playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

29 พฤษภาคม 2549 (อักขณิช  ศรีดารัตน์)

“หลังจากทำฝายเสร็จ โครงการที่จะทำต่อไปก็คือระบบประปาหมู่บ้าน โดยจะต่อท่อประปาขึ้นไปนำน้ำจากฝายแม้วมาเก็บไว้ในแท้งค์ขนาดใหญ่ที่กำลังจะสร้างขึ้นทั้งในหมู่บ้านและที่โรงเรียน ซึ่งถ้าหากทำเสร็จทั้งหมด ก็จะทำให้หมู่บ้านนี้มีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี”  พี่สมบูรณ์บอก

“ปัญหาไม่มีน้ำใช้เป็นปัญหาใหญ่มาตลอดสำหรับคนเกาะปอ เกาะปอไม่มีแหล่งน้ำใต้ดิน ที่ผ่านมาไม่เคยมีการเจาะบาดาล จึงอาจจะมีความเสี่ยงว่า เจาะแล้วจะเจอแหล่งน้ำหรือไม่ และอาจพบก้อนหินดำใหญ่ใต้ดิน ทำให้เจาะต่อไปไม่ได้ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรก็ตาม มันก็จะต้องลองดูก่อน ไม่ลองไม่รู้น่ะ”   นายบุญรักษ์บอก

 ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคนับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของชาวเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะที่บ้านหัวแหลม บ้านสังกาอู้ และบ้านเกาะปอ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิขึ้นก็มีแนวโน้มว่าจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ   ถ้าหากปล่อยไว้แบบนี้ ก็คงจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของเกาะลันตาอย่างมหาศาลแน่นอน

 ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชาวเกาะลันตาทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ เอกชน และชุมชน ได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันเพื่อช่วยกันค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น จนทำให้มีวิธีการจัดการระบบน้ำเพื่อชุมชนในหลากหลายรูปแบบ โดยฝีมือของชาวบ้านในชุมชนเอง

 ที่บ้านสังกาอู้ ซึ่งเป็นชุมชนของชาวเลอูรักลาโว้ย หรือ “ยิปซีทะเล” ที่นี่มีชาวบ้านอาศัยอยู่ 117 หลังคาเรือน มีประชากรประมาณ 400 คน ในช่วงที่ผ่านมาชาวบ้านได้อาศัยน้ำจากลำธารขนาดเล็กที่ไหลมาจากภูเขา ที่ชาวบ้านเรียกว่า “สุไหงสังกาอู้”  สำหรับอุปโภคบริโภค โดยในช่วงหน้าฝนลำธารสายนี้จะมีน้ำหลาก  แต่ในหน้าแล้งน้ำจะแห้งขอด ชาวบ้านต้องขุดเจาะน้ำบาดาลใช้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของชาวบ้าน

 พี่สมบูรณ์  ช้างน้ำ  ชาวบ้านสังกาอู้  เล่าว่า หลังเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ  มูลนิธิชุมชนไท ได้เข้ามาทำโครงการฟื้นฟูวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนและการจัดการระบบนิเวศที่ยั่งยืนของเกาะลันตา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก UNDP  และได้รวมเอาปัญหาเรื่องน้ำเข้าไปไว้ในแผนการทำงานด้วย  โดยมีการประชุมหารือกันหลายรอบ และมอบให้ชาวชุมชนเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา มีสถาปนิกชุมชนเป็นที่ปรึกษา  จากนั้นก็เริ่มลงมือดำเนินการ เริ่มจากการศึกษาข้อมูลต่างๆ  สำรวจพื้นที่  และช่วยกันเลือกรูปแบบที่เหมาะสมและสอดคล้องกับวิถีชีวิต  โดยนอกจากการขุดเจาะน้ำบ่อบาดาลขึ้นแล้ว ชาวบ้านก็ช่วยกันสร้างฝายแม้วขึ้นในพื้นที่ต้นน้ำของลำธารสุไหงสังกาอู้  เพื่อดักตะกอนน้ำและชะลอการไหลของน้ำ ไม่ให้กัดเซาะดินให้พังทลาย และกักเก็บน้ำเป็นช่วงๆ รวม 9 จุดด้วยกัน  โดยเริ่มสร้างจากจุดสูงสุดก่อนแล้วไล่ลงมาที่ชั้นล่างสุด  ใช้กระสอบพลาสติกบรรจุทราย หิน ดิน และปูนซีเมนต์กั้นเป็นฝาย พร้อมทั้งมีการขุดลอกสิ่งปฏิกูลและเศษวัสดุที่ไหลลงมากับกระแสน้ำออก เพื่อให้ฝายสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้สร้างเสร็จไปแล้ว 8 จุดด้วยกัน เหลืออีกเพียง 1 จุดที่กำลังช่วยกันทำ 

หลังจากทำฝายเสร็จ โครงการที่จะทำต่อไปก็คือระบบประปาหมู่บ้าน โดยจะต่อท่อประปาขึ้นไปนำน้ำจากฝายแม้วมาเก็บไว้ในแท้งค์ขนาดใหญ่ที่กำลังจะสร้างขึ้นทั้งในหมู่บ้านและที่โรงเรียน ซึ่งถ้าหากทำเสร็จทั้งหมด ก็จะทำให้หมู่บ้านนี้มีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี”  พี่สมบูรณ์บอก

ในส่วนของบ้านหัวแหลมนั้น ปัจจุบันมีชาวบ้านอาศัยอยู่ 202 หลังคาเรือน ประชากรรวม 740 คน ที่ผ่านมาชาวบ้านใช้น้ำจากหลายแห่งด้วยกัน เช่น กลุ่มที่อาศัยอยู่ติดกับเขตเทศบาลประมาณ 60 หลังคา ได้ขอต่อน้ำประปาจากเทศบาล บางกลุ่มใช้น้ำบ่อ บางกลุ่มใช้น้ำริมทะเล บางกลุ่มใช้น้ำจากภูเขา โดยแหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุด คือ “คลองจ่าสาน” ซึ่งที่ต้นน้ำมีอ่างเก็บน้ำขนาด 7x4 เมตรของโรงพยาบาลเกาะลันตาตั้งอยู่ และในปี 2544 ทาง อบต.ได้ทำการสร้างฝายกั้นน้ำขึ้นอีกแห่งหนึ่ง แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของชาวบ้าน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาชาวบ้านได้ช่วยกันสำรวจพื้นที่สำหรับทำการสร้างฝายแม้วกักเก็บน้ำเพิ่มและทำระบบประปาหมู่บ้านเหมือนกับบ้านสังกาอู้ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการศึกษาความเป็นไปได้

ส่วนที่บ้านเกาะปอนั้น มีจำนวน 104 หลังคาเรือน ประชากร 450 คน ที่นี่ประสบปัญหาหนักกว่าที่อื่นๆ ทั้งเรื่องไฟฟ้า และน้ำประปา  โดยไฟฟ้านั้นแก้ไขได้โดยการใช้แผงโซล่าเซลล์รับพลังงานแสงอาทิตย์และปั่นไฟด้วยเครื่องยนต์ ส่วนน้ำดื่มน้ำใช้นั้น ได้จากบ่อน้ำประมาณ 10 บ่อๆ ใหญ่ที่สุด เรียกว่า “บ่อในบ้าน” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้มัสยิดบ้านเกาะปอ แต่เมื่อถึงหน้าแล้งน้ำทุกบ่อจะแห้งเหือด ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านต้องมาเข้าคิวขอดน้ำ จุดตะเกียงรอน้ำที่ค่อยๆ ผุดขึ้นมาตอนกลางดึก บางปีต้องเอาถังใส่เรือไปบรรทุกน้ำมาจากที่อื่น เช่น ตลาดศรีรายา บ่อริมทะเล หรือจากบ่อม่วง เป็นต้น

 นายบุญรักษ์  แหลมเกาะ  แกนนำชาวบ้านเกาะปอ เล่าว่า ตอนนี้ชาวบ้านมีแผนจะทำการขุดเจาะบ่อบาดาลขึ้น 3 แห่ง ได้แก่ที่โรงเรียนอ่าวประออก และอ่าวในบ้าน รวมทั้งสร้างแทงค์กักเก็บน้ำขึ้น 1 จุดที่โรงเรียนเกาะปอ ส่วนอีก 2 จุดมีแทงค์น้ำที่ อบต.สร้างไว้แล้ว จากนั้นก็ทำการต่อท่อสายเมนให้เชื่อมกันทั้ง 3 จุด เพื่อจ่ายน้ำให้ทั่วทั้งหมู่บ้าน และทำระบบพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อสูบน้ำขึ้นแทงค์

 “ปัญหาไม่มีน้ำใช้เป็นปัญหาใหญ่มาตลอดสำหรับคนเกาะปอ เกาะปอไม่มีแหล่งน้ำใต้ดิน ที่ผ่านมาไม่เคยมีการเจาะบาดาล จึงอาจจะมีความเสี่ยงว่า เจาะแล้วจะเจอแหล่งน้ำหรือไม่ และอาจพบก้อนหินดำใหญ่ใต้ดิน ทำให้เจาะต่อไปไม่ได้ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรก็ตาม มันก็จะต้องลองดูก่อน ไม่ลองไม่รู้น่ะ”   นายบุญรักษ์บอก

 นอกจากบ้านสังกาอู้ บ้านหัวแหลม และเกาะปอแล้ว ก็ยังมีอีกหลายชุมชนที่มีปัญหาคล้ายๆ กัน ซึ่งทุกฝ่ายก็กำลังช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะชาวชุมชนเอง ที่ทุกคนต่างมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำอย่างจริงจัง เพื่อให้ทุกๆ ชีวิตบนเกาะลันตามีน้ำกินน้ำใช้ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในที่เดิมได้ต่อไป

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter