ให้พิจารณาแผนจัดการที่ดินและทรัพยากรฯอย่างยั่งยืนโดยชุมชน
ภายหลังจากขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ขอเข้าพบรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล) ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 เพื่อปรึกษาหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของ ขปส. ดังนี้ 1 กรณีปัญหาชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ 2 กรณีชุมชนเพิ่มทรัพย์ ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี 3 กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์โคกหนองสิม ต.โพนสูง อ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด และ 4 การพิจารณาโครงการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนโดยชุมชน
ซึ่งกรณีปัญหาชุมชนโคกยาว ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เนื่องจาก ขปส. แจ้งว่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) มีคำสั่งให้ภาคประชาชนออกจากชุมชนภายใน 15 วัน ซึ่งภาคประชาชนได้ยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ของผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) จึงมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประสานสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) ตามหนังสือที่ นร.0105/04/1701 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 ขอความร่วมมือชะลอการดำเนินการใดๆที่อาจเป็นมูลเหตุให้เกิดความขัดแย้ง หรืออาจให้เกิดความเดือดร้อนในการดำเนินชีวิตตามปกติสุข และให้สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามวิถีปกติไปพลางก่อน จนกว่ากระบวนการพิจารณาของส่วนราชการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ตามแต่กรณีจะมีผลเป็นที่ยุติต่อไป เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินงานโครงการโฉนดชุมชน
กรณีชุมชนเพิ่มทรัพย์ และกรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์โคกหนองสิม ที่ประชุมได้พิจารณากรณีปัญหาเรื่องด่วน และปัญหาความเดือดร้อนกรณีอื่นๆ ของ ขปส. แล้วมีมติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามหนังสือที่ นร.0105.04/1697 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 ดังนี้
กรณีชุมชนเพิ่มทรัพย์ เนื่องจาก ขปส. แจ้งว่า ปัจจุบันสมาชิกไม่สามารถเข้าไปอยู่อาศัย ดูแล และเก็บผลอาสินในพื้นที่ได้ จึงมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีประสานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี พิจารณาให้ความช่วยเหลือประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยอนุญาตให้ประชาชน เข้าไปดูแลและเก็บผลอาสินในพื้นที่ ได้ในช่วงเวลากลางวัน
และกรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์โคกหนองสิม เนื่องจาก ขปส. แจ้งว่า วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง มีคำสั่งให้ภาคประชาชนออกจากที่สาธารณประโยชน์โคกหนองสิม จึงมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีประสานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และจังหวัดร้อยเอ็ด ขอความร่วมมือชะลอการดำเนินการใดๆที่อาจเป็นมูลเหตุให้เกิดความขัดแย้ง หรืออาจให้เกิดความเดือดร้อนในการดำเนินชีวิตตามปกติสุข และให้สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามวิถีปกติไปพลางก่อน จนกว่ากระบวนการพิจารณาของส่วนราชการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ตามแต่กรณีจะมีผลเป็นที่ยุติต่อไป
สำหรับการมายื่นหนังสือเพื่อขอให้พิจารณาสั่งการเพื่อยกเลิกหนังสือคำสั่งบังคับให้ออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด นั้น ทางชุมชนโคกยาว และชุมชนบ่อแก้ว ร่วมยื่นหนังสือขอให้พิจารณารับรองแผนการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนโดยชุมชน แนบไปด้วย ในที่ประชุมดังกล่าว ได้พิจารณากรณีปัญหาชุมชนบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ แล้วเห็นว่า (ตามหนังสือ ที่ นร.0105.04/1700 ลงวันที่ 25 ก.พ.58) เนื่องจากขณะนี้ชุมชนบ่อแก้ว อยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขปัญหาร่วมกับขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ออป. และ ขปส. จึงมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นำส่งข้อมูลโครงการฯ ดังกล่าว ให้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ พิจารณา ต่อไป
สืบเนื่องจาก วันที่ 6 ก.พ. 58 เจ้าหน้าที่สนธิกองกำลังทหาร ตำรวจ ป่าไม้ จำนวนประมาณ 100 นาย เข้ามาปิดป้ายหนังสือประกาศ โดยคำสั่งที่ ทส.1621.4/2404 ลงวันที่ 26 ม.ค.2558 เรื่อง สั่งให้ผู้ถือครองพื้นที่ออกจากป่าสงวนแห่งชาติ หรืองดเว้นการกระทำใดๆ หรือรื้อถอน หรือแก้ไข ทำประการอื่นใดแก่สิ่งที่เป็นอันตราย หรือสิ่งที่ทำให้เสื่อมสภาพในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และให้รื้อถอนสิ่งปลุกสร้าง พืชผลอาสินทั้งหมดออกจากป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่มีคำสั่ง ทั้งนี้ผู้เดือดร้อนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่ง ภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับคำสั่ง
วันที่ 16 ก.พ.58 ผู้เดือดร้อนได้ร่วมเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ 8 หน่วยงานภาครัฐ โดยเดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ(ศูนย์ดำรงธรรม) เพื่อขอเข้าพบและยื่นหนังสือต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และ พล.ต.มารุต ลิ้มเจริญ (ผบ.กกล.รส.จว.ชย)โดยทาง เลขาฯ ผบ.กกล.รส.จว.ชย (พ.ต.สุรขัย ชอบยิ่ง) เป็นตัวแทนรับหนังสือ และยื่นหนังสือต่อผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 โดยทางเลขาฯกองอำนวยการสำนักจัดการป่าไม้ที่ 8 เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ
วันที่ 17 ก.พ.58 เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ นายนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ (คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กสม.) และที่สำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) โดยคุณ ยู คาโนะสุเอะ เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชน เป็นตัวแทนรับหนังสือ และที่กระทรวงทรัพยากรฯ โดย นายเกรียงไกร นวนมะณี สร.ทส.(เลขาฯสำนักงานรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติฯ) เป็นตัวแทนรับหนังสือ
นอกจากนี้ได้เดินทางต่อไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา) และยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล) โดยครั้งนี้ปลัดสำนักสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ
สำหรับการยื่นที่ทำเนียบรัฐบาล นอกจากเพื่อให้ยกเลิกคำสั่งไล่รื้อชุมชนโคกยาว ได้มีการยื่นหนังสือเพิ่มเติมเพื่อติดตามแนวทางแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม กรณีในพื้นที่ชุมชนคลองไทรพัฒนา ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี กรณีนายใช่ บุญทองเล็ก อายุ 61 ปี สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ถูกยิงเสียชีวิต โดยตัวแทน สกต.ยื่นหนังสือ เรียกร้องให้หาคนร้าย และช่วยเหลือครอบครัวที่เสียชีวิต รวมทั้งกรณีโคกหนองสิม อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด เนื่องจากวันที่ 12 ก.พ. 2558 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังเข้ามาในพื้นที่สาธารณประโยชน์โคกหนองสิม ให้ชาวบ้านไปลงชื่อที่ อบต.โพนทอง เพื่อยืนยันถึงการยอมออกจากพื้นที่ภายในวันศุกร์ที่ 13 ก.พ.58




