playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

" เขาว่าถ้าทำอะไรช้าๆ ก็จะไม่ทันกิน ต้องทำเร็วๆ เสร็จเร็ว เอาผลตอบแทนเร็วๆ เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์เร็วๆ นี้แหละเขาจึงจะเรียกว่าไม่ตกยุค ถึงแม้ว่าสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดไหนก็ตาม แต่มนุษย์จะเป็นผู้กำกับธรรมชาติ และควบคุมสถานการณ์ ถ้ากำกับไม่ได้ ธรรมชาตินั่นแหละจะย้อนกลับมาลงโทษมนุษย์เสียเอง "

นี่คือผลของการที่ทำเร็วๆ เพื่อจะได้ทันใช้ โดยไม่รู้ว่าตัวเองมีศักยภาพขนาดไหน เมื่อขาดความรู้ ไม่รู้อนาคตของตนคิดแต่จะทำลายธรรมชาติ ไม่ยอมรับภูมิปัญญาของตนและท้องถิ่น แต่ไปนำเอาความรู้และวัฒนธรรมจากที่อื่นมาใช้ผลสุดท้ายต้องเป็นเบี้ยล่วงหน้า

นี่คือบทสรุปของชุนไทย แจ่มใส แห่งบ้านในนวลสะอาด หลังจากใช้ชีวิตผิดทางมาหลายปี มาบัดนี้ชุนไทยและชาวบ้านที่มองเห็นความสว่างได้ใช้ความพยายามหลายปี เพื่อรวมตัวพลิกฟื้นชีวิตด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น

ชุนไทย เล่าว่า กว่าจะมาเป็นกลุ่ม อยู่บ้านเกิดเมืองนอนของเฮา ต้องเป็นไปอย่างล้มลุกคุกคลานไม่ต่างอะไรกับ นกขมิ้นพลัดถิ่น จนกระทั้งเมื่อปี พ.ศ. 2541 เราก็ได้รวบรวมสมาชิกได้เพียง 7 คน และลงหุ้นกัน คนละ 1000 บาท ที่รวมเงินด้วยเพราะจะทำให้กลุ่มแข็งแกร่งขึ้น ถ้ารวมแต่น้ำใจก็กลัวว่าจะไม่แข็งแกร่ง รวมกันหลายๆอย่าง เพื่อให้เกิดความหลากหลาย และกลมกลืนกัน การรวมตัวกันครั้งแรกเราเริ่มจากการทำนากลุ่ม ทำปุ๋ย น้ำหมักชีวภาพใช้เอง โดยไปดูงานที่ศรีสะอโศกเป็นครั้งแรก พอกลับมาก็เลยลองทำดู

การทำปุ๋ยชีวภาพ(ชนิดแห้ง)เราจะมีส่วนประกอบเช่น มูลสัตว์ 30% อินทรียวัตถุ 20% ดินฮิวมัส 10 % แกลบดำ 10% แกลบสด 20% รำละเอียด 10 % กากน้ำตาล 3-5 ช้อนโต๊ะ น้ำจุรินทรีย์ 5-10 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาดที่มีความชื้น 60-70 % จำนวน 10 ลิตร นำมาผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปตากแห้ง ทิ้งไว้ 5 วัน จากนั้นก็คนอีกรอบ พอแห้งดีแล้ว จึงนำมาบรรจุกระสอบ

ส่วนการทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ จะมีส่วนผสมดังนี้ ดินโดโลไมท์ 5% แคลเซี่ยม5% ฟอสเฟต 5% ปูนมาร์ล 10% ดินฮิวมัส 20% อินทรียวัตถุ 35% แกลบดำ 5% รำละเอียด 10% คนให้ทั่วจนเข้ากันจากนั้นจึงเก็บได้ ชุนไทยยังบอกอีกว่า สูตรนี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัว ผู้ใช้ต้องกล้าคิดกล้าทดลอง และไม่กลัวผิด เพราะความสำเร็จจะอยู่ที่กระบวนการเรียนรู้และลงมือทำ

จากนั้นก็ลองนำไปทดลองกับมะละกอ โดยจะหว่านก่อนไถดำ 50 กก./ไร่ จากนั้นก็ไถแล้วตากดินไว้ประมาณ สองอาทิตย์ จึงขุดหลุม ขนาดความกว้าง 50X50 ซม. นำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพรองพื้นตามความเหมาะสม จึงลงมือปลูก มะละกออายุได้ประมาณ 1 เดือน ก็ใส่ปุ๋ยลงไปอีกครั้งประมาณ 2 กก./ต้น แล้วพ่นน้ำจุรินทรีย์ลงไปตามต้องการ จะเห็นว่ามะละกอได้ผลดก และอายุการเก็บเกี่ยวนาน จากนั้นเรายังสามารถใส่ปุ๋ยลงไปอีก ต้นมะละกอก็จะแตกยอดออกมาใหม่ และทำนุบำรุงก็จะสามารถได้มะละกอชุดสองโดยไม่ต้องปลูกใหม่อีกด้วย

ไม่เพียงทำปุ๋ยชีวภาพขายและใช้เองเท่านั้น แต่ยังได้ขยายความรู้ไปยังชุมชนใกล้เคียง ให้มาเรียนรู้และนำไปปฏิบัติต่อ จนกลายเป็นเครือข่าย เกษตรกรพัฒนาขึ้น

นางดอกรัก แก้วคูณ เครือข่ายเกษตรกรพัฒนา บ้านโนนป่าเลา-ปลาขาว เล่าว่า พื้นที่ของบ้านป่าเลา-ปลาขาว ส่วนใหญ่จะปลูกกล้วยกันเพราะเป็นที่ดอน ไม่เหมาะกับการปลูกพืชอย่างอื่นเมื่อก่อนกล้วยจะไม่ค่อยออกหวี ออกก็ออกน้อย ต่อมานายชุนไทย ได้แนะนำให้ทดลองใส่ปุ๋ยชีวภาพดู ปรากฏว่าได้ผลดีมาก

โดยขั้นตอนการปลูกกล้วยของเรา ก่อนอื่นตากดินก่อนประมาณ 7-10 วันจากนั้นเราก็เริ่มขุดหลุม ขนาดกว้าง 50x50 ซม. ใช้ปุ๋ยอินทรีย์รองพื้น ประมาณ 2 ถัง นำหน่อกล้วยปลูกลงไปปลูกแล้วกลบดิน พอกล้วยติดให้นำปุ๋ยใส่ลงไปอีกครั้งและฉีดด้วยน้ำจุรินทรีย์ ต้นกล้วยจะสมบูรณ์มาก ใบใหญ่ยาว ลำต้นสูง เมื่อออกเครือต้นหนึ่งจะมีประมาณ 14 หวี ลูกใหญ่ ลูกค้าของเราชอบมาก

ทุกวันนี้เรายังตั้งกลุ่มแปรรูปอาหาร โดยมีสมาชิกทั้งสิ้น 48 คน ส่งขายตามบ้านหรือตามงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเค้กกล้วยหอม กล้วยตาก กล้วยอบน้ำผึ่ง กล้วยอบเนย ฯลฯ และยังจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้น จัดเก็บคนละ 10 บาท/ วัน มีเงินเก็บแล้วประมาณ 50000 บาท ทุกๆปีเราจะมีนโยบายว่าจะให้ทุนช่วยเหลือกับเด็กที่เรียนเก่ง ที่มีความประพฤติดี ส่งให้เรียนจนจบ ม. 6 ด้วย

ทุกวันนี้เครือข่ายเกษตรพัฒนามีทั้งสิ้น 22 เครือข่าย ไม่ว่าจะทำข้าวซ้อมมือ จักรสาน เลี้ยงปลา ทำสวน ฯลฯ เรียกว่าครบวงจรเลยทีเดียว มีความเข้มแข็งพอสมควร เป็นการรวมกลุ่มเพื่อนำวิสาหกิจชุมชน เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูคุณภาพชีวิต พัฒนาชุมชน ด้วยทุนทางสังคมของชุมชนที่มีอยู่ได้อย่างยั่งยืน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter