เมื่อวันที่ 5-6 พฤษภาคม 2558 เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน ร่วมกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย,เชียงใหม่ ส่วนราชการจังหวัดเชียงราย และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงราย ได้จัดงาน “1 ปี แผ่นดินไหวสู่การจัดการภัยพิบัติในเชียงราย” โดยมีตัวแทนจากทุกฝ่ายมาเข้าร่วมงานทั้งสองวันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง
โดยช่วงเช้าของวันที่ 5 พฤษภาคม 2558 เครือข่ายภาคประชาชนและทุกหน่วยงานร่วมจัด ได้จัดขบวนรถยนต์ประมาณ 30 คัน เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์และตั้งขบวนผ้าป่าจากที่ว่าการอำเภอแม่สรวย มุ่งหน้าไปยังโรงเรียนสันกลางราษฎร์พัฒนา (ข้างวัดแม่สรวยหลวง) เพื่อระดมทุนสร้างพระพุทธรูปนั่งของวัดแม่สรวยหลวง แทนองค์เดิมที่ล้มลงเพราะเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปีที่แล้ว และเงินกองทุนอีกส่วนจะได้มอบให้กับประชาชนชาวเนปาลที่ประสบภัยแผ่นดินไหวในปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา
จากนั้น งานเวทีรำลึก 1 ปี แผ่นดินไหวเชียงราย ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุมของโรงเรียนสันกลางราษฎร์พัฒนา โดย นางภัทราวดี ปัญญาบุญ นายอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ได้กล่าวต้อนรับ และ นางเตือนใจ ดีเทศน์ ประธานเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติจังหวัดเชียงราย จึงได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ซึ่งมี 4 วัตถุประสงค์หลักคือ 1) ทบทวนเหตุการณ์ความสูญเสีย ผู้ประสบเหตุการณ์ได้ร่วมระลึกถึง และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่คนในพื้นที่ประสบภัย 2) เป็นการสรุปบทเรียนและเสนอผลการดำเนินงาน และผลการแก้ไขปัญห กรณีที่เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหว โดยขบวนชุมชนและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง 3)เพื่อสรุปแนวทางการเตรียมการและการเตรียมความพร้อมของชุมชนในการแก้ไขปัญหาเบื้องตนและในการวางแผนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว 4) เป็นการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประสบภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา
โดยหวังว่า การจัดเวที “รำลึกแผ่นดินไหว” ที่เกิดขึ้น ครบ 1 ปี ในครั้งนี้ จะได้เป็นการร่วมกันย้อนความทรงจำ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีร่วมกัน
จากนั้น นายประนอม เชิมชัยภูมิ ประธานเครือข่ายสภาองค์การชุมชนจังหวัดเชียงราย และ นางประไพ เกศรา ตัวแทนเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชนจังหวัดเชียงราย ได้รายงานผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติจังหวัดเชียงราย โดยกล่าวว่า สถานการณ์ดินไหว แผ่นดินไหว ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 เวลา 18.08 นาฬิกา มีขนาดแผ่นดินไหวในระดับ 6.3 แมกนิจูด ถือว่าเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี ซึ่งเครือข่ายฯ ได้จัดทำฐานข้อมูลผู้เดือดร้อน รวม 3,009 หลังคาเรือน และสามารถดำเนินการซ่อมสร้างได้ 1,629 หลังคาเรือน และมีศูนย์การจัดการภัยพิบัติของชุมชนในระดับตำบล โดยเป็นการทำหน้าที่ในการกระจายและแบ่งปันของบริจาคในชุมชนได้อย่างทั่วถึง และเกิดศูนย์การจัดการภัยพิบัติในระดับจังหวัด เกิดเครือข่ายช่างชุมชน “สล่าชุมชน” ซึ่งเป็นช่างที่มีจิตอาสา มาร่วมกันในการทำงานในการแก้ปัญหาให้ชุมชน เกิดกองทุนภัยพิบัติในระดับตำบล เครือข่ายภัยพิบัติ มุ่งหวังว่ากองทุนนี้ จะเป็นกองทุนตั้งต้น ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาได้โดยชุมชน
สิ่งที่กล่าวมาแล้วนี้ ถือเป็นรายงานผลการดำเนินงานของชุมชน ที่ดำเนินการมาในระยะเวลา 1 ปี และการดำเนินงานของเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน ได้ดำเนินการเป็นภาคีเครือข่ายโดย ไทยพีบีเอส มาร่วมระดมทุนและดำเนินการในการซ่อมสร้าง ซึ่งได้เข้ามาร่วมดำเนินการในช่วงแรกๆ ที่เกิดเหตุการณ์ และช่วยผู้ประสบภัย กว่า 1,000 ครอบครัว วัด และโรงเรียน มีการดำเนินงานโดยการเชื่อมโยงการทำงานกับเครือข่ายที่หลากหลาย มีเรื่องของการฟื้นฟูจิตใจ โดยการจัดคอนเสิร์ตภาคเอกชน เป็นคอนเสิร์ตระดมทุน ช่วยคนบนรอยเลื่อน ณ พื้นที่สวนตุงและโคม การจัดกิจกรรมเพื่อการเรียกขวัญกำลังใจ โดยการจัดการสวดมหาสันติงหลวง การระดมอาสาสมัคร เพื่อฟื้นขวัญกำลังใจในชุมชน การดำเนินงานร่วมกับสถาบันการศึกษา ในการสร้างห้องเรียนในพื้นที่ การเชื่อมโยงเรื่องการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้การจัดการภัยพิบัติ การสำรวจวัดที่ได้รับความเสียหาย มีอาสาสมัครภาคสังคมในการดำเนินการ โดยร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา ระดมคนในการร่วมกันจัดห้องเรียน ดำเนินการร่วมกับ ท่าน ว.วชิรเมธี ไร่เชิญตะวันในการซ่อมแซมวัดจำนวน 28 วัดสิ่งที่ดำเนินการไม่ได้สูญหายไป แต่เป็นร่องรอยในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา ในการดำเนินการ และ เครือข่ายสถาบัน AIT ในการให้ความรู้เรื่องการจัดการภัยพิบัติทุกเรื่อง
จากนั้น เวทีเสวนา หัวข้อ “บทเรียนการเรียนรู้ ครบรอบ ๑ ปี เหตุการณ์แผ่นดินไหวจังหวัดเชียงราย” จึงได้เริ่มขึ้น ผู้แทนพื้นที่ตำบลแม่สรวยและพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ได้แก่ นายยาพี จูเปาะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวาวี รองศาสตราจารย์สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ มูลนิธิมดชนะภัย นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางเตือนใจ ดีเทศน์ เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน จ.เชียงราย นายประนอม เชิมชัยภูมิ ประธานเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย นายอัมพร แก้วหนู ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน โดยมี นายธนภณ เมืองเฉลิม เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ดำเนินรายการ
และช่วงบ่าย ได้แบ่งกลุ่มย่อยผู้เข้าร่วมงาน ได้ร่วมสรุปบทเรียนจากการจัดการภัยพิบัติในปีที่ผ่านมาและข้อเสนอแนะจากภาคประชาชน
ในช่วงเย็น เครือข่ายจัดการภัยพิบัติภาคประชาชนจังหวัดเชียงรายได้ร่วมกับถวายผ้าป่าให้กับวัดแม่สรวยหลวง และจากนั้นได้จัดกิจกรรม จุดเทียนส่งพลังใจให้พี่น้องชาวเนปาลที่ประสบภัยพิบัติอย่างหนักจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา (Pray for Nepal) พร้อมทั้งได้มอบกองทุนสมทบความช่วยเหลือให้พี่น้องชาวเนปาล โดยก่อนการจุดเทียน นายประนอม เชิมชัยภูมิ ได้กล่าวแสดงเจตนารมณ์ของเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชนจังหวัดเชียงราย (โดยมีใจความการประกาศเจตนารมณ์ดังข้อความด้านล่างสุด)
ขณะที่วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 งาน “ 1ปี แผ่นดินไหว สู่การจัดการภัยพิบัติในเชียงราย” ได้จัดงานเสวนาภาควิชาการ โดยเป็นการทบทวน สรุปบทเรียน และข้อเสนอเชิงนโยบายของภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจัดที่ห้องประชุมธรรมลังกา ศาลากลาง จังหวัดเชียงราย และช่วงบ่ายรายการเวทีสาธารณะ ซึ่งมีพิธีกรดำเนินรายการ คือ คุณ ณาตยา แวววีรคุปต์ ได้มาเปิดเวทีที่ศาลากลางโดยเชิญผู้เกี่ยวข้องมากล่าวถึงการทบทวนบทเรียนและข้อเสนอต่างๆ ต่อการจัดการภัยพิบัติโดยเฉพาะเหตุการณ์แผ่นดินไหว
คำประกาศรำลึกแผ่นดินไหว จากเชียงรายถึงเนปาล
พี่น้องประชาชนเชียงรายที่เคารพ เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์แผ่นดินไหวจังหวัดเชียงราย เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนและเครือข่ายจัดการภันพิบัติภาคประชาชน ขอประกาศว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม เวลา 18.08 น. ขณะที่หลายคนกำลังเดินทางออกจากที่ทำงานเพื่อกลับบ้าน และหลายคนกำลังนั่งรับประทานอาหาร ผู้คนแตกตื่นโกลาหลจากการไหวตัวอย่างรุนแรงของแม่พระธรณี ขนาดแผ่นดินไหว 6.3 ตามมาตราริกเตอร์ ก่อให้เกิดความรุนแรงต่ออาคารบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมากมายมหาศาล หลายชีวิตตกอยู่ในสภาพตื่นกลัว หวาดผวา กังวลต่อความปลอดภัยของผู้คนรอบข้าง ขณะที่สื่อโทรทัศน์หลายช่องรายงานสดตรงกันว่า เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรง โดยมีศูนย์กลางที่จังหวัดเชียงราย พบว่ามีความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินประชาชน ขณะเดียวกันได้เกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาติดๆ หลายร้อยครั้ง สื่อโทรทัศน์เริ่มรายงานความเสียหายออกสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง พี่น้องประชาชนที่ตั้งสติได้โทรศัพท์ถามไถ่ความเสียหายกับญาติพี่น้องในพื้นที่ต่างๆ พี่น้องประชาชนหลายชุมชนไม่สามารถกลับเข้าไปในที่พักอาศัยได้อย่างเป็นปกติ การจัดตั้งศูนย์หลบภัยชั่วคราว จึงเกิดขึ้นด้วยความทุ่มเทจิตใจ เสียสละ ดูแลกันในฐานะประชาชนต่อประชาชน ไม่แยกสี ไม่แบ่งฝ่าย ไม่แบ่งชั้นวรรณะ ทุกคนคือผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน ชะตากรรมที่เกิดจากธรรมชาติกระทำต่อมนุษย์และเป็นชะตากรรมที่อยู่เหนือนอกจากความควบคุมของมนุษย์
วันที่ 5 เมษายน 2558 เวลา 13.12 น. (ตามเวลาในประเทศไทย) ได้เกิดโศกนาฏกรรมต่อมวลมนุษชาติอีกครั้ง สื่อมวลชนรายงานตรงกันว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.9 ตามมาตราริกเตอร์ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองกังต๊อก เมืองเอกรัฐสิกขิม ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราว 60 กิโลเมตร โดยสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อประเทศเพื่อนบ้านถึง 3 ประเทศ คือ ประเทศภูฏาน ประเทศเนปาล และประเทศบังคลาเทศ เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับเมืองหลวงของเนปาล คือ กรุงกาฐมัณฑุ เสียหายเป็นอย่างมาก โดยล่าสุดพบว่า มรดกโลกหลายแห่งของโลกพังพาบลงกับตา มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้มากกว่า 6,000 คน
จากเชียงรายถึงเนปาล จาก 6.3 ตามมาตราริกเตอร์ ถึง 7.9 ตามมาตราริกเตอร์ ไม่ได้อยู่นอกเหนือจากความคาดการณ์สถานการณ์ ของข้อเท็จจริงแห่งความเปลี่ยนแปลงของโลก ทุกอย่างดำเนินไปตามภาวะวิสัยของแต่ละด้าน ความเปลี่ยนแปลงไม่เคยหยุดนิ่งฉันใด ความรุนแรงทางสิ่งแวดล้อมก็รุนแรงไปเรื่อยๆ ฉันนั้น จากเชียงรายถึงเนปาลจึงทางออกที่สำคัญ คือ มนุษยชาติของโลกใบนี้จะต้องเรียนรู้ร่วมกัน จากความรุนแรงหายที่เกิดจากธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างรู้เท่าทัน ขอให้มวลมนุษยชาติทั้งผอง เลิกแบ่งสีผิว เลิกแบ่งเชื้อชาติ เลิกแบ่งรัฐชาติ จับมือสามัคคีกัน สร้างโลกใบใหม่ที่อยู่ร่วมกันกับธรรมชาติอย่างเคารพ อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน และพึ่งพากัน
ด้วยรักและเคารพต่อธรรมชาติและมวลมนุษยชาติ
5 พฤษภาคม 2558




