playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

image1image2

 

 

 

 

 

 

วันที่ 26 มีนาคม 2558 เครือข่ายพลเมืองจากจังหวัดกระบี่ พังงา ภูเก็ต ได้ร่วมกันจัดเวที“พลังพลเมืองสู่การปฏิรูป” ขึ้นที่โรงแรมภูงาธานี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายประยูร รัตนเสนีย์ เป็นประธานเปิดงาน โดยได้เน้นย้ำว่า “เมื่อพลเมืองเข้าใจ รู้สิทธิพลเมือง มีส่วนร่วม การขับเคลื่อนสร้างฐานสังคมชุมชน ให้เกิดความสามัคคี มีความมั่นคง เกิดประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม โดยรูปแบบสมัชชาพลเมือง เป็นการเริ่มต้นของการเมืองจากฐานราก อาจเป็นจุดชี้ขาดที่ทำให้เกิดความรักสามัคคีขึ้นในชาติและสร้างสังคมชุมชนเข้มแข็งได้อย่างมีคุณภาพ การเริ่มต้นขึ้นของพลเมืองใน 3 จังหวัดอันดามัน เป็นมิติใหม่ของการสร้างความร่วมมือ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ยืนยันว่าประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาและกำหนดอนาคตตนเอง”

นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดพังงา ได้กล่าวก่อนกระบวนการระดมความเห็นจะเริ่มขึ้นว่า “เพื่อให้เห็นทิศทางของเส้นทางการปฏิรูป เพื่อเน้นให้คนในชาติเข้าถึงการพัฒนาในภูมิภาค และเตรียมตัวรองรับการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาระบบขนส่งในภูมิภาคและการลงทุนของนานาชาติ ในระยะอันใกล้นี้ การปฏิรูปครั้งนี้ประชาชนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเรียนรู้ และเตรียมพร้อมรับมือในการพัฒนา ที่จะครอบคลุมและกระจายไปทั่วประเทศ ชุมชนต้องลุกขึ้นมารวมกลุ่มกัน สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของการปฏิรูปประเทศด้วย”  ทั้งนี้นายเฉลิมศักดิ์ ยังแสดงความยินดี และขอบคุณในความร่วมมือของภาคประชาชนที่เติบโตและเข้มแข็ง โดยขอให้ผลักดันการปฏิรูปร่วมกันต่อไป

นายไมตรี จงไกรจักร์ อนุกรรมาธิการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับชุมชน นำเสนอกรอบแนวทางของร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกเปิดเผยตามสื่อต่างๆ ให้ผู้เข้าร่วมเวทีพลังพลเมืองสู่การปฏิรูปอันดามัน เพื่อปรับความเข้าใจให้เท่าทันต่อกฎหมาย และรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้น ในด้านต่างๆ เช่น ด้านการเมือง การกระจายอำนาจ การตรวจสอบ การมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมทั้งนำเสนอกรอบความคิดของสมัชชาพลเมือง โครงสร้าง บทบาทหน้าที่ ระบบบริหารจัดการของสมัชชาพลเมือง รวมถึงการประมวลให้เห็นถึงข้อคำนึงหรือพึงตระหนัก ก่อนที่จะแบ่งกลุ่มระดมความเห็น ระบบตัวแทนหรือการสร้างขั้วอำนาจใหม่ของภาคประชาชน

นายรวี บ่อหนา สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองจังหวัดกระบี่ ใช้กระบวนการแบ่งกลุ่มย่อยของพลเมือง  3 จังหวัดอันดามันคละกันจำนวน 4 กลุ่ม ภายใต้โจทย์กลุ่มย่อย “สมัชชาพลเมืองที่อยากเห็น” มีข้อเสนอจากกลุ่มย่อย คือ ให้สมัชชาพลเมืองเป็นพื้นที่กลาง ที่มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน มีการทำงานด้านวิชาการเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้มแข็งของพลเมือง โดยอาศัยกลไกโครงสร้างสมัชชาพลเมือง ที่มีสมาชิกระดับตำบลและจังหวัด ที่มาจากกลุ่มองค์กรจากทุกภาคส่วน ท้องที่ ท้องถิ่น องค์กรรัฐในพื้นที่ องค์กรศาสนา และปราชญ์ชุมชนที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเลขา โดยให้มีสมาชิกสมัชชาพลเมืองจากระดับตำบลไม่เกิน 100 คน รวมปราชญ์ชุมชน ผู้รู้ ไม่เกิน 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมด และระดับจังหวัด ไม่เกิน 200 คน รวมปราชญ์ชุมชน ผู้รู้ ไม่เกิน 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดเช่นกัน และให้สมัชชาพลเมืองมีบทบาทอำนาจหน้าที่สามารถยับยั้งนโยบายสาธารณะผ่านกระบวนการทำประชามติเพื่อเสนอยกเลิกโครงการที่ส่งผลกระทบกับชุมชนในวงกว้างได้ รวมถึงจัดให้สมัชชาพลเมืองมีเบี้ยประชุมที่เหมาะสม มีการบริหารจัดการงบประมาณที่สนับสนุนกิจกรรมของสมัชชาพลเมืองโดยได้รับการอุดหนุนจากงบพัฒนาไม่น้อยกว่า 5% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีจากท้องถิ่นและจังหวัด และให้จัดตั้งสำนักงานเลขาในทุกระดับด้วย

หลังจบการนำเสนอกลุ่มย่อย น.ส.สายธาร ช่วยกาญจน์ กลุ่มยุวชนคนสร้างฝัน จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า “คนจะดี เพราะมีจิตใจดี สังคมจะดี เพราะมีผู้นำที่ดี ผู้นำที่ดี เพราะมีหลักการบริหารจัดการที่ดี”

รายงานโดย นายไมตรี จงไกรจักร์

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter