เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2551 เป็นวันครบรอบการจากไปของ สืบ นาคะเสถีย วีรบุรุษนักอนุรักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ และในปีนี้ได้ทุกภาคส่วนได้ตกลงร่วมการจัดงานที่อุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี โดยมีหลายหน่วยงานกว่า 100 หน่วยงาน และมีผู้สนใจเดินทางมาร่วมรำลึกการจากไปของคุณ สืบ กว่า 1,500 คน พระอมรมิตร คัมภีรธัมโม ประธาน กอต. อุทัยธานี กล่าวว่า ย้อนหลังไปเมื่อ 18 ปี ชื่อของ สืบ นาคเสถียรได้รับการเผยแพร่ไปทั่วประเทศไทย ในฐานะนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ป่า สัตว์ป่า ที่ผู้คนรู้จักในนามห้วยขาแข้ง ซึ่งไม่เพียงเท่านั้น หากแต่เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่สามารถยกฐานะห้วยขาแข้งขึ้นเป็น ผืนป่ามรดกโลก ในปี 2534 ที่ชนะใจคนทั้งโลก
แต่กว่าจะมาถึงจุดนั้นได้ สืบ ต้องเสียสละชีวิต เพื่อรักษาผืนป่าห้วยขาแข้งกว่า 17 ล้านไร่ ทั้งที่ผ่านมาต้องถูกผู้มีอิทธิพล นักล่า นักทำลาย คอยจ้องใช้ผลประโยชน์จากป่าห้วยขาแข้งมากมายและพร้อมจะเอาชีวิตหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งพระอมรมิตร คัมภีรธัมโม ให้ความเห็นต่อว่า การที่คุณสืบได้รักษาทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้ให้คนรุ่นหลังให้มีอากาศหายใจ ลดภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า สิ่งมีชีวิต ทั้งสัตว์ป่า มวลชีวภาพ เป็นการสร้างความสมดุลของระบบนิเวศน์ อีกทั้งยังเป็นการสร้างห้องเรียนธรรมชาติได้อย่างลงตัว สร้างอาหารธรรมชาติที่ไร้มลพิษ พร้อมกันนี้จากผลงานวิจัยกว่า 15 เรื่อง ยังเป็นการบอกเล่าเรื่องราว คนกับป่า ที่เกิดจากสามัญสำนึกรักในท้องถิ่นตนเอง การเพาะพันธุ์สัตว์ ต้นไม้ ที่เกิดจากความตั้งใจของคุณสืบที่ได้อุทิศชีวิตให้
ด้ายความที่เป็นคนรักธรรมชาติเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวที่เกิดจากความเรียบง่าย มองธรรมชาติเป็นจิตนาการเป็นจิตวิญญาณของนักอนุรักษ์ ขณะเดียวกันแม้คุณสืบจะเป็นคนปราจีนบุรี แต่ก็มีความรักในผืนป่าห้วยขาแข้งอย่างมาก หลายต่อหลายครั้งเขาจะเล่าเรื่องราวความเป็นป่าห้วยขาแข้งต่อหน้าผู้คนที่สนใจในความเป็นธรรมชาติ แรงบันดาลใจนี้เองทำให้รู้สึกอยากสานต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากความตั้งใจ
เห็นภัยพิบัติที่เกิดจากการทำลายทรัพยากรธรรมชาติทีไรก็อดนึกถึงคุณสืบมากขึ้นเท่านั้น เพราะเขาทำเพื่อส่วนรวมจริงๆ หากมีคนแบบคุณสืบครึ่งหนึ่งของโลก ภัยพิบัติคงไม่ลงโทษเราถึงขนาดนี้
ด้วยเหตุนี้เองในการครบรอบของผู้อนุรักษ์ผืนป่าห้วยขาแข้ง ที่เวียนมาครบรอบ 18 ปี หลังการจากไปจึงเกิดการรำลึกแด่ “สืบ นาคะเสถียร” ขึ้น โดยมีนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วม หน่วยงานรัฐ ประชาชน ศิลปินเพลง 1,000 กว่าคน ร่วมร้อยใจสืบสานตำนานสืบ ที่จัดขึ้นวันที่ 1 กันยายน 2551 ณ อุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ของทุกปี
นายภานุเดช เกิดมะลิ หัวหน้าภาคสนามโครงการร่วมรักษาผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณสืบ ที่ผ่านมามูลนิธิสืบฯ จึงได้สานต่องานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังได้ทำความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน อาทิ โครงการจอมป่า โครงการ 30 ป่า รักษาทุกโรค เพื่อสร้างกิจกรรมหนุนเสริมชุมชนให้มีวิถีชีวิต เป็นมิตรกับผืนป่า มีการออกสำรวจแนวเขตชุมชนประชิดแนวเขตพืนที่คุ้มครองและการจัดตั้งป่าชุมชนเขตกันชนตลอดแนวเขตห้วยขาแข้งฯ และแม่วงก์ เป็นกิจกรรมที่สนับสนุนกองทุนพริกแลกเกลือ กลุ่มออมทรัพย์ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง เป็นระบบ และเกิดความยั่งยืนได้ด้วยชุมชนเอง
พรานกลับใจ เล่าว่า ชีวิตที่ผ่านมากว่า 20 ปี เคยกระทำการอันเป็นศัตรู ต่อผู้พิทักษ์ป่าทั้งหลายแต่แท้ที่จริงแล้วพวกเรามิได้มีเจตนาที่จะทำร้ายป่าแต่อย่างไร เพียงแต่มีความเดือดร้อนจากความยากจน จำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเลี้ยงครอบครัว
“ผมยอมรับว่าในอดีตได้ทำผิดทั้งล่าสัตว์ รับจ้างตัดไม้ หรือลักลอบหาของป่าเพื่อขาย แต่มาวันนี้ได้ปณิญาณตนเอาไว้ว่าจะขอกลับตัวกลับใจอุทิศร่างกายและจิตใจเพื่อรักษาป่า สร้างผืนป่าให้เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า มีระบบนิเวศที่ดี แม้จะต้องยอมแลกด้วยชีวิต จึงอยากขอโทษคุณสืบ ที่ในอดีตเคยเป็นพรานป่าที่เคยรุกล้ำล่วงเกินต่อป่าที่สร้างคุณค่าต่อคนทั้งโลก วันนี้จึงขอปวรนาตัวที่จะบวชด้วยใจอันบริสุทธิ์แสดงความรู้สึกสำนึกผิดต่อผืนป่าห้วยขาแข้ง เพื่อให้ทุกวิญญาณผู้พิทักษ์ป่า วิญญาณสัตว์ป่า และสรรพสิ่งทั้งหลายในพื้นป่า ให้รับการขอขมาและรับอุทิศส่วนกุศลที่เคยทำผิดมา”
เชื่อมั่นมากว่า ในงานครบรอง 18 ปี เพื่อรำลึกถึงภาพอันสง่างามเรื่องการต่อสู่เพื่อผืนป่าห้วยขาแข้งของคุณสืบผ่านการสืบสานงานสืบจะเป็นงานประกาศสืบทอดเจตนารมย์เพื่อได้รับรู้และเข้าใจเจตนารมย์ของผู้ที่ร่วมอุดมคติเดียวกันกับคุณสืบ เพื่อสานต่อหน้าที่ปกป้องรักษาพื้นป่าและพัฒนาเป็นป่าที่สมบรูณ์ให้คงอยู่เป็นมรดกโลกของชาติไทยตราบนานเท่านาน
วรรณริญฌ์ สุวัชรินทร





