เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด เวทีสภาพลเมืองประชามติ จังหวัดชลบุรี โดยกล่าวว่า “บทบาทสำคัญของภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย การบริหารงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับประชาชนต้องตรงกับความต้องการ กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมทำประชามติ ซึ่งประชาชนทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงเพราะมีทั้งหน้าที่ และสิทธิ กระบวนการการมีส่วนร่วมในเวทีพลเมืองประชามติในวันนี้จึงเป็นส่วนสำคัญยิ่ง ต่อการปฏิรูปประเทศไทย”
เวทีสภาพลเมืองประชามติ จังหวัดชลบุรี ครั้งนี้ เป็นเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจ การเป็นพลเมืองของประชาชนทุกภาคส่วนโดยมุ่งเน้นส่งเสริมกระบวนการสมัชชาพลเมือง เพื่อการปฏิรูปจังหวัดชลบุรีสู่การเป็นต้นแบบ สภาพลเมืองภาคพลเมืองของจังหวัดชลบุรีสอดคล้องตามแผนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ซึ่งเป็นการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมืองให้กับทุภาคส่วน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากทั้งเครือข่ายสภาองค์กรชุมขน เครือข่ายสวัสดิการชุมชน เครือข่ายสภาเด็กและเยาวชน เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายผู้พิการ กว่า 350 คน เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศชาติสู่การปฏิรูปอย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด อยู่ในช่วงของการพิจารณาแก้ไข พี่น้องประชาชนมีข้อกังวลในบางมาตราที่คาดว่าจะถูกตัดออก เวทีสภาพลเมืองประชามติจึงเป็นส่วนสำคัญที่ให้พี่น้องได้เสนอความคิดเห็นของคนชลบุรีต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไป
“ความเป็นพลเมืองนั้นมีมานานแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 เป็นต้นมา การเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐธรรมนูญฉบับแรก ได้บรรจุไว้แล้ว เป็นอำนาจที่ประชาชนมีอยู่เดิมแล้ว ทำอย่างไรให้พลเมืองมีส่วนร่วมในการจัดการบริหารประเทศ โดยการจัดการตนเอง สอดคล้องกับบริบทของแต่ละชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การกระจายอำนาจอย่างแท้จริง” รองศาสตราจารย์ พรชัย เทพปัญญา กล่าวในช่วงหนึ่งของการปาฐกถาเรื่องสภาพลเมือง สมัชชาพลเมือง ปฏิบัติการทางสังคมเพื่อการกระจายอำนาจการตัดสินใจสู่ชุมชนอย่างแท้จริง
ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองประธานเครือข่ายคณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดชลบุรี
กล่าวถึงหัวใจของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในช่วงต้นก่อนเริ่มการอภิปรายว่า “รัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างอยู่นี้ มุ่งหวังที่จะสร้างให้พลเมืองมีความเข้มแข็ง ด้วยการการลดอำนาจรัฐเพิ่มอำนาจพลเมือง สร้างความสมดุลให้กับทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ท้องถิ่น และภาครัฐ สามารถทำงานร่วมกันได้ ฉะนั้นหลายมาตราที่มีแนวโน้มว่าจะถูกตัดออกหรือควบรวมกับมาตราอื่นๆนั้น อาจทำให้ ยังมีความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นไปตามความมุ่งหวังของการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้”
ในช่วงอภิปราย รายมาตรา มีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ทั้งเสนอให้หลายมาตรายังคงไว้ บางมาตราคงไว้โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดบางข้อความออก น.ส.สิรินรัตน์ อบเชย น้องนักเรียนจากโรงเรียนชลบุรี สุขบท ชั้น ม. 5 ได้ตั้งข้อสังเกต ถึงที่มาขององค์ประกอบของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในมาตรา 279 ถึง”ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปฏิรูป จำนวน 30 คน ที่กำหนดไว้นั้น จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจริง”
ในช่วงท้าย มีการหย่อนบัตรเพื่อลงประชามติ ซึ่งเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดชลบุรีจะรวบรวมเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป












