เมื่อวันที่ 6-7 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา คณะกรรมการเสริมสร้างขีดความสามารถชุมชน ลงพื้นที่ผืนป่าตะวันตก พื้นที่เครือข่ายป่าชุมชนเขาหินเหล็กไฟ จังหวัดอุทัยธานี เครือข่ายป่าชุมชนอำเภอแม่วงศ์-แม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์และพื้นที่เครือข่ายป่าชุมชนบ้านไร่พิจิตร อำเภอโฆสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร
นายพลากร วงศ์กรองแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวว่า การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นการร่วมศึกษาเรียนรู้ แลกเปลี่ยน การดำเนินการของเครือข่ายอนุรักษ์ป่าชุมชนทั้ง 3 จังหวัด ซึ่งพบว่าองค์กรชุมชนได้ลุกขึ้นมาอนุรักษ์ผืนป่าที่อยู่รอบๆ ชุมชนร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่นจนสามารถเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายทั้ง 135 ป่า ในพื้นที่ผืนป่าตะวันตก
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหาโดยภาครัฐส่วนเดียวไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง จากขีดจำกัดของสภาพพื้นที่อันเต็มไปด้วยภูเขาและป่าทึบ จึงเกิดการลักลอบการตัดไม้กันมาก หากสามารถจัดการการลักลอบตัดไม้โดยการมีส่วนร่วมจากชาวบ้านได้ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้มาก โดยเฉพาะเรื่องการจัดตั้งป่าชุมชนเพื่อเป็นแนวกันชนให้ผืนป่าตะวันตกโดยรอบชุมชน เห็นได้จากการมีเครือข่ายป่าชุมชนรอบแนวเขตกันชนผืนป่าตะวันตกที่ครอบคลุมพื้นที่ 135 หมู่บ้าน 11 อำเภอ 5 จังหวัด ที่มีความพร้อมที่จะสร้างการจัดการป่าที่มีประสิทธิภาพ หากเกิดการประสานความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ระหว่างชาวบ้าน ท้องถิ่น รัฐ เพื่อจัดทำแผนการจัดการป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ ลดการขัดแย้ง จึงจะเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
นายดำรงค์ สีดำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านเขาเขียว ตำบลหนองระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า การอนุรักษ์ป่าชุมชนมีแรงผลักดันโดยการสืบทอดต่อกันจากรุ่นต่อรุ่นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถรักษาเนื้อที่ของป่าชุมชนบ้านเขาเขียวกว่า 2,000 ไร่ โดยมีการจัดตั้งเป็นคณะกรรมการเริ่มต้นการอนุรักษ์เมื่อ ปี 2518 จนถึงปัจจุบันได้มีการฝังรากลึกถึงกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้านให้มีการรวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรม กลุ่มเยาวชนจนทำร่วมกับผู้ใหญ่ โดยการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล ทหาร จนสามารถยับยั้งการทำลายป่าได้อย่างยั่งยืน
นายจำนวน ทับทอง ผู้ใหญ่บ้านบ้านไร่พิจิตร อำเภอโฆสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดมาจำความได้ เมื่อ ปี 2521 เริ่มสร้างชุมชน บุกป่า ถางป่าเพื่อทำที่ทำกิน ต่อมา ปี 2523 เปลี่ยนตัวเองจากผู้ทำลายมาเป็นผู้อนุรักษ์เพราะไม่กี่ปีป่าสูญเสียเยอะมาก หากไม่ร่วมกันอาหารธรรมชาติต้องหมดไป เริ่มจากการฝึกอบรม ศึกษาดูงานจนขยายเป็นกลุ่ม เครือข่ายสู่หมู่บ้านใกล้เคียง โดยในปัจจุบันป่าชุมชนบ้านไร่พิจิตรมีเนื้อที่กว่า 10,000 ไร่
ทั้งนี้ พอช. โดยคณะกรรมการเสริมสร้างขีดความสามารถชุมชน ได้สนับสนุนแผนงานและงบประมาณสำหรับเครือข่ายป่าชุมชนเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติรอบผืนป่าตะวันตก เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์ป่า สัตว์ป่า ต้นน้ำลำธาร เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการป่าชุมชน สนับสนุนให้ชุมชนที่อยู่รอบป่ามีบทบาทในการดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ ในวงเงิน 2,300,000 บาท โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พอช. และชุมชนรอบผืนป่าตะวันตก





