playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

27 มกราคม 2549 (ประพันธ์  สีดำ)

จากคำบอกเล่าของ ตาสวาท เที่ยงธรรม อายุ 74 ปี บ้านหนองเหล็ก ตำบลลุ่มระวี อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ทราบว่าพื้นที่สาธารณะขอบสระน้ำในชุมชนที่มีขนาดเนื้อที่กว่า 5 ไร่ ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้รกร้างว่างเปล่ามานานนับ 10 ปี นับตั้งแต่ทางการมาขุดสระให้  ตาสวาท เที่ยงธรรม สมาชิกกลุ่มผักปลอดสารพิษ บอกอีกว่า ขอบสระสวนสาธารณะในชุมชนเป็นพื้นที่ที่เหมาะมาก การที่ถูกปล่อยทิ้งไว้มาหลายปี มันเป็นแหล่งสะสมของปุ๋ยทางธรรมชาติได้เป็นอย่างดีหลังจากปลูกมาได้สองปีกว่า ตาไม่เคยใส่ปุ๋ยและพึ่งมาใส่เมื่อปีสองปีมานี้เอง

 หลังจากหยุดทำนามา 5 ปี เพราะสู้สารเคมีไม่ไหวจึงหาทางในการประกอบอาชีพใหม่เห็นว่าริมสระมีที่ว่างไม่มีใครใช้ประโยชน์ จึงได้มาปลูกผักปลอดสาร และก็อยู่ได้เพราะสวนผักแปรงรวมแห่งนี้ แรกๆก็เพียงแค่เก็บกินตามธรรมดา ต่อมาก็เริ่มมองเห็นช่องทางว่าหากปลูกขายคงมีคนนิยมมาก เพราะที่ผ่านมามีคนมาขอซื้ออยู่แทบทุกวันเพราะมันเป็นผักที่ปลอดสาร หลังๆมาก็เอาไปวางขายในตลาดคนก็เข้ามาซื้อกันยกใหญ่ บ้างก็บอกว่ารสชาติอร่อย ทิ้งไว้หลายวันก็ไม่เน่าเสียง่าย 

 ตาปลูกผักทุกอย่างที่กินได้แต่ก็ดูตามฤดูกาลด้วยว่าช่วงไหนต้องปลูกผักอะไร ไม่อย่างนั้นจะดูแลลำบาก หรือหากปลูกไปก็ไม่ค่อยได้ผล ส่วนวิธีการปลูกก็ไม่มีเทคนิคอะไรมาก แรกๆขุดดินตากแล้วนำขี้วัว ขี้ควายหว่านทิ้งไว้ วันสองวันก็ปลูกได้ รับรองได้ผลเมื่อผักงอกหรือติดให้ใส่ปุ๋ยอีกครั้ง ดูแลตามปรกติรดน้ำพรวนดินจนถึงเก็บขาย เป็นสูตรที่ตาได้เดินทางไปอบรมการปลูกผักอินทรีย์ที่จังหวัดโคราช และหลายๆที่ในเขตจังหวัดสุรินทร์ แต่ตาก็ไม่เคยลืมวิชาที่ได้ติดตัวมาจากบรรพบุรุษที่สืบต่อกันมาจากพ่อแม่

 เมื่อกวาดสายตารอบๆแปลงผักของตาสวาท ดูมีความหลากหลายมากมีตั้งแต่ ผักบุ้ง ผักชีลาว หอมแบ่ง กระเทียม ผักกาดขาว พริก โหระพา สารแน่ กระเพรา ฯลฯ นอกจากนี้รอบๆแปลงผักยังมีผักกินได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่หลายชนิด เช่น ผักตำลึงและผักโหม

  ก่อนเดินออกมาจากสวน“ตาสวาทกล่าวทิ้งท้ายว่าอายุไม่มากป่านนี้รวยแล้ว ซึ่งทุกวันนี้ทำแค่พออยู่พอกินกันสองตายาย อยากจะบอกว่า ขยัน คำ สั้นๆแต่ถ้าทำตามรับรองว่ายังไงก็ไม่อดตาย”

 น้ารวยริน แผ่นทอง รองประธานกลุ่มผักปลอดสารพิษ บอกว่า หลังจากที่ตาสวาทได้จุดประกายให้กับชาวบ้านในเรื่องการปลูกผักปลอดสารและใช้ที่สวนสาธารณะให้เกิดประโยชน์แล้ว ทางผู้ใหญ่บ้านจึงได้เล็งเห็นความสำคัญและถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีจึงให้ชาวบ้านรวมตัวกันเป็นกลุ่มแล้วปลูกผักปลอดสารพิษขึ้น

 โดยช่วงแรกมีชาวบ้านให้ความสนใจ ประมาณ 28 คน ช่วยกันถางป่าข้างขอบสระสาธารณะนำมาแบ่งออกเป็นแปลงๆ เท่าๆกัน ได้ 35 แปลง และแบ่งกันคนละแปลง โดยมีกติการ่วมกันว่าจะต้องปลูกเป็นผักปลอดสารเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 7 แปลงชาวบ้านได้ปลูกผักรวมกันเพื่อเป็นแปลงสาธิตให้กับสมาชิก ส่วนผักที่ปลูกไว้ก็ให้สมาชิกได้เก็บกิน เหลือก็นำไปขาย หลังจากดำเนินการมา 3-4 ปี จึงรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ของคนปลูกผัก โดยจะมีการนำเงินมาออมกันทุกเดือนและนำเงินจากการขายผักแปลงสาธิตเข้ามาสมทบด้วยเพื่อเป็นทุนหมุนเวียน ตอนนี้มีเงินออมรวมกันแล้ว กว่า 50,000 บาท ทุกสิ้นเดือนก็จะมีการให้สมาชิกกู้ยืมไปลงทุน  การปลูกผักในที่แปลงรวมมีประโยชน์อย่างมาก เพราะเราปลูกร่วมกันสามารถต่อรองราคากับแม่ค้าได้ ส่วนใครมีอะไรขาดเหลือก็หยิบยืมกันได้อย่างง่ายดายตั้งแต่อุปกรณ์ไปจนถึงเมล็ดพันธุ์ เราได้เห็นถึงความสามัคคีของกลุ่ม และผักกลุ่มเราเป็นผักที่ปลอดสาร คนจึงนิยมกินเพราะปลอดภัย

 ไม่เพียงแค่เน้นการปลูกผักปลอดสารเท่านั้น กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษของเรา ยังเน้นที่การสร้างระบบนิเวศในหมู่บ้านด้วย แปลงผักจะมีพืชพรรณอย่างหลากหลาย มีการปลูกพืชหมุนเวียนอย่างสม่ำเสมอ และให้เหมาะกับฤดูกาลด้วยจึงจะได้ผล

 ปัจจุบันทางกลุ่มมีสมาชิกเพิ่มขึ้นกว่า 60 คนและขยายออกไปอีกสองหมู่บ้านใกล้เคียง ไม่จำเพราะพืชที่ริมสระตามหัวไร่ปลายนาของแต่ละคนแต่ต้องให้อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ ส่วนใครไม่มีแหล่งน้ำก็จะจัดสรรที่นาของเพื่อนสมาชิกให้ปลูกแทน และตอนนี้มีการทำปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพใช้เอง โดยมีการรวมกลุ่มกันทำแล้วแบ่งกันไปใช้

 ยายสีทา ธรรมบุตร  อายุ 71 ปี สมาชิกกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ เล่าว่า เดิมทียายเป็นคนอำเภอราศี จังหวัดศรีสะเกษ ที่บ้านเดิมก็ชอบปลูกผักกินในครอบครัว พอคณะกรรมการกลุ่มได้แบ่งแปลงสาธารณะให้จึงลงมือปลูกผักทันที ดินที่นี่ดีเป็นดินร่วนจึงไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยอะไรก็ได้ผักที่งาม

 ในสวนของยายที่ปลูกจะมีอยู่หลากหลายมาก เช่น กระเทียม หอม ผักชีลาว สาระแน่ ผักกาด ผักบุ้ง ฯลฯ อยากกินผักอะไรก็เก็บกิน ต้มปลาก็มีข่า ตระไคร้ นึ่งปลาก็มีผักชีหอม ผักกาด เรียกว่าประกอบอาหารอะไรรับรองไม่ต้องซื้อหาให้เสียเงิน

 “ยายไม่ปลูกมากเพราะไม่ค่อยมีแรง แต่ก็พอได้กินหรือขายอยู่เรื่อยๆ วันนี้เก็บสัก 80-100 บาทก็พอ เอาออกขายบ้างจะได้งาม เพราะมันติดกันมากทำให้ต้นเล็กไม่โต”

 ยายสำลี เที่ยงธรรม ภรรยาตาสวาท สมาชิกกลุ่มปลูกผักปลอดสาร บอกว่า ตอนนี้มีผักปลอดสารอยู่ 3 แปลง อยู่ที่สวนผักแปลงรวม 1 แปลง อีก 2 แปลงอยู่ที่ขอบสระปลายนา ปลูกทุกแปลงแต่จะดูอายุการเก็บเกี่ยว และแรงที่เรามีไม่ฝืนปลูกมาก

  กิจกรรมยามเช้าของวันใหม่ข้างขอบสระสวนสาธารณะบ้านหนองเหล็ก จะเห็นลีลาชีวิตที่เบิกบาน บ้างก็รดน้ำ พรวนดิน บ้างก็ตัดผักไปขายและปลูกผักเพิ่มเติม มีทั้งเด็ก หนุ่มสาว ผู้เฒ่าผู้แก่ได้ออกทั้งกำลังกาย และมีสตางค์เหลือให้ลูกหลานไปโรงเรียน เช่นเดียวกับ ยายสำลีมีความสุขที่ได้เข้าไปขายผักในตลาดได้เงินมาไม่ต่ำกว่าวันละ 300 บาท ส่วนตาสวาทก็ออกมารดน้ำผักที่สวนผักแปลงรวมทุกวัน หลังจากยายกลับจากตลาดก็จะมาเรียกตาไปกินข้าว แล้วกลับมานอนพักผ่อนอยู่บนแคร่ข้างสวนอย่างสุขสบาย

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter