playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ยังคงเสนอเรื่อง "เตา" อุปกรณ์ในการประกอบอาหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างทางเลือกด้านพลังงาน สนองต่อการหุงหาทำอาหารของชุมชนรากหญ้า เหตุผลที่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เลือกพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับเตา เพราะชาวชุมชนต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการหุงต้มคิดเป็น 40 % ของรายได้เลยทีเดียว ส่งผลให้เตาสารพัดรูปแบบต้องพาเหรดออกมาอวดโฉม ช่วยส่งเสริมให้ชาวชุมชนมีส่วนร่วมอนุรักษ์พลังงานในวิถีความเป็นอยู่ของตน

ฉบับนี้ เตาบาร์บีคิว พพ. ถูกพัฒนามาจากเตาย่างไก่ พร้อมรับใช้ในทุกๆ การปิ้งย่าง ให้อาหารเมนูเด็ด หอมกรุ่น เหลืองสุกพอดี และไม่พลาดการประหยัดพลังงานให้กับชุมชนอีกเช่นเคย

โดยทั่วไป เตาย่างไก่ มักสร้างจากถังน้ำมัน 200 ลิตรผ่าครึ่ง มีรังผึ้งรองถ่านอยู่ภายในเพื่อเว้นระยะระหว่างก้นเตาและถ่านไฟ มีตะแกรงสำหรับย่างให้สุกอยู่เหนือเตา ซึ่งเตาลักษณะดังกล่าวทำให้เกิดการสูญเสียความร้อนได้หลายทาง

เตาบาร์บีคิว พพ. ประหยัดพลังงาน จึงเกิดขึ้นโดยการปรับปรุงประสิทธิภาพความร้อนให้สูงขึ้น สะดวกต่อการใช้งาน ป้องกันการสูญเสียความร้อนผ่านผนังเตาและก๊าซไอเสีย ลดการสูญเสียที่วัดไม่ได้ เช่น ความชื้นของเชื้อเพลิง ความร้อนที่หลุดไปกับรอยรั่ว และ พื้นที่เปิดของหน้าเตา ซึ่งสามารถลดปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเตาย่างไก่ทั่วไปได้ ด้วยการหุ้มฉนวนที่ไม่ติดไฟรอบๆ ผิวนอกของเตา ส่วนก๊าซไอเสียที่เกิดจากอากาศส่วนเกินเข้าสู่ห้องเผาไหม้มากเกินไป เป็นปัญหาที่ค่อนข้างยากต่อการแก้ไข เนื่องจากลักษณะเตาเป็นเตาเปิด ช่องเขี่ยเถ้าถ่านมีขนาดกว้าง จึงควรสร้างฝาครอบเหนือตะแกรงย่างเพื่อให้ระบบเผาไหม้มิดชิดมากขึ้น

(ตรงนี้สำหรับโมเดลค่ะ ต้องแยกส่ง เพราะมันใหญ่เลยไม่ไป เวลาจัดหน้าค่อยยกมาใส่ไว้ตรงนี้นะ)

จากรูปมีรายละเอียดของแบบดังนี้

หมายเลข 1 เป็นฝาครอบที่ทำขึ้นมาเพื่อครอบปิดส่วนเปิดของหน้าเตาเหนือตะแกรงย่างเพื่อกักเก็บแก๊สร้อนไว้ใช้งานก่อนจะปล่อยออกไป ฝานี้อาจสร้างได้ง่ายๆจากถัง 200 ลิตรใช้ตัดอีกส่วนหนึ่งไปทำตัวเตานั่นเอง โดยฝาครอบนี้อาจประกอบกับตัวเตาโดยใช้บานพับ

หมายเลข 2 เป็นช่องหน้าต่างเล็กๆติดอยู่กับฝาครอบตัวใหญ่ โดยอาจใช้บานพับเป็นตัวประกอบ ซึ่งจะทำให้สามารถปิดเปิดได้ขณะใช้งาน เพื่อยื่นมือเข้าไปจัดเรียงหรือพลิกไม้ไก่ย่างได้โดยไม่จำเป็นต้องยกฝาครอบอันใหญ่ซึ่งมีน้ำหนักมาก อีกทั้งการเลือกเปิดหน้าต่างบานเล็กๆเท่าที่จำเป็นนี้ยังเป็นการป้องกันไม่ให้แก๊สร้อนหลุดรั่วโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

หมายเลข 3 ปล่องควัน เพื่อระบายไอเสียออกจากเตาย่าง การต่อท่อไอเสียนี้นอกจากเป็นการควบคุมอัตราการไหลของแก๊สร้อนไม่ให้ไหลออกเร็วเกินไปแล้วยังเป็นการลดมลพิษ ลดความรำคาญจากควันที่ตามปรกติมักฟุ้งกระจายได้อีกด้วย

หมายเลข 4 ชั้นตัวถังของเตาย่างแบบใหม่ โดยจะออกแบบให้มี 3 ชั้น เพื่อลดการสูญเสียของความร้อนจากผิวเตา โดยจากภาพ ชั้นที่ 1 และชั้นที่ 3 นั้นเพื่อความสะดวกอาจสร้างมาจากถังเหล็ก 200 ลิตรผ่าครึ่งทั้งสองส่วนซ้อนกัน ส่วนชั้นที่ 2 ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่าง ชั้นที่ 1 และ 3 นั้น อาจเป็นวัสดุฉนวนใดๆก็ตาม ที่สามารถทนความร้อนได้ประมาณ 400-500 องศาเซลเซียสด้วย (อุณหภูมิในเตาย่างไก่ประมาณ 400-500 องศาเซลเซียส และที่ผิวด้านนอกของถังชั้นในประมาณ 200-250 องศาเซลเซียส) ในที่นี้เพื่อความประหยัด อาจใช้ดินเหนียวผสมเถ้าแกลบและน้ำให้เข้ากัน(ส่วนผสมนี้นิยมใช้ในการก่อเตาเผาเครื่องปั้นดินเผาแบบโบราณ) แล้วนำมาพอกระหว่างผนังเตาทั้งสอง อย่างไรก็ตามไม่ควรพอกให้หนาเกินไปนัก เพราะจะทำให้ต้องสูญเสียความร้อนไปกับความจุความร้อนของดินที่มากเกินไป

ในยุคราคาน้ำมันพุ่งขึ้นติดเพดาน หากหันมาช่วยกันปรับนิดเปลี่ยนหน่อย ส่งเสริมให้กิจกรรม หรือกิจการขายอาหารปิ้งย่างเอื้อต่อการประหยัดพลังงานมากขึ้น ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายหลักลงไปได้ไม่น้อย อาทิ ร้านขายไก่ย่างต้องย่างไก่ 2 ครั้ง/วัน เป็นจำนวน 5 วัน/สัปดาห์ แต่ละครั้งในการจุดไฟ ใช้ถ่านประมาณ 3 กิโลกรัม สมมติราคาถ่านกิโลกรัมละ 6 บาท จะมีค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงทั้งสิ้น 9,400 บาท/ปี แต่ถ้าหากใช้เตาย่างไก่ประหยัดพลังงานนี้ จะประหยัดถ่านได้จากเดิมถึง 83% ซึ่งสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 7,740 บาท/ปี )

นับเป็นเรื่องที่ชาวชุมชน พ.ศ.นี้ไม่ควรมองข้าม เพราะทุกผลประหยัดพลังงานที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นรายได้กลับคืนสู่ครอบครัวทันที

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter