playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG 3227 copyเพราะประชาชนคือเจ้าของอำนาจ และควรสามารถกำหนดอนาคตตัวเองได้ คนอำนาจเจริญจึงร่วมกันกำหนดแผนเพื่อมุ่งสู่เมืองธรรมเกษตร คือเมืองที่ประชาชนปกครองตนเองด้วยความเสมอภาค เสมอธรรม ดำรงวิถีเกษตรอินทรีย์ การศึกษาที่เกื้อหนุน บุญฮีตคองนำชีวิตให้มั่นยืน

ภาคประชาชนอำนาจเจริญ วาง 7 ยุทธศาสตร์ กำหนดแผนพัฒนาจังหวัด 2560 มุ่งเมืองธรรมเกษตรด้วย 5 ธรรม สรุปบทเรียนการต่อสู้ 20 ปี ชี้เหตุรัฐรวมศูนย์และสำนึกพึ่งพาของประชาชน เป็นบ่อเกิดแห่งปัญหา คือหลุมดำของประเทศไทย ย้ำชัดการกระจายอำนาจต้องให้จังหวัดจัดการตนเอง ใช้สภากลางระดับจังหวัดเป็นพื้นที่กลางของความร่วมมือประชาชน หน่วยงาน ท้องถิ่น ท้องที่ เอกชน ประชาสังคม ก่อความสัมพันธ์อำนาจใหม่ ให้ประชาชนมีอำนาจในการกำหนดอนาคตตนเอง  

อำนาจเจริญ/ วันนี้ (5 มีนาคม 2558) ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมกับสำนักงานจังหวัดอำนาจเจริญ, มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), มูลนิธินโยบายสุขภาวะ (มนส.), องค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ (สปพส.), สภาพัฒนาการเมือง (สพม.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดเวทีแลกเปลี่ยนบทเรียนการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง ภายใต้ธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญสู่เมืองธรรมเกษตร “คืนความสุขให้ประชาชน ต้องคืนอำนาจการจัดการตนเองให้ชุมชนท้องถิ่น” เพื่อนำเสนอแนวคิด บทเรียน เป้าหมายการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง ข้อค้นพบ และแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนงาน 20 ปี “เมืองธรรมเกษตร จังหวัดอำนาจเจริญ”

เนื่องในงานประกาศใช้แผนพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญสู่เมืองธรรมเกษตร ณ ห้องประชุมดลเมธา มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ โดยมีตัวแทนองค์กรชุมชน 19 จังหวัดภาคอีสาน หน่วยงานท้องถิ่น ท้องที่ และภาคีพัฒนาเข้าร่วมงาน กว่า 300 คน

นายชาติวัฒน์ ร่วมสุข แกนประสานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ เล่าบทเรียนการทำงานให้ฟังว่า แท้จริงแล้วปัญหาของอำนาจเจริญเป็นเรื่องการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องที่ตกทุกข์ได้ยาก เป็นรากเหง้าของปัญหา ที่เรามุ่งไปให้พ้นจากความยากจน มีข้อสรุปในภาคประชาชนว่า เป็นเพราะประชาชนไม่สามารถเข้าถึงการกำหนดกระบวนการแก้ปัญหา และมองกันว่าต้องมีการออกแบบการแก้ปัญหาให้ครอบคลุมมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน

ที่ผ่านมาการรวมศูนย์อำนาจรัฐ คือหลุมดำของประเทศไทย เป็นบ่อเกิดปัญหารวมทั้งสำนึกของประชาชนที่พึ่งพาผู้อื่นมาตลอด ผนวกกับได้ไปเรียนรู้จังหวัดจัดการตนเองที่เชียงใหม่ เมื่อกลับมาก็เริ่มทำเรื่องสำนึกพี่น้องโดยเริ่มก่อรูปจากจุดนี้ เราเริ่มต้นจากรากเหง้าจิตสำนึก ใช้ต้นทุนภูมิปัญญา ชุดความรู้ เริ่มจากพื้นที่หนึ่งขยายไปสู่พื้นที่หนึ่ง จนมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนเต็มพื้นที่ทั้ง 63 ตำบล สภาองค์กรชุมชนเต็มพื้นที่ทั้ง 63 ตำบล การทำงานเลยง่ายขึ้น

แรกเริ่มก็มีความหวั่นวิตก ส่วนท้องที่ยังไม่เข้าใจว่าพวกนี้จะทำอะไร พี่น้องยังไม่เข้าใจ แต่พอทำไปพี่น้องก็เริ่มเข้าใจได้ด้วยตนเองที่จะลุกขึ้นมาทำสิ่งดีๆ ร่วมกัน จึงมีการประกาศธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นเหตุการณ์สำคัญหนึ่งที่พิสูจน์ว่าอำนาจเป็นของประชาชน

นายชาติวัฒน์ เล่าต่อว่า ระหว่างอำนาจประชาชนกับอำนาจรัฐ เป็นหยินหยางใครแข็งอีกฝ่ายก็ยอม หลังจากวันนั้นพี่น้องอำนาจเจริญก็สามารถยืนอยู่บนศาลากลางได้ด้วยความภาคภูมิใจ วันนั้นที่ประกาศได้ข้อคิดหลายอย่าง เรื่องหนึ่งคือระบบราชการการเมืองชอบคนมาก ราชการไม่ชอบ แต่ปัญหาคือเมื่อประกาศธรรมนูญแล้วจะไปอย่างไรต่อ ทำอย่างไรให้แผนเต็มพื้นที่ เป็นการใช้ประสบการณ์การทำงานไม่ได้ใช้งานวิชาการมาจับ เริ่มต้นก็สะแปะสะปะ มาคิดใหม่ว่าต้องทำอย่างมียุทธศาสตร์ จากเป้าหมายของการอยู่เย็นเป็นสุข รูปธรรมคืออะไรจึงได้ข้อสรุป โดยกำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกันว่าอำนาเจริญจะเป็นเมืองธรรมเกษตร และมีการประกาศเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2556

แต่จะเดินไปสู่เป้าหมายอย่างไรก็เป็นปัญหาอีก เพราะยังคิดแบบเดิมๆ แปลงยุทธ์ศาสตร์เป็นแผนในด้านต่างๆ แต่ก็ไม่เกิดการยอมรับ โดยเฉพาะภาคราชการ ซึ่งก็ทำเหมือนกันจะทำให้เสียเวลาทำไม จึงมาคิดปรับตัวเองใหม่ว่าสิ่งที่จะสร้างความยอมรับได้มันจะต้องมีข้อมูลอธิบาย ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยใส่ใจ ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วข้อมูลมีพลัง ข้อมูลสร้างการยอมรับให้คนได้ จึงมีการปรับวิธีการใหม่โดยให้ความสำคัญกับข้อมูล และดึงภาคีหลายส่วนมาร่วมกันทำข้อมูล ทั้งมูลนิธินโยบายสุขภาวะ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ มีสช. สกว. มาร่วมกันทำ เก็บข้อมูลหมู่บ้าน 30 เปอร์เซ็นของจำนวนรวมทั้งจังหวัด จากข้อมูลหมู่บ้านรวมเป็นตำบล จาก 63 ตำบลสู่จังหวัด และคืนข้อมูลกลับคืนสู่หมู่บ้าน ซึ่งมีความพยายามปรับหลายครั้ง สุดท้ายก็ได้แผนรวมในระดับจังหวัด เป็นแม่น้ำสายที่ 1 ในการพัฒนาเมืองอำนาจเจริญ

ส่วนแม่น้ำสายที่ 2 คือการทำงานเครือข่ายเชิงประเด็น 9 เครือข่าย ร่วมกันช่วยกันทำไปสู่เมืองธรรมเกษตร และแม่น้ำสายที่ 3 คือองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคประชาสังคม รวมเป็นแผนเดียวกันของประชาชนคนอำนาจเจริญ เมื่อได้แผนจังหวัดอำนาจของภาคประชาชน แรกจะมีการกำหนดประกาศ 29 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่เชิญเข้าไปคุย และบอกว่า “ผมมาเพื่อบูรณาการงานในพื้นที่” ผู้ว่าฯ เลยเลื่อนงานออกมาในเดือนนี้เพื่อร่วมงานกับภาคส่วนราชการที่จะจัดงานเช่นกัน

เมื่อนำเสนอแผนภาคประชาชน ต่อผู้ว่าฯ และส่วนราชการก็เห็นด้วย จึงมีเวทีร่วมกันออกแบบการจัดงานในวันที่ 6 มีนาคม 2558 ร่วมกัน เพราะส่วนราชการเห็นตรงกันกับภาคประชาชนถึงความสำคัญในการเข้าถึงปัญหาของประชาชน เลยเกิดการบูรณาการ ทำยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดร่วมกัน แต่ก็ไม่สามารถบรรจุเป็นแผนงบประมาณได้ทันในปี 2559 ซึ่งส่วนราชการได้ส่งไปให้ทางกระทรวงต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยไม่สามารถเปลี่ยนได้ แต่ได้ตกลงว่าจะไปใช้งบประมาณในปี 2560 เป็น 1 จังหวัด 1 แผนพัฒนาต่อไป นายชาติวัฒน์ กล่าว

แกนประสานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญอีกท่านหนึ่ง นายวิรัตน์ สุขกุล เล่าให้ฟังว่า คนอำนาจเจริญจะก้าวสู่เมืองธรรมเกษตร ด้วย 5 ธรรม คือ 1) ธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ 2) ธรรมเกษตร 3) ธรรมธุรกิจ 4) ธรรมชาติ และธรรมที่ 5 คือเสมอธรรม นี่คือสังคมอำนาจเจริญในอนาคต ที่ประชาชนทำงานด้วยใจที่มุ่งหวัง จากมวยวัดสู่นักสู่อาชีพ โดยมีนักวิชาการ ม.มหาวิทยาลัยมหิดล พอช. มูลนิธินโยบายสุขภาวะ และหน่วยงานอื่นๆช่วยกันผลักดัน

และมีการกำหนดยุทธศาสตร์ออกเป็น 7 ด้าน เพื่อให้เมืองอำนาจเจริญเป็นเมืองธรรมเกษตร ที่ประกอบด้วย 1) ส่งเสริมการผลิตและการตลาดเกษตรอินทรีย์ 2) อนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ 3) ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต 4) ส่งเสริมและสนับสนุนระบบการบริหารจัดการจังหวัดจากทุกภาคส่วน 5) ส่งเสริมและพัฒนาความรู้วิชาการและการสื่อสาร 6) ส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและประเพณี และ 7) การสร้างความเสมอภาคกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฏหมายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม

ที่ผ่านมาหลังจากประกาศใช้ธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ ที่ออกแบบกลไกให้มีสภาหมู่บ้าน ปัจจุบันมีการจัดตั้งไปแล้วกว่า 343 หมู่บ้าน มีสภากลางตำบล 42 ตำบล ที่เป็นกลไกการขับเคลื่อนงานพัฒนาของท้องถิ่นซึ่งมีองค์ประกอบจากภาคี 4 ฝ่าย สภาองค์กรชุมชนตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล องค์กนปกครองส่วนท้องที่ แลพภาคีการพัฒนา นอกจากนั้นยังมี สภากลางจังหวัด 38 คน มาจากภาคประชาชน ภาคธุรกิจเอกชน องค์การบริหารส่วนจังหวัด และภาคราชการ เริ่มขึ้นเมื่อปี 2556 เป็นกลไกเชื่อมนโยบายระดับจังหวัด โยงสภาปฏิรูป สภาพลเมืองระดับจังหวัด คอยกำกับ ติดตามแผน พัฒนาตัวชี้วัด ทิศทางการพัฒนาในอนาคต 

นายสุทธนันท์ บุญมี ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวให้ความเห็นหลังจากฟังการนำเสนอเรื่องราวของภาคประชาชน โดยกล่าวว่า อำนาจเจริญเป็นจังหวัดเล็ก จังหวัดจิ้วแต่แจ๋ว Small and beautiful ตนเห็นด้วยกับสิ่งที่ภาคประชาชนทำ ที่ชูเรื่องธรรมเกษตร ซึ่งเราต้องช่วยตนเองให้ได้ก่อน บางเรื่องเราสามารถทำเองได้ ทำในครอบครัวเราก่อน บางยุทธศาสตร์พี่น้องสามารถทำได้เองเลย หลายประเด็นสอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดที่เน้นเรื่องข้าวหอมมะลิ

แต่เราอย่าปฏิเสธการปกครองบ้านเมือง และประชาชนต้องปรับแผนให้เข้ากันได้ อย่าปฏิเสธบ้านเมือง เรามีแผนพัฒนาหมู่บ้านมาตั้งแต่ 2497 ที่กำหนดไว้ในกฏหมายปกครองท้องที่ เพราะฉะนั้นต้องผลักจากแผนหมู่บ้านขึ้นมา อบต. อบจ. เทศบาล เป็นแผนจังหวัด ตรงไหนต้องใช้เงินต้องนำเข้าแผนให้ได้ ก็ต้องสู้เพื่อให้อำนาจเจริญได้งบมาพัฒนา ปัจจุบันอำนาจเจริญมีงบพัฒนาจังหวัด 153 ล้าน ที่ผ่านมาระบบการเมืองเราใช้ไม่ได้ แม้จะทำแผนจากท้องถิ่นจนเป็นยุทธศาสตร์จังหวัด แต่การเมืองทำให้เปลี่ยนและก็เคยถูกแขวนงบประมาณมาแล้ว ถ้าเป็นระบบ สส. จากการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่จะเอาไปลงพื้นที่ตนเอง เรื่องนี้ต้องฝาก สปช.อำนาจเจริญด้วย

เมื่อเข้าสู่ระบบแผนเราต้องปรับแผนเข้าใส่กัน ตอนนี้อำนาจเจริญมีโอกาสดี มีงบประมาณตำบลละ 1 ล้าน ไปกำหนดกันในตำบล และรัฐบาลก็มีนโยบายให้กลุ่มชาวเบานเสนอความต้องการขึ้นมารับการสนับสนุน ตนมาทำเรื่องการบูรณาการ บางอย่างทำเองได้ ผู้ว่ามีหน้าที่บูรณาการไม่ได้มาเป็นนายคน ต้องรวมกันให้ได้ เราต้องใช้หลักพุทธเจ้า ต้องดูสภาพของจริง ครอบครัว บ้าน คุ้ม เพราะสภาพของแท้ไม่แปรผัน เป็นอย่างไรก็อย่างนั้น ซึ่งกระบวนการมีส่วนร่วมเป็นเรื่องดี ผู้ว่าจะเหนื่อยน้อยลง ต้องบูรณาการ อย่าปฏิเสธคนอื่นเราต้องดึงเป็นพวกมาผสมผสานกัน ร่วมไม้ร่วมมือให้อำนาจเจริญเมืองที่เล็ก จิ๋วแต่แจ๋ว ผู้ว่ากล่าวในตอนท้าย        

นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวให้ความเห็นอีกท่านหนึ่งว่า ชื่นชมกับความก้าวหน้าของอำนาจเจริญ พอช.ในฐานะหน่วยสนับสนุนความเข้มแข็ง พร้อมร่วมหนุนเสริม โดยสิ่งสำคัญทำให้ยุทธศาสตร์ 7 ข้อ เกิดขึ้นในทางปฏิบัตินั้น กลไกความร่วมมือทุกระดับ หมู่บ้าน ตำบล จังหวัดต้องลงมือทำ ทำให้หลุดจากการไม่พัฒนา คือการทำจริงในพื้นที่ระดับตำบล หมู่บ้าน เพราะจะเป็นสิ่งสะท้อนผลสำเร็จที่เกิดขึ้น จากข้อมูล ข้อเท็จจริง จากยุทธศาสตร์เป็นแผนงานที่คลี่คลายปัญหาให้กับประชาชนได้จริง

การที่คน 20,000 คนจะออกมา เป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจ เป็นปรากฏการณ์ที่มาจากฐานครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล ที่คนจะร่วมใจกันมาประกาศร่วมกัน แต่ต้องแปรไปสู่การปฏิบัติให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูป เรื่องการกระจายอำนาจให้ประชาชนจัดการตนเอง จะเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศพ้นกับดักของการพัฒนา บนพื้นฐานความร่วมมือของทุกภาคส่วน

เป็นการการกระจายอำนาจที่ทุกส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีฐานประชาชนเป็นกำลังผลักการพัฒนาในตำบลในพื้นที่ ขบวนองค์กรชุมชนใน 19 จังหวัดภาคอีสาน อย่าปล่อยให้อำนาจเจริญสู้เรื่องการจัดการตนเองโดยลำพัง เราต้องช่วยกันทำเรื่องนี้ให้จริงจัง ผลักดันการกระจายอำนาจให้เป็นจริง     

ทั้งนี้ในวันที่ 6 มีนาคม 2558 พลังประชาชนจังหวัดอำนาจเจริญกว่า 20,000 คน จะรวมตัวกันที่จุดนัดหมาย และเดินเข้าสู่สนามหน้าศูนย์ราชการจังหวัดอำนาจเจริญจาก 4 ทิศทาง เพื่อปฏิญาณตน และประกาศใช้แผนพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญสู่เมืองธรรมเกษตร และร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอาเซียน “Amnatcharoen Asian Trade Link  2015”

IMG 3179IMG 3202IMG 3216IMG 3223IMG 3224IMG 3249

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter