กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองบัว อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ภายใต้การขับเคลื่อนประชาชนโดยประชาชน ผู้นำประชาสังคม ผู้นำชุมชนพลเมืองช่วยกันสร้างสรรค์สวัสดิการให้พี่น้องประชาชนชุมชน ก่อตั้งเมื่อ วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ มาถึงวันนี้ผ่านมาแล้ว ๘ ปี ที่ภาคประชาชนดำเนินการ จัดสวัสดิการชุมชนเพื่อคนในชุมชนตำบลเมืองบัว
ในปัจจุบันมีเงินกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองบัว มีเงินกองทุนสะสม ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท มีสมาชิก ๓,๑๒๙ คน ซึ่งมี นายอ่อนสา กองพิธี เป็นประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองบัว มีคณะทำงานมาจากชุมชนละ ๓ คน เข้ามาเป็นกรรมการ เพื่อทำงานดำเนินงานของกองทุน จัดประชุมทุกวันที่ ๕ ของทุกๆ เดือน สมาชิกออมสัจจะครบ ๖ เดือนถึง ๒ ปีเสียชีวิตจ่ายเงินสวัสดิการ ๕,๐๐๐ บาท สมาชิกออมสัจจะครบ ๒ ปี ถึง ๕ ปี เสียชีวิตจ่ายเงินสวัสดิการ ๗,๐๐๐ บาท สมาชิกออมสัจจะครบ ๕ ปี ถึง ๑๐ ปี เสียชีวิตจ่ายสวัสดิการ ๑๐,๐๐๐ บาท สมาชิกออมสัจจะครบ ๑๐ ปีขึ้นไปเสียชีวิตจ่ายสวัสดิการ ๑๕,๐๐๐ บาท สมาชิกออมทรัพย์สัจจะครบ ๓ ปี (๓๖ เดือน) ได้รับบำนาญ ๒๐๐ บาท สมาชิกที่ยังศึกษาในสถานศึกษาออมสัจจะครบ ๓ ปี (๓๖ เดือน)ได้รับทุนการศึกษา ๒๐๐ บาท ต่อภาคเรียนการศึกษา ในกรณีสมาชิกประสบอุบัติเหตุถึงพิการให้อยู่ในดุลพินิจเบิกจ่ายตามจริง แต่ไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท/ต่อครั้ง ทั้งนี้จัดเป็นของขวัญสำหรับเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ ๕๐๐ บาท จัดเป็นของขวัญสำหรับสมาชิกทีบวชพระภิกษุ ๕๐๐ บาท
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองบัว มีการจัดสวัสดิการจากเดิมให้แก่สมาชิกเพิ่มมาอีก ๒ ประเภท คือ ๑.สวัสดิการช่วยเหลือคนผู้ด้อยโอกาส และคนพิการ คือ การพิจารณาในหลักเกณฑ์นั้นให้ทางคณะกรรมการของชุมชนหมู่บ้าน คัดเลือกผู้ด้อยโอกาส จัดทำรายงาน เพื่อส่งนำมาเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนตำบล เพื่อเข้าสู่การประเมินผลการพิจารณาเห็นชอบสมควรอนุมัติ ในที่ประชุมของแต่ละเดือน มีสวัสดิการ ผู้ด้วยโอกาสรายละ ๑,๐๐๐ บาท ต่อปี ๒. สวัสดิการส่งเสริมงานประเพณีงานบุญของชุมชนแต่ล่ะหมู่บ้าน เช่น งานแข่งเรือ, งานลอยกระทง, สรงกู่เมืองบัว, งานบุญในแต่ล่ะชุมชนที่จัดขึ้นประจำหมู่บ้าน เพื่อเป็นการสนับสนุนส่งเสริมฟื้นฟูอนุรักษ์วัฒนธรรมขนบทำเนียมจารีตประเพณีของท้องถิ่นในตำบล โดยให้มีสวัสดิการช่วยเหลือหมู่บ้านละ ๑,๐๐๐ บาท ผ่านการเห็นชอบจากการพิจารณาของคณะกรรมการกองทุน
นอกจากนี้ในปัจจุบันกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองบัวยังได้รับการสนับสนุนจาก พอช. ได้เริ่มจัดทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เพื่อสร้างโอกาสให้กับชาวบ้าน ผู้ไร้ที่ดินไม่มีทำกินและที่อยู่อาศัย ได้มีที่อยู่อาศัยและมีที่ดินทำกินที่มั่นคง เพื่อให้ได้รับหลักประกันด้านความมั่นคงในชีวิต โดยที่ทางคณะกรรมการกองทุน ลงพื้นที่ชุมชนใช้เครื่องมือ จับจีพีเอส ตำแหน่งสัญญาณผ่านระบบบงชี้บอกตำแหน่งพื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน เป็นการแก้ปัญหาที่ดินแนวใหม่ งบประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำมาเป็นทุนใช้จากดำเนินการแก้ไขให้กับชาวบ้านชุมชนตำบลเมืองบัว ชาวบ้านที่ประสบปัญหาเรื่องที่ดิน บริเวณพื้นที่ดินที่อยู่อาศัย ที่อยู่ทำกินครอบครองมานานหลายปี แต่ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ์ หรือหนังสือใดๆ ที่ได้การรับรองจากภาครัฐ เช่น โฉนด, นส.๓ หนังสือรับรองการครอบครองพื้นที่อยู่อาศัย ส่วนทางสำนักงานเทศบาลตำบลเมืองบัว ปี ๒๕๕๗ มีนโยบายเข้ามาส่งเสริมกองทุน จัดตั้งงบประมาณประจำปี เพื่ออุดหนุนกองทุน จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
นายประขา เสนาะศัพฑ์ เลขากองทุน กล่าวถึง การดำเนินงานขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการตำบลเมืองบัว ภาคผู้นำชุมชนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เข้ามามีส่วนร่วมเป็นกรรมการ เดินก่อตั้งกองทุนก็ให้ นายอ่อนสา กองพิธี กำนันประจำตำบลเมืองบัวในช่วงนั้น ดำรงตำแหน่งประธานกองทุนสวัสดิการตำบลเมืองบัว จังหวะก้าวของงานกองทุนก่อเกิดจากผู้นำชุมชนที่ใส่ใจสนใจ มีเวลา เสียสละทำงานเพื่อชุมชน มีวิสัยทัศน์มุมมองไกลการพัฒนาของบ้านเมืองร่วมกัน ฝ่ายปกครองและชาวบ้าน สวัสดิการชุมชนเป็นกองทุนที่ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างแท้จริงเป็นธรรม ยกตัวอย่าง เวลาชาวบ้านจะจัดงานบวชบุตรชายตนเองในครอบครัว ทางกองทุนก็มีเงินสวัสดิการมอบให้เพื่อช่วยเหลือในงานแต่ละครั้ง ๕๐๐ บาท หรือ งานแต่งงาน เมื่อจัดงานแต่งมงคลสมรส กองทุนมอบเงินช่วยเหลือครั้งละ ๕๐๐ บาท
นายปรีชา ยินดี ผู้ช่วยเลขากองทุน เปิดเผยว่า คณะกรรมการกองทุนทำงานลงตรวจเยี่ยมสมาชิก ลงพื้นที่ชุมชนทุกๆหมู่บ้าน ทำงานกันเป็นประจำทุกๆ เดือน เวลามอบเงินสวัสดิการจะเดินทางไปมอบถึงครัวเรือน ถึงบ้านของสมาชิกกองทุน ในส่วนด้านการส่งเสริมศึกษากำลังวางแผนจัดสวัสดิการให้บุตรหลาน เพื่อช่วยเด็กนักเรียนและสมาชิกต่อไป ในพื้นที่ตำบลเมืองบัว อยู่ใกล้จากตัวอำเภอเกษตรวิสัย จึงทำให้ชาวบ้านเกิดการค้าขายแลกเปลี่ยนสู่ตัวอำเภออยู่ประจำ ในตำบลก็ยังมีตลาดกลางชุมชน มีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ประจำตำบล การคมนาคมสะดวกเชื่อต่อถนนทางหลวงเป็นเส้นทางเดินรถผ่านระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดสุรินทร์ มีแหล่งแม่น้ำไหลผ่าน ๒ สาย แม่น้ำเตา และแม่น้ำเสียวใหญ่ ชุมชนที่นี่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนาปลูกข้าวหอมมะลิ แหล่งผลิตอู่ข้าวอู่น้ำที่ดีของทุ่งกุลาร้องไห้ ประกอบชุมชนมีอาชีพเสริมอยู่บนฐานเศรษฐกิจพอเพียง วิถีชีวิตเรียบง่าย มีบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่เพื่อเป็นอาหารเสริมในครอบครัว ตำบลเมืองบัวเป็นเมืองโบราณในยุคก่อนประวัติศาสตร์ จากการขุดค้นพบหลุมฝังศพคนโบราณ ซึ่งมีสำนักงานโบราณคดีมาดำเนินการขุดสำรวจ พบเศษกระเบื้องเครื่องปั้นดินเผาเป็นบริเวณกว้างมากมาย กระจัดกระจายไปทุกพื้นที่ รูปแบบผังเมืองโบราณ มีคูคลองน้ำรอบตัวเมืองบัว มีแหล่งหนองน้ำครอบคลุมพื้นที่ตำบลแต่ละจุด นับว่าเป็นชุมชนเก่าแก่มาตั้งแต่อดีตพัฒนาการมาถึงปัจจุบัน





