playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     ที่ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง  เมื่อวันที่  6 มิถุนายน ที่ผ่านมา เครือข่ายชาวนาทางเลือกภาคใต้ ร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคใต้  มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง   และองค์กรร่วมจัดอีกหลายองค์กร   ได้จัดงาน “แลกแบ่งปันพันธ์ข้าวแต่แรก (ข้าวพื้นเมือง) “ มีผู้แทนหน่วยงานและเกษตรกรกว่า 200 คนร่วมงาน

     การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนและแบ่งพันธ์ข้าวพื้นเมืองของชาวนาในภาคใต้ ให้เกิดการกระจาย อนุรักษ์ และพัฒนาพันธ์ข้าวไปยังชาวนาในพื้นที่ต่างๆ  เพื่อนำเสนอกองทุนเมล็ดเมล็ดพันธ์ข้าวพื้นเมืองของเครือข่ายชาวนาทางเลือกในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา คือพัทลุง  นครศรีธรรมราช และสงขลา  รวมทั้งการสร้างความมั่นคงทางอาหาร  การสัมมนาในครั้งนี้  มีผู้แทนเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุณอุบล อยู่หว้า  ดร.บุญรัตน์  และคุณเดชา  ศิริภัทร ผู้อำนวยการมูลนิธิข้าวขวัญยั่งยืนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนและปาฐกถานำ

      คุณเดชา ศิริภัทร  ได้ระบุไว้ในช่วงหนึ่งของการปาฐกถาว่า ก่อนหน้านี้มีการยกย่อง สามอาชีพของคนไทยคือทหารเป็นรั้วของชาติ  ครูเป็นแม่พิมพ์ของชาติ  และชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ  มีการนับถือแม่โพสพ  (ข้าว) มากว่า สองพันปี แต่ตอนนี้ชาวนาเหมือนเด็กกำพร้า  เพราะแม่โพสพถูกฆ่าไปแล้ว  เช่นเดียวกับแม่ธรณี  แม่คงคา   สำหรับพื้นที่ภาคใต้ข้าวเริ่มไม่พอกิน อันเนื่องมาจากเอาที่นาไปทำอย่างอื่น  นาร้างมีมากขึ้น สิ่งที่น่าภูมิใจในพื้นที่ จ.พัทลุง คือมีข้าวสังหยด ซึ่งเป็นพื้นที่บ่งชี้ทางวิทยาศาสตร์ว่ามีประโยชน์ทางโภชนาการสูง  หรือข้าวหนวยเขือซึ่งมีทั้งประโยชน์และวิตามินอีสูงก็อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา  น่าเสียดายว่าในพื้นที่นี้มีการปลูกข้าวน้อยลง

      นายประพัฒน์ จันทร์อักษร ตัวแทนเครือข่ายชาวนาทางเลือภาคใต้ ระบุว่า เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคใต้ ได้เริ่มทำงานด้านพันธุกรรมข้าวพื้นเมืองในในช่วงปี ๒๕๔๗-๒๕๔๘  ด้วยโครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อยและดำเนินกิจกรรมด้านพันธุกรรมพันธุ์ข้าวเรื่อยมา ทำให้มีการพัฒนาพันธ์ข้าวพื้นเมือง ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ส่งเสริมการผลิตที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมของชาวนา กิจกรรมสำคัญได้แก่เช่นการจัดการเรื่องกองทุนพันธ์ข้าวช่วยเหลือชาวนาในพื้นที่ๆขาดแคลน การสร้างความตื่นตัวเพื่อการฟื้นฟูและอนุรักษ์สายพันธ์ข้าวพื้นเมือง  ส่งการรวมกลุ่มของชาวนา  ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ฯลฯ
 


 

     ในช่วงปี ๒๕๕๐-๒๕๕๒ เครือข่ายได้มีโอกาสแลเกเปลี่ยนความรู้กับองค์กรต่างๆมากขึ้นเช่นศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง  เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งทุกฝ่ายได้สนับสนุนการพัฒนาพันธุกรรมข้าวพื้นเมืองอย่างจริงจัง มีการศึกษาดูงานแลเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ๔ ภาค นายสำเริง แซ่เจีย  นักวิชาการศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงระบุว่า ศูนย์วิจัยได้สนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาครัฐ  ในการทำนาข้าว ๑๐ สายพันธ์เป็นแปลงนารวมศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงบนพื้นที่ ๑๐ ไร่  มีเป้าหมายเพื่อขยายพันธ์ข้าวพื้นเมืองสู่ชุมชนและแปลงนาของเกษตรกร เสมือน “กองทุนเมล็ดข้าวพื้นบ้านทางเลือกภาคใต้ ” รวมทั้งสนับสนุนการขยายผลไปสู่ชาวนาและกลุ่มองค์กรต่างๆในฤดูการเพาะปลูกของทุกๆปี

      การจัดงานในครั้งนี้ กลุ่ม เครือข่ายที่ร่วมงาน ต่างก็ได้รับพันธ์ข้าวจากแปลงนารวมของศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงรวม ๘ สายพันธ์คือ ข้าวช่อจังหวัด ข้าวเล็บนก ข้าวเข็มทอง ข้าวไข่มดริ้น  ข้าวหอมจันทร์  ข้าวนางกลาย ข้าวเหนียวเหลือง ข้าวเหนียวตอก รวมกับพันธ์ข้าวที่กลุ่มต่างๆนำมาแบ่งปันกัน เช่นข้าวอุเด็นจากพัทลุง ข้าวนางพญาจากสงขลา ข้าวหนวยเขือจากนครศรีธรรมราชเป็นต้น

      ผู้เข้าร่วมการสัมมนามีความหวังว่า ชาวนาจะต้องปรับทิศทางการทำนา ที่ไม่ทำให้วัวหาย ความหาย หรือคนหายไปจากพื้นที่  ข้าวพื้นเมืองจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้สังคมอยู่ได้  วัฒนธรรมอยู่ได้ และสร้างความมั่นคงทางอาหาร  ขอเพียงในแต่ละครอบครัวมีลูกหลานสักคนหนึ่งที่ยังทำนาข้าว  มาช่วยกันผลิตเพื่อการบริโภค  เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง  ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ วัฒนธรรม  ภูมิปัญญาของชาวนาในภาคใต้และประเทศไทย

 

 



 
 

ปฏิญญาชาวนาทางเลือกภาคใต้ 
“ฟื้นคืนข้าวพื้นบ้าน ปกปักษ์วิถีชาวนา”

      พวกเรา ขบวนการชาวนาทางเลือกจากภาคใต้  ซึ่งมารวมตัวกัน ณ ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง  บัดนี้พวกเราได้ตระหนักร่วมกันถึงปัญหาที่มาจากการพัฒนาประเทศตามแนวทางเศรษฐกิจกระแสหลักที่มุ่งเน้นเพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินตรา  ที่กลับมาส่งผลกระทบอย่างมากมายต่อวิถีชีวิตและสังคมไทย ในด้านการเกษตรก็มุ่งเน้นแต่ความทันสมัย ต้องการผลผลิตต่อไร่สูง สนับสนุนการทำเกษตรเชิงเดี่ยว จนเกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางภาคเกษตรอย่างรวดเร็วและรุนแรง ในส่วนของพันธุ์ข้าวก็มีการส่งเสริมให้ใช้พันธ์ข้าวปรับปรุงแทนพันธุ์ข้าวพื้นบ้านที่มีอยู่หลากหลาย เกษตรกรต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ทุกปี ขณะเดียวกันก็ทำให้ข้าวพันธุ์พื้นบ้านเริ่มสูญหายไป

      ขบวนการชาวนาทางเลือกภาคใต้ ตระหนักถึงความสำคัญของพันธุกรรมพื้นบ้านที่สอดรับนิเวศที่หลากหลายและสอดคล้องกับวิถีชุมชน    จนเกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์พันธุกรรมข้าวพื้นบ้านภาคใต้ที่ผสมผสานกันไประหว่างการพัฒนาองค์ความรู้  และการสร้างกลไกรวมกลุ่มเพื่อหนุนเสริมพลังการเปลี่ยนแปลงและสร้างการยอมรับทั้งในระดับพื้นที่ไปจนถึงนโยบาย  โดยมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่การปรับเปลี่ยนวิธีคิดหรือกระบวนทัศน์ของชาวนาเป็นสำคัญ  จากความคิดของการพึ่งพาภายนอกมาสู่การพึ่งตนเองระดับครอบครัว ชุมชนและสังคม

     วันนี้พวกเรามีข้อสรุปร่วมกันแล้วว่า ทางเลือก  ทางรอดสำหรับไปให้พ้นชะตากรรมอันแลวร้าย คือการปรับเปลี่ยนสู่วิถีการพึ่งตนเอง ด้วนระบบการผลิตที่สมดุล ยั่งยืน ใช้พันธุกรรมท้องถิ่นและปัจจัยการผลิตภายในชุมชน เคารพต่อระบบนิเวศน์และสภาพแวดล้อม บนฐานวิถีวัฒนธรรมชุมชนที่สืบทอดกันมาดังนั้นพวกเราขอประกาศว่า

     1. เกษตรกรต้องช่วยกันพลิกฟื้นวิถีอุดมการณ์ชาวนาภาคใต้ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน และสร้างให้ศักดิ์ศรีชาวนาหวนกับคืนมา
     2. สังคมไทยต้องเป็นสังคมที่เคารพในวัฒนธรรมข้าว ตระหนักถึงคุณค่าของพันธุกรรมข้าวพื้นบ้านและชาวนารายย่อย รวมทั้งมีมาตรการในการปกป้องรักษาวิถีชุมชนชาวนาให้ดำรงอยู่สืบไป
     3. รัฐต้องคุ้มครองสิทธิเกษตรกรและชุมชนในการรักษาพันธุกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นรวมถึงวิถีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน
     4. ต้องมีสวัสดิการให้กับชาวนารายย่อย โดยเฉพาะการให้มีกองทุนสำหรับการรักษาฐานทรัพยากร อาหารชุมชน และป้องกันการบุกรุกจากนายทุนและทุนข้ามชาติ
     5. ต้องปฏิเสธพืชจีเอ็มโอและมีมาตรการในการควบคุมการใช้สารเคมีทางการเกษตรทุกชนิด

     วันนี้ เราจะหล่อหลอม รวมจิตใจ ผนึกกำลังความร่วมมือ ผลักดันให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างสรรค์วิถีชีวิตของเกษตรกรที่สมดุลยั่งยืน ดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี สร้างสังคมแห่งความสุข และสมานฉันท์ต่อไป

ขบวนการชาวนาทางเลือกภาคใต้ 
ประกาศ ณ ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง 
6 มิถุนายน 2552

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter