playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     เชียงใหม่/เครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการทรัพยากรเชียงใหม่ ชูโมเดลนำร่องแม่แจ่ม-อมก๋อย เตรียมปูพรมจัดการทรัพยากรแบบมีส่วนร่วมทั่วจังหวัด ด้านผู้ว่าฯเชียงใหม่หนุนโครงการชี้ "นี่คือหนทางอนุรักษ์ทรัพยากรให้คงอยู่"

      วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จ.เชียงใหม่ เครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจ.เชียงใหม่ และองค์กรภาคี ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดมหกรรมเครือข่ายลุ่มน้ำฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ชื่องาน “ริ เริ่ม สร้าง จังหวัดเชียงใหม่” โดยมีประชาชน หน่วยงานราชการ องค์กรพัฒนาเอกชนทั่ว จ.เชียงใหม่ เข้าร่วมประชุมกว่า ๙๐๐ คน

     ทั้งนี้โครงการต้นแบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่อำเภอแม่แจ่มและอำเภออมก๋อย จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการพัฒนาของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๒ ซึ่งดำเนินการแบบบูรณาการส่วนราชการต่างๆ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเป็นการบูรณาการเพื่อจัดระเบียบการใช้ที่ดิน การป้องกันการบุกรุกและเผาทำลายพื้นที่ป่า การปลูกพืชเสพติด และแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม และ อ.อมก๋อย ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาหมอกควันและการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยวของเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๐ การวางแผนแก้ไขตลอดปี พ.ศ.๒๕๕๑ และเริ่มดำเนินการพัฒนาแก้ไขในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๒

     โดยมีผลการดำเนินงานที่น่าสนใจ อาทิ จากการจัดระเบียบที่ดิน เกิดการจัดกิจกรรมการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าไม้ เช่น ใน อ.แม่แจ่ม มีการปลูกต้นไม้ชุมชนละ ๓,๐๐๐ ต้น รวมกว่า ๓๓๐,๐๐๐ ต้น ได้พื้นที่ให้เป็นผืนป่าประมาณ ๔,๗๐๐ ไร่ และ อ.อมก๋อยได้พื้นที่เพื่อฟื้นฟูคืนสภาพป่าไม้ประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่ รวมถึงมีการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และมีการกำหนดแผนงานจากข้อมูลระดับพื้นที่ที่สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชุมชน และเกิดชุมชนต้นแบบ ๔ ชุมชน คือ บ้านแม่ป๊อก บ้านอมแรด ต.บ้านทับ อ.แม่แจ่ม บ้านผาปูน ต.อมก๋อย และบ้านขุนอมแฮดนอก ต.สบโขง อ.อมก๋อย ซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมการพัฒนาตามแนวหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือการได้แนวทางในการบูรณาการในการดำเนินงานร่วมกันแบบพหุพาคี และมีกระบวนการที่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ

     นอกจากนี้ ทุกภาคส่วนให้ความสนใจ ให้ความสำคัญต่อการดำเนินการโดยมีความตั้งใจร่วมกันที่จะพัฒนาแนวทางโครงการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เกิดการมีส่วนร่วมในภาคชุมชนเพราะเป็นโครงการที่ตอบสนองต่อความต้องการและสามารถแก้ไขปัญหาของชุมชนในด้านต่างๆ ได้

     นายอรรถชา กัมปนาทแสนยากร ปลัดอำเภอแม่ริม เปิดเผยว่า โครงการต้นแบบการจัดการทรัพยากรพื้นที่ อ.แม่แจ่ม และ อ.อมก๋อย มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหยุดยั้งการบุกรุกป่าเพื่อขยายที่ดินทำกิน โดยจุดเด่นของโครงการนี้ คือความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน และชาวบ้านในการดำเนินการ เช่น การสำรวจว่าพื้นที่ใดที่มีการบุกรุกเป็นจำนวนเท่าไหร่ และมีกติกาหมู่บ้านเกิดขึ้น เพื่อทำการตกลงในหมู่บ้านว่าจะไม่มีการบุกรุกป่าเพิ่ม ผ่านวิธีการพูดคุยหลายฝ่ายเพื่อทำความเข้าใจร่วมกัน

     นายอรรถชา  กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามในอนาคตต้องมีการสานต่อโครงการต่อไป เพราะพื้นที่นำร่องในอ.แม่แจ่ม และอ.อมก๋อย มีพื้นที่กว้างจึงไม่สามารถทำโครงการในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง แต่ขณะนี้ได้มีการนำตัวอย่างไปขยายผลไปแก้ปัญหาในพื้นที่อ.หางดง อ.แม่ริมที่มีลักษณะปัญหาเดียวกันแล้ว

     นายสัญญา ทุมตะขบ นักวิชาการชำนาญพิเศษ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำต่อไปจากนี้สำหรับโครงการต้นแบบการจัดการทรัพยากร คือ การจัดทำแผนหรือแนวทางแก้ปัญหา เพราะพื้นที่ทั้งสองอำเภอมีฐานทรัพยากรที่สมบูรณ์ทั้งพื้นที่ป่า ต้นน้ำธาร และเป็นพื้นที่ค่อนข้างสูงชัน ดังนั้นทางจังหวัดจึงต้องการทราบข้อมูลการใช้ที่ดินของของชาวบ้าน ว่ามีแนวเขตอย่างไร และอยู่ในพื้นที่ป่าหรือนอกเขตป่าหรือไม่ ขณะเดียวกันชาวบ้านมีการร่วมมือกันช่วยสำรวจประชากร การประกอบอาชีพและรังวัดพื้นที่ทำกินของชาวบ้านเอง แล้วนำมาทำประชาคมเพื่อให้เกิดการยอมรับว่าพื้นที่ของชาวบ้านอยู่บริเวณไหน เมื่อชาวบ้านยอมรับแล้วนำก็ข้อมูลมาประกอบข้อมูลในแผนที่ และข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อนำมาเป็นวิเคราะห์การอนุรักษ์ และแนวทางแก้ไขต่อ

     “พื้นที่อื่นๆที่ต้องการนำโมเดลนี้ไปใช้แก้ปัญหาในพื้นที่ตัวเอง ต้องสำรวจพื้นที่ของตัวเองก่อนว่าอยู่ในพื้นที่ประเภทใด มีปัญหาเรื่องการใช้ทรัพยากรที่สอดคล้องกับปัญหาพื้นที่ทำกินอยู่หรือไม่ หากพื้นที่นั้นมีปัญหาก็ต้องร่วมกันหาแนวทางในการแก้ปัญหา” นายสัญญา กล่าว

     นายสมพล อนุรักษ์วนภูมิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทับ อ.แม่แจ่ม กล่าวว่า ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จคือการกระจายอำนาจสู่ชุมชนแล้วให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ คนอยู่ได้ป่าต้องอยู่ได้ จะเอากฎหมายมาแก้ไขไม่ได้ แต่ควรนำเรื่องจารีตประเพณีวัฒนธรรมมามีส่วนช่วยในการจัดการ เพราะทรัพยากรเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินชีวิตตั้งแต่ เกิดจนถึงตาย

     ด้านนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาพี่น้องแต่ละองค์กร นักวิชาการ และสถาบันต่างๆ ในทุกพื้นที่ทั่วเชียงใหม่ได้พยายามรวมตัวกันในการดูแลรักษา จัดระบบของการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และจัดระบบการใช้อย่างชาญฉลาด โดยสามารถลดข้อขัดแย้งและดำเนินการฟื้นฟูฯได้ดีกว่าอดีตที่ผ่านมา ปรากฏเป็นแนวความคิด อุดมการณ์ และแนวปฏิบัติที่เกิดผลได้ดี

     “จากการร่วมกันทำงานดังกล่าวทำให้เกิดความเข้าใจตรงกันว่า คำว่าอนุรักษ์ไม่ได้หมายความว่าการห้ามอย่างเด็ดขาดจนไม่สอดคล้องกับวิธีวิต แต่คือการมีวิธีรักษาไว้อย่างดีควบคู่กับการใช้อย่างชาญลาด และมีการฟื้นฟูให้สมดุล แนวทางอนุรักษ์แบบนี้น่าจะเป็นประโยชน์ และทำให้ทรัพยากรดำรงสืบไปได้ ซึ่งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะร่วมเรียนรู้ และพัฒนาการจัดการร่วมกันกับองค์กรชุมชนต่อไป” ผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ กล่าวย้ำ

     พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญคือการระเบิดภายในออกมา และจับมือร่วมกับพื้นที่ ท้องถิ่น ท้องที่ อุทยาน ป่าสงวน จับมือให้แน่นเพื่อเดินไปด้วยกัน  หลายอย่างแม้ยังพึ่งไม่ได้ พื้นที่ต้องจับมือกันให้แน่น ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. นายอำเภอ หรือราชการใดก็ตาม รวมถึงวางแผน สำรวจข้อมูลชุมชน ทรัพยากรท้องถิ่นให้ละเอียด วางเป้าหมาย ๑๐-๒๐ ปีเอาไว้ และสร้างสภาองค์กรชุมชนขึ้นมาเพื่อรวบรวมผู้คนเป็นพลังสำคัญของชุมชน.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter