playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

4 พฤษภาคม 2549 (ประพันธ์  สีดำ)

จะทำอย่างไรจึงจะได้ทรัพยากรกลับคืนมา นี่คือปัญหาของทุกคนต้องช่วยกัน ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านจึงมาปรึกษาหารือกันในเรื่องการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ โดยส่งผู้นำชุมชนไปอบรมดูงานในที่ต่างๆ แล้วกลับมาขยายแนวความคิดการรักษาป่าต้นน้ำออกไปสู่ลูกบ้าน รวมตัวกันเป็นเครือข่ายชุมชนคนรักษ์ป่าต้นน้ำแม่ลาว โดยมีหมู่บ้านแม่โถ หมู่บ้านห้วยคุณพระและหมู่บ้านขุนลาว เป็นหมู่บ้านที่ริเริ่มแนวคิดในเรื่องนี้ ต่อมาก็มีบ้านเมืองน้อย บ้านห้วยน้ำริน บ้านปางมะกาด บ้านห้วยทราย บ้านปางมะแหละ และหมู่บ้านอื่นๆที่ได้เข้ามาเป็นเครือข่ายเพื่อร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรตลอดลุ่มน้ำ

 พื้นที่ป่าต้นน้ำแม่ลาว ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่เรียกได้ว่ามีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าไม้ และเทือกเขาอันสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำ สายธารน้ำตก เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า พืชสมุนไพรและแหล่งกองกำลังสำคัญทางด้านอาหารธรรมชาติที่หลากหลาย

 ท่ามกลางทรัพยากรธรรมชาติที่เกื้อกูลให้ชีวิตสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน ตามวิถีของแต่ละกลุ่มชน ทำให้ชุมชนเหล่านี้มีวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อที่สอดคล้องกับธรรมชาติ โดยเฉพาะการอยู่ร่วมกันกับป่า และการจัดการดูแลรักษาป่าต้นน้ำได้อย่างสมบูรณ์ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนสืบทอดกันมานับตั้งแต่บรรพบุรุษ

 นายบุญประเสริฐ ทนันชัย  ที่ปรึกษาเครือข่ายอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่ลาว บอกว่า ทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่ของใครคนหนึ่งคนใด  การเอาใจใส่ดูแลรักษา ไม่ใช่แค่คนเพียงไม่กี่คนหรือแค่ชุมชนหนึ่งชุมชนใด ทั้งคนต้นน้ำและคนพื้นล่างต้องเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มกำลังทรัพยากรธรรมชาตินี้จึงจะอยู่รอดและปลอดภัย                                                            

พื้นที่ป่าต้นน้ำแม่ลาว ธรรมชาติได้แบ่งแยกเอาไว้อย่างชัดเจน ชาวบ้านแทบไม่ต้องต่อสู้ดิ้นรนมากนัก เพียงแต่ไม่ไปทำลายก็สามารถมีกินมีใช้อยู่ได้ในชุมชน เพราะมีอาหารธรรมชาติขึ้นอยู่เต็มทั่วทั้งผืนป่า เช่น หน่อไม้ หนอนไม้ไผ่ นอกนั้นยังมีเห็ดเกิดขึ้นหลายชนิด ทั้งเห็ดโคน เห็ดผึ้งหรือเห็ดปลวก ฯลฯ ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากป่าครบวงจรชีวิต เป็น “ป่าสวนครัว” ของทุกคน แม้ยามเจ็บไข้ได้ป่วย ก็มีสมุนไพรช่วยรักษา โดยไม่ต้องพึ่งพาโลกภายนอก

 ที่นี่เรามีน้ำอันบริสุทธิ์สามารถดื่มกินได้ทันทีโดยไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต มีสัตว์ป่าหลายชนิด ที่สามารถพบเห็นได้ในป่าต้นน้ำแม่โถ

 อ้ายอินแหลง ไทยกรณ์ ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่ลาว บอกว่า วิถีของเราเริ่มจาก “ข้าวตำ น้ำตัก” ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมานาน มีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง แต่เมื่อเราติดต่อกับโลกภายนอกมากขึ้นก็เริ่มนำสิ่งแปลกปลอมเข้ามาสู่ชุมชนทีละน้อย เช่น ซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ ขนมขบเคี้ยว ของเล่นติดไม้ติดมือกลับมาฝากลูกฝากหลานกันยกใหญ่ นานๆเข้าจึงเกิดความเคยชิน จนทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 ต่อมาเมื่อปี 2527 ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างมากสำหรับชาบ้านแม่โถคือ การเข้ามาสัมปทานเหมืองแร่ของนายทุน ทำให้มีการตัดต้นไม้ใหญ่ไปเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างถนนหนทางให้เดินทางเข้าออกได้สะดวกขึ้น มีการเอารถแบ็คโฮมาขุดเจาะแร่ จนทำให้สายน้ำแม่โถมีลักษณะขุ่นและมีสีแดง ไม่สามารถอุปโภค บริโภคได้

 อีกทั้งผู้คนกว่า 200 คนที่มากับการเกิดขึ้นของเหมืองแร่ ต่างก็มีส่วนทำลายความงดงามของแม่ลาวกันอย่างเมามัน บ้างก็กินเหล้ายามค่ำคืนส่งเสียงดังไปทั่วทั้งผืนป่า ทำให้สัตว์ป่าอพยพหนีไปเป็นจำนวนมาก หนำซ้ำบางคนถึงกับติดยาเสพติด จนทะเลาะเบาะแว้งกันเกือบทุกวัน ป่าที่เคยเงียบสงบกลับวุ่นวายสับสนกันไปหมด

 บ้างก็ตัดต้นไม้มาสร้างบ้านเรือน แต่ละหลังมีขนาดใหญ่ๆกันทั้งนั้น ทำลายป่าไม้กันเป็นว่าเล่น ไม่คำนึงถึงสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศในป่าแม้แต่น้อย พอเหมืองแร่หมดไปก็ทิ้งความเสื่อมโทรมเป็นมรดกให้ขบคิดแก้ไข

 จะทำอย่างไรจึงจะได้ทรัพยากรกลับคืนมา นี่คือปัญหาของทุกคนต้องช่วยกัน ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านจึงมาปรึกษาหารือกันในเรื่องการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ โดยส่งผู้นำชุมชนไปอบรมดูงานในที่ต่างๆ แล้วกลับมาขยายแนวความคิดการรักษาป่าต้นน้ำออกไปสู่ลูกบ้าน รวมตัวกันเป็นเครือข่ายชุมชนคนรักษ์ป่าต้นน้ำแม่ลาว โดยมีหมู่บ้านแม่โถ หมู่บ้านห้วยคุณพระและหมู่บ้านขุนลาว เป็นหมู่บ้านที่ริเริ่มแนวคิดในเรื่องนี้ ต่อมาก็มีบ้านเมืองน้อย บ้านห้วยน้ำริน บ้านปางมะกาด บ้านห้วยทราย บ้านปางมะแหละ และหมู่บ้านอื่นๆที่ได้เข้ามาเป็นเครือข่ายเพื่อร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรตลอดลุ่มน้ำ

 นอกจากภาคชุมชนแล้ว คณะกรรมการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่ลาวยังได้ประสานงานไปยังอุทยานแห่งชาติขุนแจ หน่วยพิทักษ์ป่าต้นน้ำ สำนักงานโครงการฟื้นฟูและพัฒนาองค์ความรู้การจัดการทรัพยากรป่าต้นน้ำแม่ลาว องค์การบริหารส่วนตำบลแม่เจดีย์ใหม่ กำนัล ผู้ใหญ่บ้าน และนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เข้ามาร่วมกันในการดูแลรักษาป่าต้นน้ำ เพื่อให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความตั้งใจจริงของคนต้นน้ำให้มากยิ่งขึ้น 

 ในการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายชาวบ้าน โดยการหนุนเสริมจากหน่วยงานต่างๆในท้องถิ่นทำให้ชาวบ้านได้คิดค้นกิจกรรมต่างๆที่หลากหลาย

 นายโส จานเก่า รองประธานเครือข่ายป่าต้นน้ำแม่ลาว เล่าว่า กิจกรรมที่เป็นไปเพื่อการอนุรักษ์ป่าและสายน้ำ มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น การทำแนวกันไฟ การจัดทำระบบเหมืองฝาย การทำน้ำประปาภูเขา มีการบวชป่าสืบชะตาแม่น้ำ การเลี้ยงผีขุนน้ำ เป็นการทำพิธีสังเวยผีฟ้า เทวดาอารักษ์ ที่คอยสอดส่องดูแลเพื่อปกป้องรักษาผืนป่าที่เป็นแหล่งกำเนิดของสายน้ำ จนทำให้ป่าที่มีแนวโน้มจะเสื่อมโทรม สมบูรณ์ขึ้นมาอีกครั้ง ที่สำคัญก็คือ ชาวบ้านทุกหมู่บ้านที่เป็นเครือข่าย มีความตระหนักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติรอบๆตัว คอยเฝ้าระวังไม่ให้ใครมาทำลาย

 ส่วนกิจกรรมที่ชาวบ้านให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก คือ การใช้พลังงานที่ไม่ไปทำลายระบบนิเวศ โดยการติดตั้งเป็นแผงโซล่าเซลล์รับพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่ใช้เป็นพลังงานในครัวเรือน

 นายโส เล่าอีกว่า หากมีการนำไฟฟ้าเข้ามาในหมู่บ้านต้องเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแน่นอน ตั้งแต่การติดตั้งเสาไฟฟ้าซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องตัดต้นไม้กันไม่รู้กี่ร้อยต้นจนกว่าเสาไฟฟ้าจะเข้าถึงหมู่บ้าน อีกประการหนึ่ง การมีไฟฟ้าจะเกิดการแข่งขันกันขึ้นภายในชุมชนอย่างแน่นอน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆก็จะตามเข้ามา เช่น ทีวี ตู้เย็น เครื่องเสียง พัดลม กระติกน้ำร้อน จนถึงแอร์ ฯลฯ  ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำลายธรรมชาติ คือ ตัดไม้ ล่าสัตว์ เก็บกล้วยไม้เอาไปขาย  เพราะต้องหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน หรือไม่ก็ต้องเป็นหนี้เป็นสินเพิ่มพูนจากการหยิบยืมเงินจากนายทุน

 ส่วนการประกอบอาชีพของคนที่นี่ก็จะอิงอยู่กับระบบนิเวศในท้องถิ่น เป็นกิจกรรมเพื่อการยังชีพอยู่ร่วมกันกับป่าอย่างพอเพียง เป็นการปลูกเพื่ออยู่เพื่อกิน เช่น การปลูกข้าวไร่และพืชอื่นๆ โดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลง เพราะเราปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน หรือไม่ก็แจกจ่ายพี่น้อง โดยไม่หวังค้าขายมากนัก เช่น การทำสวนเมี่ยง ทำสวนกาแฟหรือเลี้ยววัว ปลูกผักกินในครัวเรือน ซึ่งเป็นระบบที่ไม่เป็นการรบกวนธรรมชาติ สิ่งไหนพอที่จะช่วยลดภาระให้กับธรรมชาติได้เราก็ช่วยกัน

 ปกติเราปลูกพืช เลี้ยงสัตว์กันแบบพออยู่พอกิน ขาดเหลืออะไรก็หาได้จากป่าและลำน้ำ ซึ่งเป็นไปตามกฎกติกาที่เราร่วมกันกำหนดขึ้นมา จึงพูดได้ว่าหมู่บ้านเราเป็น ชุมชนที่มีความสุขตามอัตภาพ ภายใต้ทรัพยากรที่เรามีอยู่อย่างไม่รู้จักหมด

 ตราบเท่าที่เรายังเอื้อเฟื้อต่อธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะเอื้อต่อเรา

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter