29 พฤศจิกายน 2548

ลุ่มน้ำประแสอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ถือได้ว่าเป็นแหล่งป่าชายเลนแห่งเดียวของจังหวัดระยอง ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ สายน้ำประแสได้หล่อเลี้ยงผู้คนในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียงมาหลายยุคหลายสมัย การดำเนินชีวิตของคน มีวิถีหาอยู่หากินเกี่ยวข้องกับทะเล และสายน้ำมาโดยตลอด สายน้ำประแสจึงเปรียบดุจดังเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนหลายตำบลในอำเภอแกลง ให้มีความสุขแบบพอเพียงอย่างคนตะวันออก
ด้วยเหตุของความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรป่าชายเลนที่หลากหลาย จึงเป็นที่หมายปองของกลุ่มผลประโยชน์ที่เข้ามาตักตวงทรัพยากรจากคนในชุมชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่อยู่ตลอดเวลา ทำให้พื้นที่ป่าชายเลนที่เคยอุดมสมบูรณ์ เป็นที่หากินของชุมชนถูกทำลาย ป่าชายเลนกลายเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งของนายทุนหลายพันไร่ เมื่อป่าชายเลนถูกบุกรุกทำลายลงไป วิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่นของคนในชุมชน ก็โดนทำลายลงไปด้วยโดยไม่รู้ตัว เพราะคำว่า “ป่าชายเลน” มันยิ่งใหญ่และบ่งบอกถึงเรื่องราววิถีชีวิตและวัฒนธรรมของพื้นที่ ที่ยังคงความเข้มแข็งสมบูรณ์ของพื้นที่นั้น ๆ ด้วยตัวของมันเอง
จากสภาพปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าเข้ามา ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันตั้งกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำประแส โดยมีเครือข่ายครอบคลุมเจ็ดตำบล ที่เกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำประแสมายาวนาน
นายสอิ้ง ประสงค์ศิลป์ แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำประแสเล่าว่า ก่อนที่จะเกิดการรวมตัวของ “กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำประแส” ชาวบ้านก็มีการรวมกลุ่มกันหลากหลาย เช่น กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลน กลุ่มผู้เลี้ยงปลา กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้ง กลุ่มเพาะเลี้ยงหอยนางรม กลุ่มอนุรักษ์ปูแสม กลุ่มประมงพื้นบ้าน ธนาคารบ้านปลา-ธนาคารปู เป็นต้น” ซึ่งทุกกลุ่มล้วนเป็นการทำมาหากินที่พึ่งพึงอาศัยระหว่างชาวบ้านกับธรรมชาติอย่างลงตัว และเอื้อต่อกัน แต่มาระยะหลังมีกลุ่มนายทุนจากต่างถิ่นเข้ามาบุกรุกป่าชายเล่น เพื่อทำนากุ้งบ้าง ทำโรงงานอุตสาหกรรมบ้าง ทำให้ป่าชายเลนและลุ่มน้ำประแสลดความสมบูรณ์ลงไป พวกเราจึงรวมตัวกันเป็นกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำประแสขึ้น
“กิจกรรมของกลุ่มก็เน้นหนักสามเรื่องใหญ่ คือ การต่อต้านการบุกรุกกลุ่มผลประโยชน์ , การร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และประการสุดท้ายก็คือ รณรงค์ให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญของทรัพยากร
ธรรมชาติที่ให้อาหาร ให้ที่อยู่แก่พวกเรามาหลายชั่วอายุคน”
ผู้ใหญ่สอิ้ง ประสงค์ศิลป์ เล่าอีกว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2548 ที่ผ่านมา พวกเราได้รวมตัวกันคัดค้านการวางท่อน้ำทิ้งลงทะเลของโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่แห่งหนึ่ง จนเทศบาลตำบลประแสต้องมีหนังสือแจ้งให้โรงงานยกเลิกโครงการดังกล่าว ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้พวกเรามีกำลังใจที่จะต่อสู้กับความไม่ชอบธรรมหรือต่อสู้กับกลุ่มที่จ้องจะทำลายแหล่งอาหารของพวกเรา
ก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำประแส ที่สร้างเครือข่ายได้เข้มแข็ง สามารถต่อสู้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น เพื่อคนทั้งจังหวัด และพยายามสร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่ ๆ ขึ้นมา เพื่อช่วยกันป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การเชื่อมร้อยเครือข่ายในระดับจังหวัดระยอง ก็ต้องร่วมกันทำควบคู่ไปด้วยทั้ง 8 อำเภอ เป็นขบวนจังหวัดระยอง โดยการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ แล้วนำมาจัดทำระบบข้อมูลของจังหวัด เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินชีวิตที่พอเพียงและมีความสุขของชาวระยองทุกคน





