นานนับหลายชั่วอายุคน มาถึงวันนี้ ชาวบ้านชนบทยังคงพิสมัย เตาอั้งโล่ ไม่เสื่อมคลาย บ้างให้เหตุผลว่า รสชาติอาหารอร่อยกว่าใช้เตาแก๊ส แก๊สถังละหลายร้อยใช้แบบนี้ประหยัดดี หรือบางคนนิยมของเก่าต่อให้ทุลักทุเลเพียงใดก็ยังใช้ด้วยความเคยชิน บางครัวเรือนจุดติดไฟแบบช่ำชอง ภายใน 5-10 นาทีก็เริ่มหุงหาทำกับข้าวได้ทันที
จากการสำรวจสถิติเมื่อปี 2542 ครัวเรือนชนบทร้อยละ 45 (2.8 ล้านครัวเรือน) ยังคงใช้เตาอั้งโล่ โดยใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิงเฉลี่ยมากถึง 500 กก./ครัวเรือน/ปี จึงไม่น่าแปลกที่ แม้ในเมืองหลวงและใหญ่จะมีเตาไมโครเวฟใช้แล้ว แต่เตาอั้งโล่ก็ยังคงขายดีในร้านชำตามชุมชนต่างๆ
ต่างๆ เรื่อยมา ที่สนนราคาใบละ 50 - 60 บาท กับอายุการใช้งาน 6 เดือนและการให้ความร้อนเพื่อการหุงหาเพียงร้อยละ 21 เท่านั้น ส่วน ถ่าน หรือ ฟืน เชื้อเพลิงคู่เตาอั้งโล่ก็มีแนวโน้มราคาสูงขึ้นเช่นกัน
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) ไม่รอช้า เร่งสร้างความเหมือนที่แตกต่างแบบประหยัดพลังงานสู่วงการเตา ด้วยการส่ง เตาซุปเปอร์อั้งโล่ ยึดหัวหาดตลาดเตาทั่วประเทศ เกิดผลตอบรับดีเกินคาด เพราะกลยุทธ์การออกแบบที่เหนือชั้นอั้งโล่รูปแบบเก่าอย่างครบถ้วน
กล่าวคือ เตาซุปเปอร์อั้งโล่มีน้ำหนักเบา ทำจากดินปั้นเตาคุณภาพดีทนทานกว่า อายุการใช้งานเฉลี่ยสูงกว่าอั้งโล่ธรรมดานาน 2 ปี สัดส่วนซุปเปอร์อั้งโล่ที่มีผลต่อการใช้งานที่ดีกว่า เกิดจาก
รูปทรงของเตา ถูกออกแบบให้หมุนเวียนความร้อนภายในดีขึ้น รูปร่างของจึงไม่หนาเทอะทะ มีน้ำหนักเบากว่าเตาอั้งโล่ธรรมดา
ปากเตา มีลักษณะลาดเอียงลงด้านใน สามารถวางหม้อหุงต้มได้ 9 ขนาด ตั้งแต่หม้อเบอร์ 16 -32 ป้องกันก้นหม้อสัมผัศกับเชื้อเพลิงโดยตรง
เส้าเตา สูงกว่าขอบเตาที่เสมอกันโดยรอบเล็กน้อย ทำให้สูญเสียความร้อนขณะหุงต้มน้อยกว่าเตาทั่วไปที่เส้าเตาสูง เกิดช่องว่างระหว่างก้นหม้อและขอบเตามาก เกิดการสูญเสียความร้อนโดยเปล่าประโยชน์
ช่องใส่ถ่าน บรรจุได้ 400 - 500 กรัม พอเพียงต่อการทำอาหารในแต่ละมื้อ โดยไม่ต้องเพิ่มถ่านอีก ซึ่งสามารถให้ความร้อนสูง อุณหภูมิกลางเตาอยู่ที่ 1000 -1200 องศาเซลเซียส
รังผึ้ง ตัวแปรสำคัญของการเปลี่ยนเตาใบใหม่ สำหรับซุปเปอร์อั้งโล่หมดห่วงไปอีกนาน เพราะรังผึ้งมีความหนา ทนทาน รูรังผึ้งเล็กและเรียว ดูดอากาศได้ดี
ที่สำคัญ หากแม่บ้านคนใดที่มีปัญหาเรื่องการขนย้ายเตาขณะหุงต้มก็หมดห่วงไปได้เลย เพราะซุปเปอร์อั้งโล่ ถูกจับแต่งตัวใหม่ด้วย ฉนวนกันความร้อน ระหว่างถังเปลือกเตากับตัวเตา
นอกจากการใช้งานและค่าความร้อนเพื่อใช้หุงต้มที่เหนือกว่าแล้ว เตาซุปเปอร์อั้งโล่ยังช่วยลดมลพิษจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเตาธรรมดา ซึ่งเป็นอันตรายต่อแม่บ้านและอากาศในชุมชน โดย
หุงต้มแบบไร้ควันเนื่องจากเผาไหม้สมบูรณ์ ไม่ทิ้งสารตกค้างจากการใช้งาน และจากการให้ค่าความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูง จึงทำให้ค่าใช้จ่ายของอั้งโล่ธรรมดาและเตาซุปเปอร์อั้งโล่ แตกต่างกัน
ตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายของเตาท้องตลาดทั่วไปและเตาประสิทธิภาพสูง
|
ประสิทธิภาพเฉลี่ย (%) |
จำนวนถ่านและค่าถ่านต่อปี |
ประหยัดถ่านและค่าถ่านต่อปี |
ราคาเตา (บาท) |
ประหยัดค่า ใช้จ่าย (ต่อปี) |
|||
|
(กก.) |
(บาท) |
(กก.) |
(บาท) |
||||
|
เตาท้องตลาด เตาประสิทธิภาพสูง |
21 29 |
730 528.5 |
3518.60 2547.37 |
- 201.5 |
- 971.23 |
32 100 |
- 921.23 |
|
หมายเหตุ 1. ราคาถ่านเฉลี่ย กก.ละ 4.82 บาท 2. ใช้ถ่านวันละ 2 กก. 3. ไม่คิดดอกเบี้ยและอายุการใช้งาน |
|||||||
แม้เตาซุปเปอร์อั้งโล่จะมีราคาสูงกว่าเตาถ่านทั่วไปประมาณ 2-3 เท่า ก็ตาม แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทั้งการใช้งานและรูปทรง เพราะประหยัดถ่านได้มากถึง 150 กิโลกรัม/ปี คำนวณง่ายๆ ถ้าถ่านในท้องตลาด ขายราคากิโลกรัมละ 5 บาท จะสามารถประหยัดเงินค่าหุงต้มได้ปีละ 750 บาท/ครัวเรือน
ที่สำคัญราคาถ่านมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ทำให้ผลประหยัดต่อครัวเรือนก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งถ้าทั้งชุมชนหันมาใช้เตาซุปเปอร์อั้งโล่ ก็จะเกิดเงินออมต่อทุกครัวเรือนทันที ด้วยการคืนทุนในระยะเวลาเพียงเดือนเศษ (กรณีที่ต้องซื้อถ่านใช้)
เพียงเท่านี้ ซุปเปอร์อั้งโล่ เตาประสิทธิภาพสูง ก็ช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ครัวเรือน ควบคู่ การประหยัดพลังงานตามวิถีก้นครัวของชาวบ้าน ให้กลับมีชีวิตชีวา สืบทอดการใช้เตาถ่าน เพื่อรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปากสมาชิกร่วมชายคาไปอีกนาน





