"บ้านคือวิมานของเรา" หลายคนคงคุ้นเคยกับคำพูดประโยคนี้ดี จะลำบากยากเข็ญขนาดไหนขอเรามีที่ซุกหัวนอนเป็นของตนเองก็เสมือนว่าเรามีวิมานแล้ว แม้หลายคนที่ร่ำรวยอาจมองไม่เห็นความสำคัญ แต่คนกลุ่มหนึ่งที่บ้านนาสารฝันมานานสำหรับบ้านที่เป็นของตัวเอง และแล้วเหมือนฟ้ามาโปรดเมื่อ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ บ้านมั่นคงเมืองนาสารจึงได้ เกิดขึ้น
อำเภอบ้านนาสาร หนึ่งในสิบเก้าอำเภอของสุราษฎร์ธานี ที่คนส่วนใหญ่รู้จักในเรื่องของผลไม้ เงาะโรงเรียนบ้านนาสาร อาชีพของคนที่นี่ได้เปลี่ยนจากการทำสวนเงาะมาเป็นสวนยางเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังพอมีให้เห็นทุกปีจะมีการจัดงานวันเงาะนาสาร แม้ว่าประชากรส่วนใหญ่มีที่ดินเป็นของตัวเอง แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังต้องเช่าบ้านอยู่ บางคนบางกลุ่มยังอาศัยที่สาธารณะ ที่รถไฟปลูกเพิงพักพอได้อาศัยไปวันวัน เทศบาลเมืองนาสารในฐานะผู้รับผิดชอบความเป็นอยู่ของประชากรได้ตระหนักในเรื่องนี้จึงหาวิธีที่จะทำให้คนเหล่านี้มีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตัวเอง
๒๕๔๘ นายกเทศมนตรีเมืองนาสารและนักพัฒนาชุมชนได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ ความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการพัฒนาชุมชนแออัด ณ ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล หลังจากนั้นได้กลับมานำเสนอหลักการโครงการบ้านมั่นคง ในที่ประชุมผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลเมืองนาสาร โดยมีผู้เข้าร่วมทั้ง ๒๔ ชุมชน และมีผู้ประสงค์เข้าร่วมโครงการจำนวน ๔๗๔ ครัวเรือนและได้ร่วมกันกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขสำหรับการเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง
นายสุขสันต์ ตั้งสถาพร ประธานบ้านมั่นคงเล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกยุ่งยากพอสมควร เพราะทุกคนทุกครัวเรือนก็อยากได้บ้าน แต่การกำหนดเงื่อนไขทำให้หลายครัวเรือนขาดคุณสมบัติไม้สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เช่นมีที่อยู่แล้วแต่ไม่มั่นคงแข็งแรง หรือไม่ได้อยู่ในพื้นที่รถไฟหรือที่สาธารณะหรือหลายคนไม่ได้มีชื่ออยู่ในเขตเทศบาลเมืองนาสารเป็นคนจากที่อื่นแต่มาอาศัยทำมาหากิน เรื่องเหล่านี้จึงทำให้เราคัดผู้มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ของเราเพียง ๑๕๘ ครัวเรือนเท่านั้น ประธานบ้านมั่นคงยังบอกกับเราอีกว่านอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่องการเงินและการจัดการโชคดี เราได้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเป็นทั้งที่ปรึกษาและแหล่งเงิน โครงการของเราจึงผ่านไปได้ด้วยดี
ในระยะแรกกลุ่มได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นกลุ่มออมทรัพย์ให้สมาชิกได้ออมเงินทั้งเงินหุ้น เงินสวัสดิการ และออมเงินประกันความเสี่ยงรายปีด้วยหลังจากนั้นคณะทำงานได้ร่วมกันจัดหาซื้อที่ดินได้จำนวน ๑๘ ไร่บริเวณบ้านห้วยมุดเป็นที่ของเอกชน โดยซื้อในราคา ๔,๑๔๐,๐๐๐ บาท โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ให้สินเชื่อจำนวน ๒,๗๐๐,๐๐๐ บาท ที่เหลือ ๑,๔๔๐,๐๐๐ บาท ผู้ร่วมโครงการจ่ายสมทบ
ในที่สุดบ้านมั่นคงเมืองนาสาร ก็ได้ก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อยสมตามเจตนารมของพี่น้องผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยจัดพิธีเปิดอย่างสมเกียรติโดย นายประเสริฐ จิตมุ่ง ปลัดจังหวัด เดินทางมาเป็นประธานในพิธีแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อ ๒๑-๒๒ เมษายน ๒๕๕๘ ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น ๔๒,๐๙๑,๙๘๗ บาท เป็นค่าที่ดิน ๔,๑๔๐,๐๐๐ บาท ค่าก่อสร้าง ๒๕,๐๖๓,๐๐๐ บาท และค่าสาธารณูปโภคทั้งสิ้น ๑๒,๘๘๘,๙๘๗ บาท และนี่เป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นโบว์แดงที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน คืนความสุขให้กับชุมชน และคงมีอีกมายมายหลายแห่งที่กำลังรอความช่วยเหลือคงจะต้องเดินหน้ากันต่อไป ในฐานะที่เป็นองค์ของประชาชน สำหรับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)




