“ทำไมเราต้องทนกับปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ ผู้คนไร้มิตรภาพ แก่งแย่งชิงดีเพื่อความอยู่รอด ทั้งที่บ้านของเรายังมีพ่อแม่พี่น้องรออยู่ มีทรัพยากรที่สมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง เราจะกลับมาเพื่อร่วมสร้างชุมชนให้น่าอยู่ สร้างครอบครัวให้เข้มแข็ง พึ่งตนเองให้ได้ ให้เป็นรากฐานที่มั่นคนของประเทศเรา”
จากปัญหาวิกฤตของเกษตรกรจนทำให้รายย่อยอ่อนล้าพึ่งตนเองไม่ได้ ไม่คุ้มค่า ต้องสูญเสียที่ดินละทิ้งถิ่นฐาน ปล่อยให้คนชราและเด็กอยู่กันตามลำพังจนทำให้การพัฒนาในชนบทขาดพลัง แม้ปัจจุบันจะมีรูปธรรมความสำเร็จของการพึ่งตนเองได้ในรูปแบบต่างๆมากมายกระจายอยู่แทบทุกแห่งหนทั่วประเทศ แต่เมื่อเทียบกับเกษตรกรทั่วประเทศก็ถือว่าเป็นส่วนน้อยมาก การส่งเสริม สนับสนุน การแก้ไขยังคนคงตามการขยายตัวของปัญหาไม่ทัน ยังไม่สามารถร่วมไม้ร่วมมือหรือบูรณาการ ผนึกกำลังจนได้พลังมากพอถึงขั้นที่พลิกฟื้นวิกฤติได้ ภาคส่วนต่างๆจึงร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนโครงการ “คนกล้าคืนถิ่น”เพื่อสร้างต้นแบบการใช้ชีวิตแบบพึ่งตนเองได้อย่างมั่นคงพอเพียงสมดุลกับการใช้ทรัพยากรที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิผลและสอดคล้องกับกระแสสังคมที่หมดหวังกับความสุดโต่งของความเจริญด้านวัตถุในปัจจุบัน เพื่อกลับไปเป็นต้นแบบและเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่น
ในระหว่างวันที่ ๓-๗ เมษายน ๒๕๕๘ กลุ่มคนกล้าคืนถิ่น รุ่นที่๑ รอบที่๒ จำนวน ๒๙ คน จากจังหวัดสุรินทร์ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ได้ร่วมเรียนรู้ระบบชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองตำบลหนองแคน โดยใช้การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ลงมือทำจริง เรียนรู้การพึ่งตนเองในระดับครอบครัว พึ่งพากันในระดับชุมชน ซึ่งมีศูนย์เรียนรู้เฉลิมพระเกียรติตำบลหนองแคน เป็นศูนย์หลักในการจัดการการเรียนรู้และมีการเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้ให้ทีมคนกล้าคืนถิ่นได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ เช่น เทคนิคการปรับปรุงดิน การทำเกษตรผสมผสาน การทำนำหมักจุลินทรีย์ การทำน้ำยาเอนกประสงค์ การทำปุ๋ยหมัก การเพาะเห็ด และเทคนิคการเลี้ยงปศุสัตว์อินทรีย์ การเลี้ยงหมูหลุม และยังได้มีการใช้ชีวิตแบบพึ่งตนเอง การหาอาหารจากธรรมชาติ การเรียนรู้วิถีชุมชนแบบพอเพียง ซึ่งทำให้เหล่าคนกล้าได้เกิดแรงบันดานใจที่จะกลับมาพัฒนาฟื้นฟูที่นา ที่ดินของตัวเอง กลับมาพึ่งตนเอง สร้างชุมชนให้น่าอยู่ ฟื้นวิถีชุมชน สร้างการพึ่งพากัน สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ขนาดใหญ่เพื่อช่วยเหลือกัน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนพึ่งตนเองได้ตลอดไป
นางสาวภัทรานิษฐ์ รุ่งรุจอมรพัฒน์ หรือ “พี่ปู คนกล้า” เราอาศัยและทำงานอยู่กรุงเทพทั้งครอบครัว เหตุผลที่ต้องการคืนถิ่น “เราอยากมีชีวิตที่มั่นคง และยั่งยืนเพื่อตัวเราเองและลูกหลาน เพราะเล็งเห็นแล้วว่าสถานการณ์ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครไม่มั่นคงพอที่เราจะฝากชีวิตไว้ได้ ยกตัวอย่างพอเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นที่กรุงเทพเราจะหาอาหารกินแทบไม่ได้ คือไม่มีความมั่นคงทางอาหารเลย จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องเรียนรู้ หาประสบการณ์ สร้างความมั่นคงเพื่อเราและครอบครัว โครงการนี้เรามั่นใจว่า ทำให้เรามีทิศทาง มาวิธีการในการพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนแน่นอน”
ว่าที่ร้อยตรียงยุทธ์ เมฆวิมานรัตน์ หรือ “พี่ยุทธ คนกล้า” “ผมเป็นคนสระบุรี อาศัยอยู่ที่กรุงเทพตั้งแต่ยังเด็ก ปัจจุบันมีครอบครัวเป็นคนร้อยเอ็ด ชีวิตในกรุงเทพลำบากมาก ต้องอยู่ด้วยเงิน ไม่มีเงินก็อยู่ไม่ได้ ชีวิตชาวกรุงเทพเป็นชีวิตที่ลำบากครับยิ่งอยู่ ยิ่งแย่ อากาศก็ไม่ดี อาหารก็ไม่ดี ผมเปิดร้านแอร์รับติดตั้งและซ่อมแอร์บ้านและ โรงงาน หาเงินได้เยอะ แต่ก็ไม่มีเหลือ ผมจึงคิดว่าเรากลับไปอยู่บ้านดีกว่า อากาศก็ดี ปลูกข้าวกินเอง ปลูกผักกินเอง จึงต้องเรียนรู้เรื่องพวกนี้จากโครงการ และที่สำคัญเรามีเครือข่ายขนาดใหญ่ที่คอยช่วยเหลือเราทุกเรื่อง ดีใจครับที่มีโอกาสในครั้งนี้ ผมมีแนวทาง และรูปแบบในการพึ่งตนเองแล้ว ครอบครัวพร้อมแล้ว พร้อมลงมือทำทันทีครับ”
จากปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ลูกหลานชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ พันกว่าชีวิตโดยการเรียนรู้ผ่านโครงการ “คนกล้าคืนถิ่น” ซึ่งผู้ที่ผ่านกระบวนการ บ่มเพาะ หนุนเสริมร่วมคิด พาลงมือทำและติดตามจนสัมฤทธิ์ผล จะได้นำเอาสิ่งที่ได้ทดลอง ลงมือทำจริงเป็นประสบการณ์ตรงไปต่อยอดสร้างการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมในชุมชนท้องถิ่นต่อไป










