ตำบลอีง่อง อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ดมี ๙ หมู่บ้าน ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอ ๑๕ กิโลเมตร เป็นชุมชนขนาดเล็กประกอบอาชีพทำนาส่วนใหญ่ ร้อยละ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ มีอาชีพเสริมทำงานรับจ้างทั่วไป ส่วนที่รับราชการทำงานประจำก็มีเล็กน้อย หลังการทำไร่นา เวลาว่างชาวบ้านก็มักจะเดินทางเข้าป่าชุมชน ป่าใหญ่ของชุมชน เพื่อออกหาเก็บของป่า เก็บเห็ดที่เกิดขึ้นเองโดยตามธรรมชาตินำมาประกอบอาหารในครัวเรือน
แรกเริ่มเดิมทีการก่อตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอีง่อง ตั้งขึ้นในอปี พ.ศ.๒๕๕๔ โดยมีคณะผู้บริหารนำหลักการ จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด มาดำเนินการเริ่มจัดตั้งก่อตั้งขึ้นในตำบลอีง่อง มีเจ้าหน้าที่ พนักงาน อบต.ร่วมขับเคลื่อนแนะนำดำเนินการช่วย การจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกนั้น แรกเกิด ป่วยนอนโรงพยาบาล กรณีเสียชีวิตตาย ทำความเข้าใจกับแกนนำชุมชน ผู้ใหญ่บ้านทุกๆหมู่บ้าน โดยมีการแบ่งการทำงานให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม แต่งตั้งชาวบ้านมาเป็นคณะทำงานประจำชุมชน หมู่บ้าน ล่ะ ๕ คน พร้อมยกมาเป็นคณะทำงานในระดับตำบลอีง่อง
ซึ่งในปัจจุบันมีเงินกองทุนมีเงินประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าบาท มีสมาชิก ๗๕๐ คน โดยมี นายพิชิต หอมพุ่ง ทำหน้าที่ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอีง่อง ควบคู่ตำแหน่งนายก องค์การบริหารส่วนตำบลอีง่อง มีประชากร ๔,๓๕๖ คน จำนวนครอบครัว ๑,๐๒๐ ครัวเรือน กองทุนจัดการประชุมคณะทำงานในรอบปีละ ๔ ครั้ง วันนี้คณะกรรมการกองทุน ออกเยี่ยมสมาชิกกองทุนและได้นำของขวัญสำหรับเด็กแรกเกิดเครื่องใช้ชุดประจำสำหรับเด็กแรกเกิด และเงินสวัสดิการค่าคลอดบุตร เพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่สมาชิกทั้งครอบครัวนำมามอบถึงบ้าน
นายพิชิต หอมพุ่ง กล่าวว่า ในทุกๆ ๓ เดือน จะมีการเปิดรับสมาชิกเข้ากองทุนเพิ่มใหม่ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจ หรือผู้ที่ยังไม่พร้อมแรกเริ่มต้นปีที่จะเข้ามาสู่การเป็นสมาชิกของกองทุน อาจจะไม่พร้อมทางสถานะครอบครัวการเงินในระยะหนึ่ง เราก็ให้โอกาสรอคอยให้ประชาชนทั่วไปในตำบลมาสมัครได้อีกในรอบ ๓ เดือนต่อมา เพื่อเข้าสู่กองทุนในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งจัดสวัสดิการปกติ คือ แรกเกิด คลอดบุตร ๕๐๐ บาท และของขวัญเครื่องใช้สำหรับเด็กแรกเกิด มูลค่า ๕๐๐ บาท เมื่อถึงเวลาเจ็บป่วยไม่สบาย เวลาป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลนอนค้างคืน วันละ ๑๐๐ บาท แต่ทั้งนี้ในรอบหนึ่งปีให้ได้ไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท ส่วนกรณีที่เสียชีวิต สมาชิกกองทุนในช่วงระยะ ๑ ปี ๒,๕๐๐ บาท ผ่าน ๒ ปี ๔,๐๐๐ บาท ผ่าน ๓ ปี ๖,๐๐๐ บาท ผ่าน ๔ ปี ๘,๐๐๐ บาท ผ่าน ๕ ปี ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่าน ๖ ปี ๑๒,๐๐๐ บาท ผ่าน ๗ ปี ๑๔,๐๐๐ บาท ผ่าน ๗ ปี ๑๖,๐๐๐ บาท ผ่าน ๘ ปี ๑๘,๐๐๐ บาท ผ่าน ๙ ปีขึ้นไป ๒๐,๐๐๐ บาท
นายพิชิต หอมพุ่ง เปิดเผยว่า ในส่วนของ อบต.อีง่อง มีการส่งเสริมอาชีพจัดสรรงบประมาณเข้าอุดหนุนกลุ่มอาชีพเป็นหมู่บ้าน โครงการตำบลต้นแบบ ในปี ๒๕๕๔ ทำที่บ้านสวนมอญ ส่งเสริมกลุ่มทอผ้าไหม มีการทอผ้าไหมลายสวยงาม ลาดลายสาเกษนคร ทำให้ก่อเกิดรายได้ในครอบครัว และทางอบต.อีง่อง มีเงินสนับสนุนให้อุดหนุนแต่ล่ะกลุ่มสร้างกลุ่มอาชีพ นำเศษผ้ามาแปรรูปต่างๆ หมู่ที่ ๑ ทำการแปรรูปผ้า พรมเท้า หมู่ที่ ๒ ทำผ้าหุ่ม หมู่ที่ ๓ ส่งเสริมให้มีการทอจาก ต้นกก ทำเสื่อ ผลิตเสื่อ หมู่ที่ ๔ เลี้ยงไหม ทอผ้าไหม รายได้ต่อปี ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท สร้างให้กลุ่มอาชีพชาวบ้านรอบปี ทั้งนี้ดูความเหมาะสมของแต่ล่ะหมู่บ้านที่ต้องการทำกลุ่มอาชีพ หมู่ที่ ๕ เลี้ยงกบ เลี้ยงส่งขายตลาดในชุมชนตัวเมือง หมู่ที่ ๖ เลี้ยงจิ้งหรีด ขายเพื่อส่งออก หมู่ที่ ๗ ทำปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ดขายภายในตำบล หมู่ที่ ๘ ทำกลุ่มอาชีพเกี่ยวกับดอกไม้ส่งออกขายให้ทาง กทม. ซึ่งก่อเกิดรายได้รายบุคคล ๓๐๐ บาท หมู่ ๙ ทำเรื่องไร่นาสวนผสม สร้างเศรษฐกิจพอเพียงปลูกพืชผักสวนครัวรอบรั้วกินได้ ปลูกผักหลังบ้าน ตำบลอีง่องเป็นตำบลขนาดเล็ก ในอำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด มีรายได้ประมาณ ๑๗ ล้าน มีป่าชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ ๓ แห่ง คอบคุมพื้นในตำบล ๑.ทุ่งดอกกระเจียว ๓๕๐ ไร่ ๒.ดงหนองม่วง ๑,๐๔๔ ไร่ ๓.ดงบ้านแต้ ๘๖๒ ไร่ อบต.อีง่อง ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ เราได้รับรางวัลตำบลเขียวขจี ศูนย์อนามัยที่ ๖ ขอนแก่น รางวัลโล่เกียรติยศ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นศูนย์ต้นแบบของอำเภอจตุรพิตรมาน เป็นในจังหวัดร้อยเอ็ด เคยได้รับรางวัล ๕๐๐,๐๐๐ บาท ยังเป็นศูนย์ที่จังหวัดร้อยเอ็ดให้มาศึกษาดูได้งานตลอด
ทางด้านกำนันศักดิ์ศรี คณะเจริญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้แนะนำชาวบ้านดำเนินสู่วิถีชีวิตพอเพียงตามเศรษฐกิจ พยายามอธิบายกับชาวบ้านแต่ล่ะชุมชนให้น้อมนำเอาหลักปรัชญาในหลวง ให้ชาวบ้านเลี้ยงไก่ เลี้ยงกบ มีสวนหลังบ้าน มีอาหารแหล่งผลิตอาหารในครัวเรือน ให้มีสุขภาพดี ปอดภัยจากสารเคมี ประหยัดค่าใช้จ่ายครอบครัว ในระยะ ๓ ปี วิธีคิดชักชวนชาวบ้านสู่แผนแม่บทชุมชน มาเป็นเครื่องมือจัดสู่ระบบ ให้มีเหตุให้มีผล ในปี ๒๕๕๕ ทาง สาธารณสุขหมออนามัย มีการส่งหมู่บ้านเข้าประกวดเมื่อรับรางวัลต้นแบบชุมชน รางวัลเงิน ๕,๐๐๐ บาท เพื่อนำมาพัฒนาชุมชนต่อ
ทุนในชุมชนเป็นการค้นหาค้นพบในการเรียนรู้ชาวบ้าน ค้นหาศักยภาพในชุมชน ทุนทรัพยากรธรรมชาติ ทุนทางสังคม วัฒนธรรม ประเพณี ค้นพบชุมชนสู่การขับเคลื่อน จากชุมชน ขบวนการเรียนรู้ ยึดหลักยุทธศาสตร์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าใจเข้าถึงการพัฒนา เขาใจปัญหาชุมชน เข้าถึงความต้อง เข้าใจชุมชนทำงานมีขั้นตอนมีระบบจากเล็กไปใหญ่ เมื่อชาวบ้านสวนมอญได้รับรางวัลเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ เราจะมีศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชน ตำบลอีง่อง ซึ่งกำนันเองเป็นประธานดำเนินการศูนย์สร้างเครือข่ายออกสู่หมู่บ้านในตำบล มีการประชุม มีการขับเคลื่อนผู้นำชุมชน ทั้ง ๙ หมู่บ้าน สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงในตำบลอีง่อง เกิดจากขบวนคิดของชาวบ้านเมื่อทุกคนยอมรับปฏิบัติเห็นพ้องพร้อมกันทุกๆหมู่ มีครอบครัวต้นแบบ ๓๐ ครอบครัว สู่การขยายในตำบล กิจกรรมเด่นในชุมชน การทำความสะอาดหมู่บ้านพร้อมกันทั้งตำบลในวันที่ ๕ ของทุกๆเดือน เรามีมติประชาคม ห้ามใช้สารเคมีในชุมชน คือให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมมีส่วนคิดการวางแผน การจัดการชุมชนทุกๆด้านในตำบล




