เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2558 คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ร่วมกับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สถาบันพระปกเกล้า และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดโครงการสัมมนา เรื่อง การเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ
โดยเครือข่ายองค์กรชุมชนและประชาสังคมต่างๆ ในภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑล และ ตะวันออก 12 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และ ตราด ได้ยืนยันข้อเสนอขอภาคประชาชนต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกรร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
จากเอกสารเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญเราพบว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ให้ความสำคัญต่อหลักการและสาระสำคัญของภาคประชาชนทั้งได้นำเขียนบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญหลายมาตรา หลักการและสาระสำคัญที่จัดว่าเป็นเจตนารมณ์สำคัญของภาคประชาชน ประกอบด้วย การเสนอแนวทางการปฏิรูปด้านต่างๆเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างโอกาส และ ความยุติธรรมในสังคม การปราบทุจริตคอรัปชั่น การเพิ่มประสิทธิภาพระบบราชการ ในเชิงโครงสร้าง ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความเสมอภาคและการดูแลคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมทั่วถึง การเพิ่มสิทธิชุมชนท้องถิ่นในการกำหนดการพัฒนา การเพิ่มระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการบ้านเมืองและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ให้มีระบบการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง ลดการผูกขาดอำนาจการบริหารราชการส่วนกลาง กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ให้ความเคารพต่อการรับฟังเสียงประชาชน
เมื่อแรกเริ่มการปฏิรูป ผู้นำในสภาปฏิรูปแห่งชาติได้เคยกล่าวกับสังคมไว้ว่า การปฏิรูปและรัฐธรรมนูญจะต้องยึดโยงกับประชาชน จะต้องฟังเสียงประชาชน หากย้อนหลังก็คงจำได้ว่า การปฏิรูปครั้งนี้เกิดจากเสียงเรียกร้องต้องการของประชาชน ที่ไม่อยากเห็นการบริหารจัดการบ้านเมืองของนักการเมืองและข้าราชการที่ผูกขาดอำนาจและไม่ฟังความคิดเห็นประชาชน ที่เป็นบ่อเกิดนำมาซึ่งระบบการทุจริตคอรัปชั่นโกงกิน การเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่จนเกิดเป็นความเหลื่อมล้ำทางทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างวงกว้าง ที่รัฐบาลแต่ละยุคสมัยไม่สามารถแก้ปัญหาที่สะสมได้ด้วยระบบกลไกและโครงสร้างเดิมๆ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงปัจจุบัน ที่ได้มีการขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญจาก 9 กลุ่ม กลับพบว่าเนื้อหาสาระสำคัญๆที่เป็นเจตนารมณ์และเป็นความต้องการของประชาชนให้บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญได้ขาดหายไป หลายส่วนถูกตัดทิ้ง และที่น่าห่วงใยที่สุดก็คือ หมวดว่าด้วยการปฏิรูปประเทศกำลังจะถูกยกเลิกไม่นำบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยทั้งหมดนี้ ประชาชนทั้งประเทศไม่มีโอกาสได้ถกเถียงแลกเปลี่ยนความคิดใดๆได้อีก
ในวาระสุดท้ายก่อนเส้นทางการปฏิรูปจะสิ้นสุดลง เครือข่ายองค์กรชุมชนและประชาสังคมต่างๆ ในภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑล และ ตะวันออก 12 จังหวัด จึงขอยืนยันข้อเสนอหลักการและสาระสำคัญของภาคประชาชนให้ได้รับการบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญต่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังนี้
- ขอยืนยันการเพิ่มพื้นที่ประชาธิปไตยทางตรง ให้บทบาทประชาชนพลเมืองได้มีสิทธิและมีส่วนร่วมตัดสินใจในการพัฒนาบ้านเมืองและชุมชนท้องถิ่น
- ขอยืนยันการมีพื้นที่กลางของประชาชนพลเมืองเพื่อใช้ในการกำหนดอนาคตการพัฒนาจังหวัดและชุมชนท้องถิ่นร่วมกัน รวมทั้งเป็นพื้นที่กลางสำหรับการสร้างความปรองดองของคนในชาติ ด้วยการมีสมัชชาพลเมืองตามความพร้อม
- ขอยืนยันหลักการให้มีการกระจายอำนาจตลอดถึงการคลัง รวมทั้งส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นให้สามารถดูแลชุมชนท้องถิ่นได้ด้วยคนในชุมชนท้องถิ่นเอง
- ขอยืนยันให้มีที่มาของวุฒิสภาผสมผสานทั้งแบบระบบพื้นที่และตามกลุ่มอาชีพ ด้วยวิธีการเลือกตั้งกันเองของประชาชน
- ขอยืนยันให้คงไว้ซึ่งกลไกสำคัญของประชาชนไว้ในรัฐธรรมนูญ อาทิเช่น องค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค องค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ ขอยืนยันให้มีกลไกตรวจสอบติดตามการทำงานของผู้นำทางการเมืองทุกระดับและทั้งระบบ ทั้งยกระดับให้มีบทบาทที่สูงขึ้นมีประสิทธิภาพและยึดโยงอยู่กับผลประโยชน์ประชาชน
- ขอยืนยันให้กำหนดการปฏิรูปต่างๆไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนและเกิดรูปธรรม มีคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปที่ยึดโยงกับประชาชน และ ให้ประชาชนทุกกลุ่มในจังหวัดมีบทบาทในการปฏิรูป
ขอขอบคุณข้อมูล และภาพจาก อ.จำรูญ สวยดี








