playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2553 เครือข่ายองค์กรชุมชนและหน่วยงานรัฐร่วมจัดเวทีประชาคม “การแก้ไขปัญหาแผ่นดินทรุดตัว จากการทำนาเกลือ” ที่โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ 2  ต.สำโรง  อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา โดยมีประชาชนเข้าร่วมเวทีกว่า 600 คน จากพื้นที่ ต.สำโรง ต.ค้างพลู ต.บ้านวัง อ.โนนไทย ต.พังเทียม อ.พระทองคำ ต.หนองสรวง อ.สามทะเลสอ และ ต.โพนสงคราม อ.โนนสูง และหน่วยงานราชการ ทั้งอุตสาหกรรมจังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด อำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบลต่างๆ รวมถึง นักวิชาการ 


 

     ที่มาของปัญหาคือการสูบน้ำใต้ดินมาทำนาเกลือจนทำให้เกิดปัญหาดินทรุดตัว อย่างเช่น กรณีดินทรุดตัวที่ไร่มันสำปะหลังของ นางทองสุข ชอบรัก อายุ 62 ปี ในพื้นที่บ้านหนองราง ต.ค้างพลู อ.โนนไทย เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2553  ดินทรุดตัวเป็นหลุมกว้างกว้าง 12 เมตร ยาว 15 เมตร และลึกกว่า 7 เมตร ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปตรวจสอบแล้ว และเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการใช้เครื่องมือสแกนเพื่อหาพื้นที่เสี่ยง รัศมี 1 เมตร จากพื้นที่ดินทรุดตัว ซึ่งจะทราบผลภายใน 7 วัน

     นายอ่อน ป้อมสันเทียะ ผู้ใหญ่บ้านบ้านโคกมงคล เปิดเผยว่า   ผลกระทบที่ชาวบ้านได้รับจากการทำนาเกลือ มีมาตั้งแต่ปี  2530  ที่มีการใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงในการต้มเกลือจึงทำให้มีฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว   โดยตั้งแต่ปี 2535  เป็นต้นมาชาวบ้านได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด  แต่ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข
จนในปี 2538 ได้มีนักวิชาการทำการศึกษาวิจัย เนื่องจากบริเวณ ต.บ้านวัง มีดินทรุดตัวเป็นบริเวณกว้างมากกว่า 1 กิโลเมตร   ส่งผลให้มีการหยุดทำนาเกลือของ 2 โรงงาน
     ในปี 2550-2552  ชาวบ้านได้ยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครอง และได้รับคำพิพากษาชนะคดี เนื่องจากศาลเห็นว่า มติ ครม.วันที่ 9 ตุลาคม 2534  ไม่ชอบด้วยกฎหมายและผิดพลาดอย่างร้ายแรง เนื่องจากมีข้อเท็จจริงว่า ยังไม่ได้นำประกาศ เรื่อง “พื้นที่การตั้งโรงงานทำนาเกลือ โรงงานสูบน้ำเกลือใต้ดิน”  ให้ ครม.เห็นชอบ ในหลักการ แต่กลับนำมาประกาศใช้   

     นายประวุฒิ ตั้งจรูญชัย อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับมาตรการป้องกันและแก้ไขนั้นได้ประสานกับกรมทรัพยากรฯเข้าไปตรวจสอบและสำรวจพื้นที่ทางธรณี โดยใช้เลเซอร์ตรวจหาพื้นที่ที่มีโพรงใต้ดิน และถ้าเกิดจากโรงงานสูบน้ำเกลือจริง คงจะต้องมาพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง

     ดร.ณภัทร น้อยน้ำใส นักวิชาการและอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา กล่าวว่า พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำลำเชียงไกร ซึ่งมีเกลือสินเธาว์ และการนำเกลือมาใช้จนเกิดดินทรุดตัวนั้น อาจจะเป็นสัญญาณเตือนจากธรรมชาติก็ได้ว่า มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากเกินความจำเป็นแต่ก็ใช่ว่าจะเกิดจากการกระทำของมนุษย์เพียงอย่างเดียว ธรรมชาติก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน แต่การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาตินั้นจะเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น บึงในบริเวณใกล้เคียงนี้สันนิษฐานว่าเกิดจากการยุบตัวของเกลือ เช่นกัน

     นายบรรหาร ใจชอบ ผู้ใหญ่บ้านหนองราง ยืนยันว่าก่อนที่จะมีการทำนาเกลือ ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ มีแต่น้ำท่วม พายุ ภัยธรรมชาติทั่วๆไป แต่หลังจากมีการทำนาเกลือได้เกิดดินทรุดตัวมา 4 ครั้งแล้ว แต่พื้นที่ไม่กว้างเท่านี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบถึงสาเหตุการทรุดตัวของดินโดยเร็ว   เพราะบ้านผมเองก็อยู่บริเวณนั้น ห่างพื้นที่ทรุดตัวประมาณ 500-600 เมตร ”

     นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ตัวแทนชาวบ้านและผู้แทนนองค์กรพัฒนาเอกชน  กล่าวว่า ในพื้นที่น้ำเสียว จ.มหาสารคาม ได้เริ่มมีการทำนาเกลือมากว่า 40 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2513 ซึ่งหลังจากทำเกลือส่งผลให้นาข้าวเสียหายกว่า 3,000-4,000 ไร่ ชาวบ้านต้องต่อสู้มานานกว่า 10 ปี จึงมีมติ ครม.ออกมา เพื่อให้หยุดการทำเกลือสินเธาว์ หลังจากนั้น ชาวบ้านได้รวมตัวกันเพื่อหยุดยั้งการทำนาเกลือ เพราะการทำนาเกลือในพื้นที่ปิดนี้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์อย่างมาก   

     ในเวทีประชาคมได้ข้อสรุปและแนวทางการแก้ไขปัญหาดินทรุดตัวในเบื้องต้นคือ 1. ต้องหยุดกิจการสูบน้ำทำนาเกลือทุกประเภท   2.ประชาชนต้องพึ่งตัวเองและมีอาสาสมัครเฝ้าระวังการลักลอบสูบเจาะน้ำเกลือ    3.มีการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้ความสมบูรณ์กลับคืนมาโดยเร็ว
 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter