30 มกราคม 2549 (ประพันธ์ สีดำ)
คนเฒ่าคนแก่บ้านกระหาดเล่าต่อๆ กันมาว่า ผืนป่าชุมชนตำบลหนองเสม็ดพันกว่าไร่ครอบคลุม 4 หมู่บ้าน คือ บ้านหนองยาว บ้านกระหาด บ้านอันโนงและบ้านโคกจ๊ะ ซึ่งตั้งเป็นชุมชนมาร่วมพันปีเป็นชุมชนเก่าแก่ โดยมีร่องรอยของต้นมะม่วงและสิ่งของเครื่องใช้ที่ชาวบ้านขุดค้นพบ และมีหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางป่า 3 แห่งด้วยกัน มีร่องรอยการขุดคูคลองเชื่อมต่อกันเป็นที่ส่งน้ำหลงเหลืออยู่อย่างเห็นได้ชัดเจน
กำนันเทพ แสนกล้า ประธานป่าชุมชนหนองเสม็ด ตำบลกระหาด อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ เล่าว่า หลังจากที่ชาวบ้านเข้าไปจับจองพื้นที่ทำกิน ทำให้ป่าโคกเสม็ดลดน้อยลง ปัจจุบันพื้นที่ป่าคงเหลือประมาณ 665 ไร่ ป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์จึงแห้งแล้งลงไปทุกวัน น้ำในหนองที่เคยหล่อเลี้ยงชุมชนมานานหลายร้อยปี ก็แห้งขอด
เพื่อเป็นการอนุรักษ์ผืนป่าให้ฟื้นคืนสภาพเดิม ชาวบ้านจึงได้นำบทเรียนในอดีตมาปลุกจิตสำนึกของชุมชนและร่วมมือกับกรมป่าไม้ในการเข้ามาช่วยดูแลรักษา ออกตรวจตราป่าอยู่ตลอดเวลา และออกกฎเกณฑ์ในการใช้ประโยชน์จากป่าร่วมกัน กำหนดเขตป่าใช้สอย และพื้นที่ทำกินของชาวบ้านออกจากกันอย่างชัดเจนชุมชน เพื่อป้องกันการบุกรุกป่าชุมชน
เพื่อให้มีคนดูแลป่าอย่างจริงจัง จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการในการดูแลรักษาป่าขึ้นมา 4 ชุด 4หมู่บ้าน มีกรรมการทั้งหมด 40 คน เป็นการช่วยกันอย่างต่อเนื่องในการรักษาป่า งานที่สำคัญๆ คือการออกไปสำรวจป่าทุกๆเดือน มีกรรมการป่าผลัดเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา โดยได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ จึงทำให้ช่วยลดปัญหาการลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ได้มาก
กิจกรรมที่ชาวชุมชนทำร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เช่น มีการทำพิธีบวชป่า ทำแนวกันไฟ เพื่อป้องกันไฟป่า และอบรมอาสาป้องกันไฟป่าโดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานป่าไม้จังหวัด และได้รับสนับสนุนงบประมาณจาก อบต. บางส่วน นอกจากนี้ชาวบ้านยังมีการระดมทุนในชุมชนเพื่อเป็นทุนในการทำกิจกรรมการดูแลรักษาป่า ปัจจุบันมีเงินสะสมแล้วทั้งสิ้น 100,000 กว่าบาทจาก 4 หมู่บ้าน ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวได้นำไปพัฒนาป่าด้านการซื้อพันธุ์ไม้ และเป็นรางวัลนำจับให้กับคนบอกเบาะแส
พนาวรรณ ขินานา ผู้ประสานงานแผนชีวิตชุมชนบ้านกระหาด เล่าว่า ในช่วงปี 2548 ที่ผ่านมา คณะกรรมการป่าชุมชนได้บรรจุผืนป่าหนองเสม็ดเข้าสู่แผนชุมชน เพื่อเป็นเครื่องมือให้เกิดการอนุรักษ์ผืนป่าได้อย่างเข้มแข็งและหลากหลาย โดยทางโรงเรียนทั้ง 4 หมู่บ้าน ได้มีการกำหนดแผนการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนในโรงเรียนเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่า นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปลูกป่าไผ่และสวนพืชสมุนไพรในบริเวณป่าชุมชน พาเยาวชนไปสำรวจป่า โดยมีกิจกรรมทำร่วมกันในป่า ได้มีโอกาสรู้จักชนิดของต้นไม้ พันธุ์ไม้ รู้จักสมุนไพร สำรวจแหล่งต้นน้ำ เพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ เกิดความรู้สึกหวงแหนป่าพร้อมไปกับการดูแลและฟื้นฟู
ในทุกๆ ปีจะมีการทำบุญให้ผืนป่าที่ถูกทำลาย โดยชาวบ้านได้นำข้าวปลาอาหารมานั่งกินร่วมกัน และเลี้ยงศาลปู่ตา จนกลายเป็นขนบธรรมเนียมมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากป่าฟื้นขึ้นมา ชาวบ้านก็ได้ใช้ประโยชน์จากป่า ทั้งทางด้านอาหาร ซึ่งในทุกๆปีมีชาวบ้านไปเก็บเห็ด เก็บผัก พืชสมุนไพรมาบริโภค คอยแนะนำให้รู้จักใช้ประโยชน์จากป่าเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งบางปีมีชาวบ้านมาขอไม้เพื่อไปซ่อมแซมบ้านแต่ต้องได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการก่อน ส่วนพืชสมุนไพรก็สามารถเก็บไปต้มกินได้แต่ห้ามนำออกไปจำหน่าย ผลไม้ป่าหลายชนิดเริ่มเกิดขึ้นทั่วบริเวณป่า นอกนั้นยังมีไม้ฟืนและไม้ใช้สอยที่ชาวบ้านสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งไม่เพียงแต่พืชผลเท่านั้น สัตว์ป่าหลายชนิดที่ชาวบ้านไม่เคยเห็นก็แวะเวียนมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ทุกเช้าหากได้เดินเข้าไปสัมผัสจะได้ยินเสียงร้องของนกนานาชนิด กระรอก กระแต และไก่ป่าคอยขันรับกันเสียงแซงแส่ เป็นสิ่งบ่งบอกได้ว่าความสมบูรณ์ของผืนป่าได้กลับมาแล้ว
ทุกวันนี้คนในชุมชนท้องถิ่นรอบๆป่าชุมชนหนองเสม็ด จึงช่วยกันคุ้มครองรักษาและเสริมสร้างระบบนิเวศป่าไม้ของตนเอาไว้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรม ที่คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างพึ่งพา
หลังจากที่ชาวบ้านพลิกบทบาทจากผู้ที่เคยทำลายในอดีตมาเป็นผู้อนุรักษ์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ป่าก็กลับฟื้นคืนชีพ ความเป็นป่าก็เริ่มให้ชีวิตใหม่แก่ชุมชน เมื่อคนดูแลป่า ป่าจึงทดแทนคุณ กลายเป็นความผูกพันหวงแหนในทรัพยากรที่จะสืบทอดต่อกันมา





