playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

13 ธันวาคม 2548 (อักขณิช  ศรีดารัตน์)

สวนโบราณของ ป้าละมาย   สุขใย   หญิงชราวัย 68 ปี ราษฎรบ้านปากโทก หมู่ 4  ต.จอมทอง  อ.เมือง  จ.พิษณุโลก  เดิมเป็นเพียงสวนธรรมดาๆ ที่ป้าแกปลูกพืชผักไว้กินเอง แต่พอเวลาผ่านไป สวนป้าละมายได้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรดั้งเดิมที่ได้รวบรวมพืชพื้นบ้านนานาชนิดเอาไว้ ซึ่งมีความสำคัญทั้งในด้านการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์

โดยสวนโบราณของป้าละมายมีจำนวนพรรณไม้ ทั้งไม้ผล ไม้ใช้ประโยชน์ และพืชสมุนไพร ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่เจ้าของสวนตลอดทั้งปี รวมไปถึงคนในชุมชนที่สามารถเข้ามาเก็บเพื่อนำไปทำอาหารรับประทานภายในครอบครัว จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ศูนย์รวมเครื่องแกงประจำชุมชน”

“ป้าเกิดที่นี่ อยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด ทำให้มองเห็นความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ส่วนเรื่องสวนโบราณนี้ เดิมทีก็เป็นสวนธรรมดาๆ ป้าปลูกพืชผักเอาไว้กินเอง หากเหลือกินก็ขาย  ปลูกหลายอย่างผสมผสานกัน ทั้งผัก  และไม้ผล  ปลูกมาเรื่อยๆ ไม่ได้ปลูกพร้อมกัน ปลูกเสร็จก็ปล่อยให้มันเติบโตตามธรรมชาติ  คอยให้ปุ๋ยและรดน้ำเป็นครั้งคราว พอผ่านไปหลายปี ต้นไม้ที่ปลูกไว้ก็พากันเติบใหญ่ร่มรื่นและให้ผลดีอย่างที่เห็น” ป้าละมาย บอก

 ป้าละมาย เล่าอีกว่า  ตนเองมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 3 ไร่ เริ่มปลูกพืชและไม้ต่างๆ มาตั้งแต่เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ปลูกทิ้งไว้ ต้นไหนตายก็ปลูกทดแทน  แต่จะไม่มีการทำลายทิ้ง โดยพืชและไม้ที่ปลูกก็มีทั้งไม้ผล เช่น  มะปราง มะไฟ กระท้อน ขนุน มะม่วง  มะพร้าว น้อยหน่า มะยม มะขวิด และมะกรูด  พืชเศรษฐกิจ เช่น มัน  อ้อย  กระชาย ข่า ใบชะพลู  เผือก พริก มะเขือ ตะไคร้ ถั่วพู กะเพรา เป็นต้น  พืชสมุนไพร เช่น ต้นสลอด  บัวบก ว่านสาวหลง เสลดพังพอน ว่านพญาม้า เป็นต้น และไม้ใช้ประโยชน์ เช่น ไม้ประดู่ ยางนา สัก จามจุรี ไผ่  เป็นต้น ซึ่งให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ทำให้มีอยู่มีกิน โดยไม่ต้องเดือดร้อน

“ตอนแรกป้าก็ทำไว้กินเองน่ะ   อย่าพึ่งพาตนเอง เพราะไม่อยากเป็นหนี้เป็นสินคนอื่น แต่ตอนหลังมาก็มีคนให้ความสนใจบอกว่าเป็นสวนโบราณเป็นสวนอนุรักษ์ตัวอย่าง ทำให้มีคนรู้จักป้ามากขึ้นและมีคนเดินทางมาเยี่ยมชมสวนอยู่ประจำ   เขาบอกว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ ทั้งที่ป้ามองเป็นเพียงสวนธรรมดาๆ เท่านั้นเอง”  ป้าละมายบอก

เมื่อถามถึงวิธีการปลูกต้นไม้ให้เติบโตและได้ผลตลอดปี  ป้าละมาย ก็แนะนำเคล็ดลับว่า “ก่อนปลูกไม่ได้เตรียมอะไรมาก ตรงไหนดินดี ก็นำไปปลูก เวลาปลูก  ก็จะปลูกด้วยใจ  ตั้งใจปลูก ปลูกด้วยใจ ดูแลมันด้วยความรักและทะนุถนอม  คอยใส่ปุ๋ยและรดน้ำ แค่นี้ต้นไม้ก็จะพากันโตวันโตคืน”

“นอกจากป้าจะทำไว้กินเองแล้ว  ทุกวันจะมีคนมาซื้อ  ป้าก็จะขายให้ ส่วนราคาก็แล้วแต่เขาจะให้  ถ้าใครไม่มีเงินแล้วมาขอ ป้าก็ให้ไปฟรีๆ โดยไม่ได้คิดตังค์เขา  เป็นการพึ่งพาและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  ถึงคราวยามเราขาดอะไรไป เราก็สามารถจะไปขอความช่วยเหลือจากเขาได้  เป็นวิถีชาวบ้านของที่นี่  ซึ่งเราจะอยู่กันด้วยน้ำใจ อยู่อย่างพอเพียง และมีความสุข” ป้าละมายกล่าว

จากสวนธรรมดาๆ แห่งหนึ่ง ปัจจุบันสวนโบราณของป้าละมายได้กลายเป็นศูนย์รวมเครื่องแกงประจำชุมชนและแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรผสมผสานและการอนุรักษ์พืชพันธุ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของพิษณุโลก  นอกจากจะจุดประกายให้ชาวชุมชนมีความตื่นตัวแล้ว ยังส่งผลทำให้ชาวชุมชนอื่นๆ มองเห็นความสำคัญของเกษตรแบบผสมผสานและให้ความสำคัญกับวิถีการดำรงชีวิตแบบยั่งยืน ซึ่งสามารถสร้างทางออกให้กับตนเองได้ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงการผลิตแบบเชิงเดี่ยว

ป้าละมายจึงมิใช่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาๆ เหมือนอย่างที่ใครคิด หากแต่กลายเป็น “ปราชญ์ชาวบ้าน” คนสำคัญ ที่สั่งสม “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” เอาไว้อย่างมากมาย  ซึ่งสามารถเป็นต้นแบบให้กับคนที่สนใจด้านนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter