playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

19 พฤษภาคม 2549 (อักขณิช  ศรีดารัตน์)

“เนื่องจากยังไม่มีทุน ก็เลยทำร้านขายผักปลอดสารพิษขึ้นแบบง่ายๆ ก่อน  ใครมีอะไรก็เอามาขาย โดยมีข้อแม้ว่าต้องเป็นผักปลอดสารพิษเท่านั้น เช่น พริก มะเขือ ผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักกาด ผักชี สาระแหน่ ชะอม มะเขือเทศ แตงกวา เป็นต้น  รวมทั้งสัตว์เลี้ยง เช่น ไก่ ปลา กบ หรือหมู ที่เลี้ยงตามธรรมชาติด้วย  โดยจะมีการลงบัญชีเอาไว้  จะมีการผลัดเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่ขาย ใครขายได้เท่าไหร่ ก็รับเงินไปตามจำนวนที่ขายได้” 

สมัยก่อนก็เคยใช้สารเคมีทำการเกษตรเหมือนที่อื่นๆ ทั้งปุ๋ยและยาฆ่าแมลง แต่ตอนหลังพากันเลิกใช้อย่างสิ้นเชิง เพราะเกิดผลกระทบมากมาย ทั้งกับสุขภาพ ต้นทุนการผลิต และสิ่งแวดล้อม แล้วหันมาใช้วิธีธรรมชาติแทนจนถึงปัจจุบัน”  เพทาย  พัฒนาไชยกุล  หรือ “อ้ายป๋อง”  ที่ปรึกษากลุ่มผักปลอดสารพิษบ้านแม่ตาด หมู่ที่ 1 ต.ห้วยทราย อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่  เล่าให้ผู้เขียนฟัง

อ้ายป๋อง เล่าว่า  ระบบการผลิตที่เน้นการขายเป็นหลัก ทำให้ชาวบ้านในเขตตำบลห้วยทรายพากันพึ่งพาสารเคมีในการทำเกษตรกรรมมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ทั้งการทำไร่ ทำนา  ทำสวน  และการเลี้ยงสัตว์  ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และต้นทุนการผลิตสูง ส่งผลให้ชาวบ้านเป็นหนี้สินทั้งในและนอกระบบจำนวนมาก

จากปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่มองเห็นปัญหาจากการใช้สารเคมีรวมตัวกันเป็นกลุ่มเกษตรอินทรีย์ขึ้น ในปี 2546  มีสมาชิกทั้งหมด 24 ครอบครัว   โดยมีแนวคิดหลักอยู่ที่การการเลิกใช้สารเคมี รักษาสิ่งแวดล้อม ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และลดการพึ่งพาภายนอก แต่หันมาพึ่งตนเองแทน

หลังจากจัดตั้งกลุ่มขึ้นแล้ว ก็มีการตั้งกลุ่มออมทรัพย์เกษตรอินทรีย์ตำบลห้วยทรายขึ้น เพื่อให้สมาชิกได้ออมเงิน และกู้ยืมไปเป็นต้นทุนในการประกอบอาชีพ โดยออมคนละ 30 บาทต่อเดือน กำหนดออมทุกวันที่ 5 ของเดือน แล้วปล่อยให้สมาชิกกู้คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อเดือน กู้ได้ไม่เกิน 10,000 บาท  และต้องคืนให้เร็วที่สุด เพื่อให้คนอื่นได้เอาไปใช้ต่อ ปัจจุบันกลุ่มมีเงินทุนหมุนเวียนอยู่ประมาณ 40,000 บาท

นอกเหนือจากการออมทรัพย์แล้ว ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่กลุ่มกำลังทำอยู่ เช่น การรณรงค์ให้ชาวบ้านลด ละ เลิก การใช้สารเคมี  การทำเกษตรปลอดสารพิษ  และการทำร้านขายผักปลอดสารพิษขึ้น โดยให้สมาชิกเอาผลผลิตต่างๆ มาจำหน่าย

“เนื่องจากยังไม่มีทุน ก็เลยทำร้านขายผักปลอดสารพิษขึ้นแบบง่ายๆ ก่อน  ใครมีอะไรก็เอามาขาย โดยมีข้อแม้ว่าต้องเป็นผักปลอดสารพิษเท่านั้น เช่น พริก มะเขือ ผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักกาด ผักชี สาระแหน่ ชะอม มะเขือเทศ แตงกวา เป็นต้น  รวมทั้งสัตว์เลี้ยง เช่น ไก่ ปลา กบ หรือหมู ที่เลี้ยงตามธรรมชาติด้วย  โดยจะมีการลงบัญชีเอาไว้  จะมีการผลัดเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่ขาย ใครขายได้เท่าไหร่ ก็รับเงินไปตามจำนวนที่ขายได้” 

สำหรับการทำเกษตรอินทรีย์ของชาวบ้านที่นี่ อ้ายป๋องบอกว่า ในการปลูกผักนั้น จะปลูกแบบผสมผสานตามธรรมชาติ และใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยชีวภาพช่วยบำรุง รวมทั้งการทำนาทำไร่ทั่วไปด้วย ส่วนการเลี้ยงปลา ไก่ หรือหมู  ชาวบ้านก็จะเลี้ยงตามธรรมชาติ ไม่ได้ให้อาหารแบบพิเศษแต่อย่างใด

“ตอนแรกๆ ก็มีคนมองแบบแปลกอยู่เหมือนกัน เพราะไม่เข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ผักต่างๆ ขายไม่ค่อยออก  แต่พอมาถึงปัจจุบันนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น กระแสตอบรับดีขึ้นมาก เนื่องจากลูกค้าทราบว่าเป็นผักปลอดสารพิษ จึงทำให้มีคนมาซื้อผักและผลผลิตจำนวนมากในแต่ละวัน  รวมทั้งมีคนให้ความสนใจเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์และการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีในการเริ่มต้นพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านและชุมชนให้ดีขึ้น”  อ้ายป๋องบอก

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter