playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

เมื่อวันที่ 6  มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนประเด็นภัยพิบัติภาคลาง 9 จังหวัด และผู้แทนหน่วยงานชลประทาน จัดประชุมเพื่อถกปัญหาภัยพิบัติ พร้อมปรับกลไกการทำงานให้ทันสถานการณ์ในพื้นที่ ณ  ห้องประชุมรุ่งอรุณฟิชชิ่งปาร์ค อ.อินทร์บุรี  จ.สิงห์บุรี

          m1 100358นายประชาญ  มีศรี ประสานงานผู้แทนประเด็นงานภัยพิบัติภาคกลาง 9 จังหวัด  กล่าวว่า ในการประชุมในครั้งนี้ ได้เชิญผู้แทนหน่วยงานชลประทานเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นปัยหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ร่วมกัน เช่น พื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีปัญหาเรื่องเขื่อนยกระดับน้ำ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อการพานิชย์ และตลิ่งพังจากการทรุดตัวของดินท่าน้ำ ซึ่งเกิดจากการถมดินทับริมตลิ่งเพื่อทำทางเดินหรือการสร้างบ้านเรือนบริเวณตลิ่ง ทำให้ชั้นดินใต้ล่างไม่สามารถรับน้ำหนักได้ จึงมีการทรุดตัวลงมา สำหรับพื้นที่ จ.นครสวรรค์ เกิดผลกระทบตลิ่งทรุดตัว เนื่องจากการพังถนน บ้านเรือนเสียหายนั้น ด้วยมีโครงการทำท่าเรือน้ำลึกของรัฐเมื่อปี 2525 ซึ่งมีการตอกเสาเข็มทำรอหรือกรอย รวมไปถึงพื้นที่ที่มีโฉนดที่ดินก็กลายเป็นพื้นน้ำแทนที่ แม้จะมีการเคลื่อนไหวหาทางออกของชาวบ้าน แต่ก็ไม่มีหน่อยงานใดออกมารับเป็นเจ้าภาพแต่อย่างใด

          “ในขณะที่ความเคลื่อนไหวประเด็นภัยพิบัติ ที่มีทั้งศูนย์ประสานงานจัดการภัยพิบัติระดับจังหวัด และ กลไกของภัยพิบัติระดับภาคกลาง ที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนในปี 2554 ที่ผ่านมามีการเคลื่อนงานเพียงเฉพาะหน้าเท่านั้น  วันนี้ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ จึงทำให้ปัญหาที่เกิดจากผลกระทบจากภัยพิบัติทั้งตลิ่งทรุดพัง ทั้งเมล็ดพันธุ์ ทั้งวิถีอาชีพเกษตร ถูกทิ้งนอกวงให้ชาวบ้านหาทางแก้ไขกันเอง”

          20150306 101515จากสถานการณ์ดังกล่าว ขบวนภัยพิบัติภาคกลาง จึงลงมติปรับเปลี่ยนกลไกการทำงาน คือ (1) ภัยพิบัติเป็นประเด็นสาธารณะ ดังนั้นเวทีการพูดคุยก็ควรเป็นเวทีสาธารณะ เปิดโอกาศให้ผู้ที่สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยน (2) เปลี่ยนจากการคิดงานในห้องประชุม เป็นการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ที่ทำเรื่องแก้ไขปัญหาที่เกิดจากผลกระทบภัยพิบัติแทน ซึ่งจะเห็นพื้นที่จริง เห็นการเคลื่อนไหว รูปธรรมการจัดการด้านต่างๆ (3) คนทำงานควรเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และสนใจให้ความสำคัญเรื่องภัยพิบัติ และมีผู้แทนจากหน่วยงานเข้ามาเป็นภาคีพันธมิตร ด้วยวิธีการการประสานงานรูปแบบใหม่  เชิญชวนให้มาเป็นมิตรกัน และใช้หลักรู้เขารู้เรา โดยใช้เวทีสาธารณะเป็นตัวเชื่อมขบวน (4) ขบวนภัยพิบัติภาคกลางมีบทบาทหน้าที่ชัดเจน มีการประสานงาน  ขบวนองค์กรชุมชน หน่วยงานภาคี ด้วยกัลยาณมิตรที่ดี และสร้างความเข้าใจ  เหตุปัจจัยต่างๆที่ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติ และแนวทางการอยู่รอด อยู่ร่วม  ทั้งขบวนองค์กรชุมชน หน่วยงานภาคี (5) มีแผนในแต่ละระยะ  เช่น การรับมือ การเตรียมความพร้อม เมื่อเกิดภัยพิบัติ  ลม  ฟ้า  น้ำ  แล้ง  พายุ แผ่นดินไหว ฯลฯ รวมถึงวางแนวคิดให้ความสำคัญในฐานการใช้และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน (6) มีระบบการป้องกัน ด้วยการสื่อสารข้อมูลความสำคัญ จากหน่วยงาน ป้องกันภัย กู้ชีพกู้ภัย กรมอุตุ ในการเตรียมแผนไว้ป้องกันแต่ละระยะ และ (7) มีเวทีสาธารณะให้เกิดการพบปะแลกเปลี่ยนพูดคุย และสามารถกำหนดทิศทางร่วมกันได้

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter